ตอนที่ 143
บทที่ 143 เป็นผู้ชายของใครกันแน่
October 28, 2026
บทที่ 143 เป็นผู้ชายของใครกันแน่
จากการที่จางหงหวู่ตบเข้าไปฉาดหนึ่ง เหมือนว่าผางเจี้ยนจูนจะไม่ได้ใส่อะไรเลย ใบหน้าของเขายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มอยู่ดี
“หงหวู่ จริงๆแล้วคุณไม่ต้องปิดกิจการก็ได้ แค่เพียงคุณดูแลปรนนิบัติฉันอย่างดี ฉันก็ยกสถานบริการทั้งหมดนี้ให้คุณไปดูแลแล้ว แล้วก็ยังมีผมหนุนหลังอีก รับรองว่าจะไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องคุณอีกเลย จากนั้นกำไรพวกเราแบ่งกันสี่ต่อหก คุณหกส่วน ผมสี่ส่วน เป็นยังไง?”
จางหงหวู่หัวเราะเยาะไปทางผางเจี้ยนจูน “งั้นคงต้องขอบคุณพี่ปาอีแล้วใช่มั้ยเนี่ย?”
ผางเจี้ยนจูนโบกมือ “ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นหรอก ยังไงซะพวกเราทั้งหมดก็เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันอยู่แล้ว......”
เสียง‘โครม’ดังขึ้นมา ผมเลยหันหัวไปมองในทันที บอดีการ์ดตัวใหญ่ที่เมื่อกี้โดนหวูเจิ่นดงฟาดลงไปกองกับพื้นคนนั้น ตอนนี้เอาเก้าอี้ฟาดไปที่หัวของหวูเจิ่นดง
เก้าอี้ตกลงมา เก้าอี้แตกเป็นเสี่ยงๆ และบนหัวของหวูเจิ่นดงก็เต็มไปเลือดสดๆไหลท่วมออกมา ชั่วพริบตาก็นองเต็มดวงตาทั้งคู่ของเขา แต่เขาก็ยังหัวเราะ เพียงแต่เสียงหัวเราะนั้นดูเหมือนจะมีความเสียสติปนอยู่ด้วย
“หงหวู่ เธอบอกมาหน่อยซิ แค่เธอพยักหน้า จากนั้นเธอก็ยังคงเป็นฮองเฮาของสถานบริการกลางคืนนี้ต่อไป ส่วนฉันก็จะเป็นฮ่องเต้ของเธอ พวกเราสองคนร่วมมือกัน รับรองว่าจะไม่มีใครกล้ารังแกเธออย่างแน่นอน”
แน่นอนว่าที่ผางเจี้ยนจูนคิดนั่นไม่ใช่แค่เพียงร่างกายของจางหงหวู่ แต่ยังหมายถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในมือเธออีกด้วย
สถานบริการกลางคืนของแต่ละเมืองนั้นอยู่ในกำมือของจางหงหวู่ ไม่มีเครือข่ายที่กว้างขวางเพียงพอ นั่นก็ไม่มีทางที่จะทำแบบนี้ได้แน่นอน ถึงขนาดผางเจี้ยนจูนใจกว้างแบ่งสี่ส่วนต่อหกส่วนแล้วยังให้จางหงหวู่ได้ไปหกส่วน นั่นก็คงเป็นเพราะเหตุผลจุดนี้อย่างแน่นอน
จางหงหวู่จุดบุหรี่ขึ้นมา จากนั้นก็พ่นควันออกพร้อมกับพูด “อย่าคิด”
ผางเจี้ยนจูนหัวเราะ “หงหวู่น้องหงหวู่ ฉันพี่ ปาอีของเธอได้แสดงความเมตตากับเธอแล้วนะ ถ้าเธอยังจะยืนกรานด้วยท่าทีแบบนี้ต่อไปอีกละก็ งั้นฉันคงต้อง.......”
ไม่ให้โอกาสผางเจี้ยนจูนได้พูดจบ ผมก็แอบไปอยู่ด้านหลังของเขาเรียบร้อยแล้ว แล้วใช้กำลังมัดยึดร่างของเขาไว้กับที่นั่ง เอาปลายปากกาที่ถอดฝาออกแล้วจิ้มไปที่คอของเขา
เวลานี้ ปลายปากกาที่แหลมคมนั้นได้จิ้มไปที่บริเวณคอเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะจิ้มเข้าไปไม่ได้ลึกมาก แต่ผมมั่นใจว่าตอนนี้ผางเจี้ยนจูนนั้นคงรับรู้ได้ถึงการคุกคามถึงชีวิตได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ชั่วพริบตา บอดี้การ์ดที่ถือปืนอยู่นั้นก็หันปากกระบอกปืนเล็งมาที่ผม เปล่งเสียงตะโกนออกไปอย่างรุนแรง
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแก!”
ผมแทงปลายปากกาลึกเข้าไปอีก “นี่มันเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวจริงๆ ว่ามั้ย เถ้าแก่ผาง”
ไม่พูดไม่ได้จริงๆ ผางเจี้ยนจูนเป็นคนเก่าแก่ของยุทธจักรอย่างไม่ต้องสงสัย นี่ขนาดถูกผมเอาปลายปากกาจิ้มเข้าไปในคอ ก็ยังคงนิ่งไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
“เหอะๆ น้องชายคนนี้ ฉันคงมองข้ามไปจริงๆ ลงมือรวดเร็วว่องไว ลูกน้องหงหวู่เป็นคนมีความสามารถเยอะจริงๆ!”
จางหงหวู่ดูดบุหรี่เข้าไปในปาก มองผม แล้วก็มองผางเจี้ยนจูน “นี่คือผู้ชายของฉันเอง คุณบอกให้ฉันถ่างขาไปดูแลปรนนิบัติคนอื่นไปดูแลปรนนิบัติคุณต่อหน้าเขา เขาแทงคุณก็มีเหตุผลอยู่นะ”
ผางเจี้ยนจูนหัวเราะ “นี่มันช่างเป็นเรื่องน่าสนใจจริงๆ ก่อนหน้านี้ฉันนั้นเป็นคนที่พูดเหตุผลกับคนอื่น ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีคนมาพูดเหตุผลกับฉัน ยิ่งน่าสนใจไปอีกก็คือฉันยังจำเป็นต้องพูด มา น้องชายไหนคุณลองพูดมาซิ คุณตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร จะให้ฉันรามือก็คงเป็นไปไม่ได้ จะให้ฉันไม่แก้แค้นแกก็คงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน ไม่อย่างงั้น......วันนี้แกก็ฆ่าฉันให้ตายมั้ย?”
“ไม่ต้องรีบ” ผางเจี้ยนจูนบังอยู่ด้านหน้า จากนั้นกำชับบอดี้การ์ดที่ถือปืนคนนั้น “วางปืนลงซะ”
มองออกเลยว่า บอดี้การ์ดคนนั้นมีความลังเล
ผมกวาดตาไปที่หวูเจิ่นดง เขาก็เข้าใจในทันที
เอามือเขวี้ยงหมัดเข้าไปที่หน้าผากของคนตัวสูงด้านข้าง ร่างกายกำยำนั้นถูกหมัดของเขาจนล้มลงไปกองกับพื้น ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แน่นอนว่าคงเป็นเพราะถูกหมัดหนักๆใส่จนมึนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้น หวูเจิ่นดงโค้งตัวลงไปหยิบท่อนขาโต๊ะนั้นขึ้นมา หันโคนปลายแหลมไปที่ด้านหน้า เดินไปทางบอดี้การ์ดที่ถือปืน
“แกยืนอยู่นิ่งๆ ไม่อย่างงั้นฉันจะยิงนะ!!!”
“งั้นแกก็รีบยิงซะ ฉันไม่ถูกชะตากับไอ้หมาตัวนั้นพอดีเลย แกทำให้มันตาย ฉันจะฆ่าเถ้าแก่แทนแกเอง พวกเรามาช่วยกัน”
คำพูดของผม แน่นอนว่ามีผลกระทบต่อบอดี้การ์ดที่ถือปืนเป็นอย่างมาก บีบให้เขาไม่กล้ายิงออกมา
ทันทีหลังจากนั้น หวูเจิ่นดงที่เดินไปถึงเบื้องหน้านั้นก็แกว่งขาโต๊ะทำให้แขนที่ถือปืนของเขาตีหัก ‘กร๊อบแกร๊บ’ ไม่ต้องรอเสียงกรีดร้องที่แสนเจ็บปวดดังออกมา โคนขาโต๊ะที่หักก็เข้าไปกระทุ้ง“ตุ๊บตั๊บ”ตรงในช่องท้องของเขาแล้ว