ตอนที่ 139
บทที่ 139 คุณนวดตรงไหนของคุณนี่
October 28, 2026
บทที่ 139 คุณนวดตรงไหนของคุณนี่
บนเตียงใหญ่ ร่างกายอันบอบบางของกู้ฟางเฟยนอนขวางส่ายไปมา ผ้าปูที่นอนถูกขาสวยคู่นั่นปลุกปั่นจนเป็นรอยยับย่นกระจุกหนึ่ง
ใต้พื้น กางเกงและกางเกงชั้นในของพวกเราสองคนวางเละเทะอยู่ด้วยกัน และเรื่องที่บังเอิญอย่างมากก็คือ กางเกงในที่เป็นของที่แนบชิ้นร่างกายมากที่สุดทั้งสองชิ้นนั้น ตอนนี้ก็ได้สัมผัสติดต่อกันอยู่ด้วยกัน ช่างเหมือนกับลางบอกเหตุว่าพวกเราจะได้สัมผัสแนบชิดกันอย่างถึงที่สุด
จากการใช้ลิ้นเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงกว่าเต็มๆ กู้ฟางเฟยก็คลุ้มคลั่งไปแล้ว ดวงตาพร่าเลือน เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย แขนขาไม่หยุดกวัดแกว่ง เหมือนคนที่โดนบีบคอกำลังดิ้นรนก่อนจะตาย
เอาตรงๆว่าเหมือนตอนเธอพูดขณะที่มึนงงสับสนอยู่แบบนั้น เธอกำลังจะตายแล้ว
แน่นอนผมไม่ปล่อยให้เธอตายหรอก ดังนั้นผมเลยช่วยชีวิตเธอ
ดังนั้นผมกดแขนขาวคู่นั้นของเธอไว้ แล้วใช้ร่างกายกดขาขาวเรียวงามสองข้างของเธอนั้นไว้
“ฟางเฟย ผมอยากเข้าไปในร่างกายของคุณจัง ผมอยากได้ความรู้สึกอบอุ่นในร่างกายคุณ”
ทันใดนั้น แขนทั้งคู่ของเธออยู่ดีๆก็ออกแรงขึ้นมา ดิ้นหลุดจากพันธนาการของผม หมุนมากอดผมอย่างแนบแน่น จนกระทั่งการรัดแน่นของเธอทำเอาผมหายใจแทบไม่ออก
ถ้าไม่ใช่ว่าด้านล่างของหน้าอกผมมีส่วนอวบอิ่มที่แผดเผาสองก้อนที่ยันผมไว้อย่างแนบแน่น ผมนี่อยากจะปีนไปบนร่างกายเย้ายวนนี้แล้วหลับไป ความรู้สึกนุ่มสบายนี้ ความรู้สึกสบายใจนี้ ทำเอาใจคนเราลุ่มหลงโงหัวไม่ขึ้น
น่าจะผ่านไปเกือบห้าสิบนาทีได้ แขนของเธอคู่นั้นสุดท้ายก็เริ่มผ่อนคลาย จากนั้นจูบที่ปากของผมอย่างรุนแรง
ผมเอาลิ้นเข้าไปลึกในช่องปากของเธอ และต่อสู้ให้ถึงที่สุดกับลิ้นที่นุ่มละมุนนั้น ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เธอสงบราบรื่นลงได้ หายใจเหนื่อยอ่อนเกือบตายอีกรอบครั้งแล้วครั้งเล่า
จากการจูบอันเร่าร้อนผ่านไป เธอกอดรัดแน่นผมไว้ “คุณทำไมเพิ่งมาถามฉัน ตรงนั้นของฉันมันคลุ้มคลั่งเต็มที่แล้ว ทำไมคุณไม่ใช้โอกาสนี้เอาฉันล่ะ”
“ผมไม่อยากบังคับผู้หญิงที่ไหนทั้งนั้น แล้วก็ไม่ยินดีที่ใช้ยึดครองพวกเขาตอนกำลังเคลิบเคลิ้ม การเย็ดกันก็เหมือนพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ผมอยากให้จิตวิญญาณของคุณรวมเป็นหนึ่งกับผมมุ่งสู่จุดแห่งความสุข ความรื่นรมย์แบบนั้น ไม่ใช่ว่าผมมายึดครองร่างคุณตอนคุณเคลิบเคลิ้ม แล้วจากนั้นคุณก็มาเสียใจทีหลังที่ถูกทำให้ครวญคราง”
“ถ้าไม่มีคำหยาบคายว่าเย็ดล่ะก็ ฉันคงคิดจริงไปแล้วว่ามันคือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์”
เอนตัวลงด้านข้าง ผมหัวเราะออกมา กู้ฟางเฟยเอนตัวลงด้านข้างของผมก็หัวเราะออกมาเช่นกัน จากนั้นพวกเราก็หัวเราะต่อๆกันไป
ที่ไม่เหมือนก็คือ หัวเราะเสร็จผมก็สงบนิ่ง แต่กู้ฟางเฟยนั้นหลังจากหัวเราะก็กลับร้องไห้ออกมา
ผมไม่มีคำพูดปลอบใจเธอ ทำแค่จูงมือเล็กๆของเธอเอาไว้
สักพักใหญ่เธอก็หยุดร้อง ดันตัวขึ้นมาหยิบกระดาษมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายที่มีน้ำหยดด้านล่างจนสะอาด จากนั้นก็สวมเสื้อผ้า
ผมหยิบบุหรี่ออกมาจุดแล้วยื่นให้เธอหนึ่งมวน
เธอคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ยื่นมือออกมารับสูบเข้าปาก จากนั้นสำลักออกมาอย่างไม่ระวัง
“ฉุนมาก แต่ว่าถึงอกถึงใจมาก ก็เหมือนกับคุณที่ปฏิบัติต่อผู้หญิง กดขี่เอาแต่ใจมาก แต่ก็สามารถติดเป็นนิสัย”
ผมไม่คิดว่าผมกดขี่เอาแต่ใจกับผู้หญิงนะ โดยเฉพาะตอนที่ผมปฏิบัติต่อเธอ ผมนับถือเธอเป็นอย่างมากจริงๆ
“คุณอยู่กับฉันทีไร ทุกครั้งเป็นคุณเริ่มล่อลวงใจของฉันตลอด อย่างงั้นไม่เรียกว่ากดขี่เอาแต่ใจอย่างงั้นเหรอ? คุณได้รับการยินยอมจากฉันหรือยัง?”
คำอธิบายของเธอทำเอาผมพูดอะไรไม่ออก จุดสำคัญนี้เธอพูดอีกก็ถูกอีก
ยื่นนิ้วมือมาชี้น้องชายของผมที่ยังคงฮึกเหิมดื้อรั้นอยู่ เธอเอ่ยปากพูด “อยากให้ฉันช่วยมั้ย”
ผมโบกมือเบาๆ “ไม่ต้องหรอก ให้พวกมันค้างไว้ในนี้แหละ พวกมันแค่อยากจะเข้าไปในร่างกายส่วนลึกที่สุดในตัวคุณเท่านั้นเอง”
กู้ฟางเฟยหัวเราะ “งั้นลิ้นของฉันก็ลงไปทำได้ไม่เหมือน?”
ผมก็หัวเราะออกมา “ก็ไม่เชิงว่าไม่เหมือนกัน ถึงอย่างไรทั้งหมดก็เปียกชุ่ม”
กู้ฟางเฟยหัวเราะเสียงดังพร้อมกับส่ายหน้า “คุณนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ รับคุณไม่ได้ หวังว่าฉันพรุ่งนี้ตอนกินข้าวจะจำคำพูดของคุณไม่ได้จริงๆ”
จากนั้นพวกเราก็จมอยู่ในความเงียบระหว่างเสียงหัวเราะนั้น หลังจากนั้นเธอก็สูบบุหรี่มวนนั้นหมด
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณอยากถามอะไร คุณอยากถามเรื่องสิ่งที่ฉันกังวลอยู่หรือเป็นห่วงว่าทำไมถึงดูสับสนขนาดนี้ แต่ว่าเรื่องทั้งสองอย่างนี้ทั้งหมดฉันบอกคุณไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประการแรก ฉันไม่มีหน้าจะพูดออกมา ประการต่อมาคือคุณไม่มีสิทธิ์จะฟังมัน ”
“อภัยให้ฉันด้วยที่ต้องพูดตรงๆ เพราะว่าคุณฟังไปก็ไม่ได้มีผลดีกับคุณเลย ฟังฉันน่ะ ผ่านคืนนี้ไปให้ไปลาออกซะ แล้วพวกงานกลางคืนแบบนี้ไม่ต้องไปทำอีก ฉันไม่อยากทำร้ายคุณหรอกนะ”
พอพูดจบ เธอก็หยิบบัตรกดเงินออกมาจากกระเป๋ามาวางไว้ในมือของผมเบาๆ ยังคงสุภาพเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก ยังเคารพผมเหมือนเดิม