ตอนที่ 144
บทที่ 144 ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ
October 28, 2026
บทที่ 144 ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ
ในที่สุดผางเจี้ยนจูนก็ยอม เขาเอาถ้วยชาทุบบอดี้การ์ดตัวใหญ่ที่ไม่ได้สติคนนั้น จากนั้นก็ให้บอดี้การ์ดถือปืนที่ช่องท้องเลือดไหลเป็นทางนั้นพาตัวบอดี้การ์ดตัวใหญ่ออกไป
หวูเจิ่นดงครั้งที่แล้วที่ใช้ขาโต๊ะซัดไปที่ส่วนท้องของบอดี้การ์ดนั้นถือเป็นก้าวแรก แน่นอนว่าเขาอยากจะฆ่าบอดี้การ์ดที่กล้าใช้ปืนมาขู่เขาคนนั้นให้ถึงที่สุด แต่สุดท้ายก้าวย่างนี้ก็ถูกดงป๋อชวนห้ามไว้ได้สำเร็จ
“คนยังไม่ตาย เรื่องพวกนี้ก็ยังเคลียร์จนกระจ่างแล้ว แต่คนตายแล้ว เป็นใครก็หยุดไม่ได้หรอก”
ผมไม่รู้หรอกว่าการรับรองของดงป๋อชวนมีแค่ซักเท่าไหร่ แต่ว่าจางหงหวู่นั้นเชื่อการรับรองของเขาอย่างสนิทใจ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปสงสัยเขาอีก
ได้อยู่อย่างปลอดภัย ใครมันจะอยากรีบตายไวกันบ้าง?
หลังจากดงป๋อชวนจากไป ผมก็จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง จางหงหวู่ช่วยผมเช็ดครางเลือกสกปรกที่ติดอยู่ออก หวูเจิ่นดงที่อยู่ข้างๆนั้นเอาน้ำจากถ้วยชามาเช็ดคราบเลือดบนหน้าผากของตัวเอง
“เลือดของคนอื่นมีคนเช็ดให้ เลือดของตัวเองไม่มีคนสนใจ มันช่าง......”
“น่าอิจฉา? น่าริษยา? ไปหาหยาวเซียวของแกโน้นไป!”
หวูเจิ่นดงมองมาหาผมอย่างว่างเปล่า “ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าหยาวเซียวเห็นเข้าแล้วจะไม่สบายใจ ผมจะมารอให้คุณพูดจาเสียดสีผมเหรอ?”
เก็บกวาดจนสะอาดหมดจดเรียบร้อย หวูเจิ่นดงก็ออกจากห้องประชุมเช่นกัน ในห้องที่ใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้เหลือแค่ผมกับจางหงหวู่สองคน
“คุณนี่มันโง่จริงๆ กล้าไปขู่ผางปาอี”
จางหงหวู่บ่นผมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแบบน่ารัก ผมกลับไม่รู้สึกอะไร มั่นใจว่าไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถยอมอยู่เฉยๆได้ในสถานการณ์แบบนั้น ผางเจี้ยนจูนแสดงออกชัดเจนว่าอยากจะนอนกับจางหงหวู่ เพียงเรื่องเท่านี้ก็ทำให้ผู้ชายทนไม่ไหวแล้ว แล้วนี่ยังเป็นผู้หญิงของตัวเอง!
ผมสูดบุหรี่เข้าไปในปาก “ผมกลับไม่ได้กังวลเรื่องนี้ ผมแค่กังวลเรื่องที่ดงป๋อชวนรับรองนั้นมันจะมีประโยชน์หรือเปล่า”
จางหงหวู่เล่าเรื่องให้ผมฟัง เรื่องที่คล้ายกับวันนี้ที่จริงเคยเกิดขึ้นมาแล้ว คนรับรองก็คือดงป๋อชวนเหมือนกัน แต่ว่าคนที่รับปากออกไปนั้นกลับเปลี่ยนใจ ไปหาคนมาแก้แค้น สุดท้าย คนสนิทของดงป๋อชวนเลยถูกคนที่ถูกรับรองฆ่าตาย
ผมเข้าใจความหมายของเธอ ในเมื่อเธอรู้เรื่องราวนี้ ผางเจี้ยนจูนคนนั้นก็ต้องรู้เช่นเดียวกัน
“งั้นแบบนี้ก็พูดได้ว่า พวกเราสามารถมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้แล้ว?”
จางหงหวู่พยักหน้า
ดังนั้น ผมเลยกุมมือเล็กๆที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกของเธอ จูบไปที่ริมฝีปากอันเซ็กซี่ของเธอ “งั้นพวกเรามาทำอะไรเป็นการฉลองสักหน่อย ยกตัวอย่างเช่น รัก?”
“คุณนี่มันประมาทมากเกินไปแล้วนะ......”
จางหงหวู่บอกว่าผมประมาทมาก ผมคิดว่าผมประมาทจริงๆ เพราะว่าตอนเย็นหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ผมก็ยังไปต่อที่ศูนย์อาบน้ำตี้หวัง
ผมก็แค่คิดว่ากลัวไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าผางเจี้ยนจูนคิดอยากจะไม่ทำตามสัญญาจริงๆ การหนีชัดเจนว่าไม่ได้มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะมีโอกาสสูงที่จะทำให้คนในครอบครัวลำบากไปด้วย ไม่หนี ถึงแม้ว่าจะอันตราย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่ระบายความโกรธไปบนหัวของคนในครอบครัวผม
เพิ่งเข้ามาในห้องพักได้ไม่นาน จากนั้นในเครื่องวิทยุสื่อสารส่งเสียงของหวงหรุงออกมา เธออยากจะให้ผมไปตรงที่เธออยู่สักหน่อย
ลุกขึ้นมาที่สำนักงาน เข้าไปในนั้น
“คุณไม่หนาวเหรอ ทั้งยังสวมกระโปรงสั้นถุงน่องดำอีก”
หวงหรุงดับไฟก้นบุหรี่ที่ที่เขี่ยบุหรี่ “คุณไม่ใช่ว่าชอบให้ฉันใส่ถุงน่องเหรอ? แต่ก่อนไม่ใช่ว่าคุณอยากจะลองลิ้มรสความรู้สึกที่เข้าไปในร่างกายฉันพร้อมกับถุงน่องเหรอ?”
ผมที่กำลังโดนยั่วเย้าจากหวงหรุง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมหวงหรุงยอมยั่วยวน แล้วยังเป็นคนเริ่มยั่วเย้าใส่ผมก่อน
ผมสังเกตด้วยความประหลาดใจในตัวเธอที่มีความผิดปกติบางอย่าง “อย่างไรกัน มีอะไรหรือเปล่า?”
หวงหรุงเปิดลิ้นชักออกมา โยนบุหรี่Yuxiแบบนิ่มให้มวนหนึ่งทันที “เพื่อนฉันส่งมาให้ ฉันไม่สูบบุหรี่ม้วนใหญ่ คุณก็รู้”
ผมรับมาแล้วเอามาหนีบไว้ที่รักแร้ “ขอบคุณ”
“คนที่ควรจะขอบคุณน่าจะเป็นฉันมากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ตอนนี้ตี้หวังคงจะต้องปิดกิจการไปแล้วละ”
ผมมึนงง “นี่หมายความว่า”
“ขอบคุณคุณมากๆที่เรียกจางหงหวู่มาช่วยฉัน ทำให้ฉันได้เปิดกิจการตี้หวังต่อไปได้”
หวงหรุงจ้องมองมาที่ผม ผมก็จ้องมองกลับไปที่เธอ