ตอนที่ 142
บทที่ 142 ผางปาอีผางเจี้ยนจูน
October 28, 2026
บทที่ 142 ผางปาอีผางเจี้ยนจูน
เวลาบ่ายสองโมง ผมยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองรถที่ผ่านไปคันแล้วคันเล่าที่หน้าประตูทางเข้าของดี้เล่สิงซิง นับได้แน่ๆสิบคัน จอดเรียงไว้เกือบเต็มสองข้างทาง
ถ้ามีหน่วยงานรัฐหน่วยไหนอยากจะเตรียมล้างบางจริงๆละก็ ตอนนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีเลยทีเดียว น่าจะปราบต้นตอของสิ่งลามกอนาจารพวกนี้ได้แบบถอนรากถอนโคน
ด้านนอกประตูเป็นห้องประชุม ผมอยู่ตรงหัวมุม หวูเจิ่นดงตอนนี้กำลังนั่งอยู่ข้างๆผมสูบบุหรี่อยู่บนเก้าอี้
“เจ๊หงหวู่ถอนตัวแล้ว จากนี้ไปผมกับหยาวเซียวคงตกงานแล้วใช่มั้ยเนี่ย?”
“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกน่า พวกที่มาอยู่ตรงนี้ได้ทั้งหมดก็เป็นพวกมีประวัติกันทั้งนั้น ไม่มีพวกคนที่ประวัติเที่ยงตรงโปร่งใสหรอก ใครก็กินยาก น้ำมันหล่อลื่นนิดเดียว ไม่มีคนยอมกินแค่นี้ได้หรอก ดี้เล่สิงซิงยังไงก็ยังคงอยู่ ฉะนั้นพวกแกก็ยังอยู่เหมือนกัน”
หวูเจิ่นดงเปล่งเสียงตอบกลับ จากนั้นก็ดีดก้นบุหรี่ที่อยู่ในมือ “ถ้าจะให้ผมพูดนะ ผมจะตรงไปหาผางเจี้ยนจูนนั่นแล้วอัดที่ต้นคอของมันให้สิ้นซาก แบบนั้นของของเราก็ยังเป็นของของเราอยู่ คนไหนมันอยากลองดีก็ให้คนนั้นมันมา”
ผมหัวเราะออกมา “แกพูดเหมือนแกมีหลายชีวิตอยู่ในมืออย่างงั้นแหละ”
หวูเจิ่นดงเก้อเขินออกมา เหมือนความสัมพันธ์ของพวกเราค่อนข้างแนบแน่น เขาเลยไม่ค่อยถือว่าอะไรจริงๆเท่าไหร่
“คนที่ไม่ได้ถูกกดดันจนถึงขีดสุด ถูกกดดันจนถึงจุดนั้นได้ กระต่ายตื่นกลัวมันยังกัดคนได้เลย นับประสาอะไรกับคนจะฆ่าคน”
คำพูดของหวูเจิ่นดงนี่มีเหตุผลทีเดียว ผมเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง
เวลาเกือบบ่ายสองโมง จางหงหวู่ก็ปรากฏตัวขึ้นมา ในห้องที่เคยเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวนี้เปลี่ยนเป็นเงียบสงบในพริบตา รวมไปถึงหวงหรุงที่เงียบมาโดยตลอด เอาแต่นั่งอยู่ตรงนั้นสูบบุหรี่ของเธอ
“ทุกคนส่วนใหญ่คงจะได้ยินข่าวกันมาแล้ว มีคนอยากจะฮุบกิจการสถานบริการทั้งหมดที่ฉันถืออยู่ในมือไป ไม่ว่าพวกคุณจะคิดยังไงก็ตาม ฉันเพียงจะบอกการตัดสินใจของฉันให้ทุกคนได้รับรู้ไว้”
“ฉันจะปิดกิจการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปสถานบริการกลางคืนทั้งหมดในเมืองหลวงนี้จะเป็นอิสระ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับฉันอีกต่อไป”
พูดจบ จางหงหวู่โบกมือไปทางกลุ่มคน “เรื่องนี้ฉันได้ตัดสินใจไปแล้ว แค่อยากจะมาบอกให้ทุกคนได้รับรู้ไว้ ขอบคุณมากๆ พวกคุณกลับกันได้แล้ว”
จากตรงช่องประตูนั้นผมมองเห็นได้ชัดเจน หลังจากที่จางหงหวู่ประกาศการตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ทั้งห้องประชุมก็ลุกเป็นไฟทันที หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่บนใบหน้าแสดงออกมาว่ามันเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ในเวลาเดียวกันนั้นเองผมก็สังเกตเห็น บนใบหน้าของหวงหรุงนั้นเต็มไปด้วยความงุนงง จากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนไปเป็นท้อแท้ผิดหวัง เหมือนจะยังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ชัดเจนแล้วว่าเธอยังไม่ได้รับการเชื้อเชิญจากอำนาจของผางเจี้ยนจูน เรื่องนี้เธอก็เลยยังไม่เข้าใจถี่ถ้วน
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่โตก็เริ่มจะว่างเปล่า ไม่มีใครเหลือสักคนเดียว
ขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังจะเดินออกไปนั้น ไม่มีใครสักคนที่จะเข้ามากล่าวลากับจางหงหวู่เลย ชัดเจนแจ่มชัด จางหงหวู่ไม่ได้เป็นหงส์ที่สูงศักดิ์อีกต่อไป พวกเขาเหล่าหัวเป็ดหัวไก่ก็เลยไม่จำเป็นจะต้องมาสนอหน้ายิ้มแย้มใส่อีก
พอทุกคนออกไปหมดแล้วนั้น ผมกับหวูเจิ่นดงก็ออกจากหัวมุม ไปอยู่ข้างๆเธอ นั่งเคียงข้างกัน
“มีความรู้สึกไม่สบายใจบ้างมั้ย?”
จางหงหวู่หัวเราะแล้วยื่นมือออกมา จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือพัดโบกกลางอากาศหลายที “หวังว่าจะได้ถือโอกาสนี้เอาพวกโง่ปลายแถวที่ไม่ได้เรื่องแต่ละคนออกไปซะที”
“ไม่เป็นไรหรอก ผมจะขยันให้มากขึ้น ท่านกุนซืออย่างคุณภรรยาอยู่ด้านหลังแนะนำแผนการ ต่อไปต้องมีโอกาสแน่นอน”
เหมือนว่ามีหวูเจิ่นดงขวางอยู่ข้างๆ ดังนั้นจางหงหวู่เลยไม่พูดอะไรออกมา ทำแค่เพียงหัวเราะออกมา