ตอนที่ 146
บทที่ 146 นอนกับเขาต่อหน้าฉัน
October 28, 2026
บทที่ 146 นอนกับเขาต่อหน้าฉัน
ผางเจี้ยนจูนสั่งการกับบอดี้การ์ดลูกน้องของเขาด้วยเสียงเฉียบขาด ผมไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะขู่ผมหรือยังไง สรุปแล้ว ผมคิดว่าการพูดคุยกับคนประเภทนี้นั้นมีประโยคหนึ่งที่แสดงออกมาได้ดีทีเดียว ‘ ล้อเล่นกับชีวิต’
ผมพูดกับจางหงหวู่“เมียจ๋า พวกเราไม่จำเป็นต้องมานับสามอะไรพวกนี้ให้ยุ่งยากหรอกจะ ตอนนี้คุณก็ยิงกระสุนออกไปที่ผางปาอีให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยดีกว่า ยิงเสร็จแล้วเขามันก็แค่ไอ้โง่ที่ตายไปแล้ว ไม่มีอะไรมากมาย แค่พวกเราได้ไปโลกหน้าพร้อมๆกันเท่านั้นเอง”
ผางเจี้ยนจูนชูนิ้วโป้งมาทางผม “ไอ้เจ้าหนุ่ม แกมันแน่!”
ฟังจากน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดของผางเจี้ยนจูน เขาเหมือนว่าจะยอมแล้ว
แต่ความเป็นจริงนั้นเขาไม่ได้ยอมในตอนท้าย และยังหัวเราะด้วยใบหน้าเสียสติไปทางจางหงหวู่
“หงหวู่ ถ้าคุณยังไม่ยิงออกมา ฉันจะนับแล้วนะ สาม!”
มือที่จับปืนอยู่นั้นของจางหงหวู่สั่นระริก เห็นได้ชัดว่าแสดงออกมาว่าภายในใจของเธอนั้นมีความตึงเครียดมากแค่ไหน
“สอง!”
มองชัดเจนเลยทีเดียว มือที่สั่นของจางหงหวู่นั้นสั่นรุนแรงเข้าไปอีก และนิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกปืนนั้นก็ซีดขาวมาก
ผมมีความกังวลอยู่ ตอนนี้ผางเจี้ยนจูนสามารถแย่งปืนได้อย่างฉับพลัน จากนั้นก็จับเธอไว้ในกำมือได้
เพียงแต่ผางเจี้ยนจูนนั้นไม่ได้ลงมือ แต่กลับกลายเป็นว่าสีหน้าเสียสติของเขารุนแรงมากยิ่งขึ้น
“หงหวู่ แกยังไม่ฆ่าฉันอีก แกคงจะไม่มีโอกาสนั้นแล้วนะ......”
ตอนที่ผางเจี้ยนจูนเตรียมที่จะเปิดปากตะโกน ‘หนึ่ง’ออกมานั้น จางหงหวู่ก็หยุดสั่น
ทันทีทันใด ปืนที่อยู่ในมือของเธอตกลงบนพื้น คนคนหนึ่งนั่งยองๆลงบนพื้นกุมหัวร้องไห้
“ฉันไม่ได้กลัวตายหรอกนะ แต่ว่าฉันไม่อยากตายไปพร้อมกันกับแกหรอก......”
การเดิมพันด้วยชีวิตครั้งนี้นั้น สุดท้ายแล้วผางเจี้ยนจูนก็เป็นฝ่ายชนะ ดังนั้นเขาเลยหัวเราะออก หัวเราะเย้ยหยันอย่างได้ใจ
ผมเงยหน้าไปมองท้องฟ้า ก้อนเมฆสีขาว ท้องฟ้าสีคราม ลมพัดเอื่อยเบา อากาศช่างดีอะไรอย่างงี้ เพียงแต่ว่าครั้งนี้เหมือนจะยังไม่ได้จบจริงๆ
จากนั้นไม่นาน ผางเจี้ยนจูนก็หยุดหัวเราะเสียงดัง จางหงหวู่เองก็หยุดร้องไห้เช่นกัน
เธอลุกขึ้นมาปาดน้ำตา “ผางปาอี แกจะเอายังไงถึงจะปล่อยเขาไป”
“แผลเป็นของฉันนี่จะทำเป็นไม่สนใจก็คงจะไม่ได้ หลายปีที่ผ่านมาคนที่กล้าลงมือกับผางปาอีคนนี้ พวกมันทั้งหมดลงเอยด้วยการตาย ไอ้หนุ่มนี่มันกล้าเอาปากกาแทงฉัน ไม่เลว ไม่เลวทีเดียว”
ใช้มือลูบผ้าพันแผลที่อยู่ตรงคอ สายตาของผางเจี้ยนจูนย้ายจากร่างกายขยับกลับไปมองที่จางหงหวู่ “เห็นแก่หน้าของดงป๋อชวนนั้นฉันให้ได้ แต่ว่าพวกแกก็ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนเลยคงไม่ได้ ฉันอยากให้ทำเรื่องง่ายๆให้สักหน่อย เขาไม่ใช่ผู้ชายของแก นั่นยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ฉันชอบทำเรื่องแบบนั้นต่อหน้าผู้ชายมากที่สุด ”
“พวกเราวันนี้ที่นี่ แกทำกับฉันสักครั้งต่อหน้าเขา ทำเสร็จฉันจะให้ปล่อยพวกแกไป......”
“ฉันจะเอากับแก......”
ไม่ได้สนใจใบมีดที่สอดอยู่ที่ต้นคอ ผมพยายามดิ้นรนจะพุ่งไปทางผางเจี้ยนจูน ทันใดนั้นเองก็ถูกตีที่หน้าผากอย่างรุนแรง ผมที่ถูกทุบตามองเห็นดวงดาวเต็มไปหมด
ขณะนั้นเอง ผางเจี้ยนจูนให้สัญญาณโบกมือ ผมก็ถูกบอดี้การ์ดสองคนนั้นมัดไว้กับต้นไม้
ทันทีที่ผางเจี้ยนจูนมาอยู่ตรงหน้าผมใกล้ๆ กระหน่ำทั้งเตะและต่อย
อดทนกับความเจ็บปวดรวดร้าง ผมเลยด่าผางเจี้ยนจูนอย่างสาดเสียเทเสีย ตั้งแต่บรรพบุรุษแปดชั่วโคตรยันไปถึงผู้หญิงในบ้านของเขาทั้งหมด
ทันใดนั้น มีบอดี้การ์ดอีกคนหยิบปืนมาจ่อที่หัวของผมอย่างเกรี้ยวกราด จากนั้นผมรู้สึกได้ถึงนัยน์ตาทั้งคู่พร่ามัว มีของเหลวเหนียวข้นร้อนๆไหลหล่นลงมา พอมองดูให้ชัด มันคือสีแดงสด
บอดี้การ์ดเอาปากกระบอกปืนท่อนสีดำมาใส่ในปากผม ขนาดโอกาสที่จะได้ด่ายังไม่ให้ผมอีกต่อไป ทำให้ผมไม่สามารถต่อต้านได้จากการที่ผางเจี้ยนจูนทุบตีอย่างรุนแรง
“พอได้แล้ว หยุด!”
จางหงหวู่เปิดปากตะโกนหยุดผางเจี้ยนจูน ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา