ตอนที่ 140
บทที่ 140 ที่ไหนมีผู้หญิงที่นั่นมีผม
October 28, 2026
บทที่ 140 ที่ไหนมีผู้หญิงที่นั่นมีผม
ยั่วเย้าจางหงหวู่เรียบร้อย เห็นว่าอารมณ์ของเธอดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้น ผมเล่าเรื่องคำพูดของกู้ฟางเฟยบนรถไฟให้จางหงหวู่ฟัง
ตัวผมคิดว่าจางหงหวู่ต้องรู้สึกงง อย่างน้อยก็ต้องมีท่าทีสงบเยือกเย็นหลังจากตกใจออกมาบ้างล่ะ แต่เธอไม่มีเลย ท่าทีของเธอเรียบเฉย
“ฉันได้รับข้อความแล้วล่ะ มีคนอยากที่จะจัดการฉัน เลยถือโอกาสยึดอำนาจควบคุมกิจการสถานบริการกลางคืนที่ฉันถือครองทั้งหมด”
ผมช่วยเธอนวดศีรษะต่อ “เป็นใคร”
จางหงหวู่ส่ายหน้า “ถ้ารู้ว่าเป็นใครก็คงรู้ว่าควรจะรับมือยังไง ยังไงก็มีอิทธิพลเยอะมากอยู่แล้ว”
พูดจบ เธอก็หันหัวมามองที่ผม “นั่นซิ ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรเหรอ?”
ไม่รอผมเอ่ยปาก เธอก็ส่ายหัวหัวเราะออกมาด้วยตัวเอง “โอกาสแบบนั้นใครเขาจะกล้าพูดชื่อตัวเองออกมา ถึงแม้ว่าทิ้งชื่อไว้จริง เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็น่าจะเป็นชื่อปลอมอะนะ”
“กู้ฟางเฟย”
“กู้ฟางเฟย? เป็นเธอได้ยังไงกัน?!”
ท่าทางของจางหงหวู่ น่าจะยืนยันได้ว่าพวกเธอรู้จักกัน
“ตอนฉันเพิ่งเหยียบเข้ามาในเส้นทางนี้ มีพี่น้องชื่อกู้ฟางเฟย เธอเดินเส้นทางเดียวกันกับฉัน แต่ว่าโชคของเธอดีกว่าฉันมาก แขกคนแรกของเธอยังเป็นแขกคนสุดท้ายของเธอเช่นกัน ตอนนี้ก็คงกลายเป็นผู้ชายของเธอ”
ผมชักไม่แน่ใจ “คุณแน่ใจนะว่ากู้ฟางเฟยที่ผมพูดถึงคือกู้ฟางเฟยที่คุณรู้จัก?”
เธอหัวเราะแล้วพูด “แน่นอนว่ามั่นใจได้ และฉันยังมั่นใจเต็มร้อยด้วย”
“แต่ผมไม่คิดว่าเธออยากยึดกิจการของคุณ”
“ไม่ใช่แน่นอน”
ขัดขวางการนวดของผมต่อ จางหงหวู่ลุกขึ้นยืน ขยับเอวแขนขาต้นคอเล็กน้อย
“เป็นสามีของเธอ ผังบายี”
ไม่รู้จัก ผมไม่ใช่ไป่ตู้ ผมจะไปรู้จักใครอะไรเยอะแยะ
หลังจากการแนะนำของจางหงหวู่ ผมก็รู้จักผังบายีมากขึ้น
ผังบายีเป็นชื่อเล่น ชื่อจริงของเขาคือผังเจี้ยนจวิน เป็นหัวหน้าใหญ่ของพื้นถิ่น
จากคำพูดของจางหงหวู่ ผังเจี้ยนจวินเป็นลูกน้องของอยู่เสี้ยงเฉียน เมื่อก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็เป็นอย่างงั้น และได้รับความไว้วางใจจากอยู่เสี้ยงเฉียนเป็นอย่างมาก หลังจากที่อยู่เสี้ยงเฉียนล้างมือด้วยอ่างทองคำจนขาวแล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีอำนาจยังไม่กล้าล้างมือกับเขา ทั้งหมดถูกส่งต่อไปไว้ในมือของผังเจี้ยนจวิน
ผังเจี้ยนจวินคนนี้จงรักภักดีกับอยู่เสี้ยงเฉียนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้อำนาจอิทธิพลของเขาจะมีสิทธิเทียบเท่ากับอยู่เสี้ยงเฉียนแล้วก็ตาม แต่ตอนอยู่ต่อหน้าผู้คนเขาก็ยังคงแสดงท่าทีเป็นลูกน้องอยู่
ทั้งยังไม่เหมือนกับตอนช่วยหม่าสามคนนั้นที่เจียงหู ทุกคนเดินไปเจียงหู ความแตกต่างระหว่างสองคนนั้นศัตรูของแต่ละคนสามารถมองออกได้ทันที ผิดใจกับคนอย่างหม่าสาม จะถูกเขาฟันเป็นสองส่วนแล้วคงไม่กล้ามาฟันทำร้ายอีก ผิดใจกับผังเจี้ยนจวินคนนั้นทั้งหมดหายสาบสูญ ก็พูดได้ว่าสองคนนี้ต่างกันราวฟ้ากับดิน
“ผังเจี้ยนจวินสมัยก่อนจะไปทางค้าของเถื่อน ซื้อขายยาเสพติด เกี่ยวข้องกับการพนันเป็นฐานอำนาจอิทธิพลในมือ แต่ว่าตอนนี้มีอำนาจฝ่ายปกครองของรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อำนาจในการต่อกรกับพวกตำรวจก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเขาจึงตัดพวกค้าของเถื่อนกับยาเสพติดในมือออกทั้งหมด ไปหากำไรจากพวกการพนันและครอบครองกรรมสิทธิ์ด้านการพัฒนาวิศวกรรมสมัยใหม่แทน ”
“ฉันเมื่อก่อนก็เคยคิดว่าการพัฒนาวิศวกรรมมันจะทำให้ไปกระทบกับผลประโยชน์ของพี่ใหญ่อยู่เสี้ยงเฉียนของเขามั้ย เห็นชัดแล้วล่ะว่าคงกระทบจริงๆ ดังนั้นเขาเลยเตรียมจะกินธุรกิจของฉัน”
จางหงหวู่ยืดเอวบิดขี้เกียจ จากนั้นเดินกลับไปด้านหน้าโต๊ะเพื่อจุดบุหรี่ ยื่นมือเล็กๆขาวสวยมานวดคลึงที่ส่วนล่างของผม พร้อมกับหัวเราะแล้วพูดออกมา “แล้วยังไง ได้กินกู้ฟางเฟยหรือเปล่า?”
ท่าทางของเธอดูผ่อนคลายมาก จนทำให้ผมคิดว่าเธอคงมีแผนที่จะโต้ตอบจริงๆ “ไม่ได้กินหรอก เธอมีความในเยอะแยะ ผมไม่เคยได้กินเข้าไปเลยสักครั้ง คืนวันนี้ตอนแรกก็ว่าจะกินตอนเธอเคลิบเคลิ้มสักหน่อย แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า เทียบกับเธอแล้วผมกังวลเรื่องของคุณมากกว่า”
“ฉันเนี่ยนะ?” จางหงหวู่จูบเบาๆที่ปากของผม สีหน้าเต็มไปด้วยความผ่อนคลายสบายใจ “ฉันคนนี้ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างจากนี้ไปฉันอาจจะสามารถห่อคุณไปยอดเขาด้วยกัน จากนั้นก็เลี้ยงหมูเลี้ยงแพะ คุณคิดดูซิ พวกเรามีเด็กน้อยออกมาด้วยกันสักคน แบบนั้นครอบครัวสามคนก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกันดีมั้ย?”
ผมมองว่าก็ไม่เลวเลยทีเดียว จางหงหวู่เธอดูผ่อนคลายมากจริงๆ แต่ว่าผมเดาผิดไป เธอผ่อนคลายนี่ไม่ใช่เพราะเธอหาวิธีได้แล้ว ในแววตามองรู้เลยว่าไร้หนทางแก้ไข ดังนั้นเธอเลยปล่อยมันไป
พูดง่ายๆก็คือเธออยากยอมแพ้แล้ว