ตอนที่ 148
บทที่ 148 กูต้องการปลาเปรี้ยวหวาน
October 28, 2026
บทที่ 148 กูต้องการปลาเปรี้ยวหวาน
เรียกรถกลับมาที่บ้าน ผมไม่ได้เข้าบ้าน และก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเรียกว่าบ้านได้อีกมั้ย
เอากุญแจกรถ Santanaออกมา จากนั้นผมก็ขับรถกลับไปที่พักของหลิวทง
เอนไปบนโซฟา ผมสูบบุหรี่มวนต่อมวน ควักมือถือออกมาหลายรอบ แล้วก็วางลงหลายรอบ
ผมรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมาก ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดแบบนี้มาก่อน ขนาดผู้หญิงของตัวเองอีกนิดเดียวก็เกือบจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว!
ผมอยากจะนำเรื่องหวงติ้งแหวน ไปซ้ำรอยเดิมอีกรอบที่บนตัวของผางเจี้ยนจูน ดังนั้นผมเลยอยากโทรหาดี๋ชิงโถง
แต่สุดท้ายความคิดนี้ก็ถูกผมปัดตกไป ผมไม่กลัวว่าจะฆ่าผางเจี้ยนจูนไม่ตาย ผมยิ่งไม่กลัวจะทำผางเจี้ยนจูนตาย สิ่งที่ผมกลัวก็คือภายหลังครอบครัวจะประสบเคราะห์ร้ายจากผม พวกเขาไม่ใช่ไอ้ระยำที่ทิ้งหินสองก้อนทุบกระจกเสร็จแล้วถือว่าสิ้นสุดภารกิจ พวกเขาองค์กรมืดของจริง
ขณะที่ผมยิ่งคิดยิ่งไร้คำตอบกลับเพิ่มความวุ่นวายใจอยู่นั้น ห้องถูกใครบางคนเอากุญแจมาเปิดออก ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงของหลิวทงดังขึ้นมาในห้อง
“เชรดเข้ คุณอยู่บ้านเพื่อสร้างวิมานบนโลกมนุษย์? ทำไมทั้งหมดมีแต่ควัน!”
หลิวทงแบกกระเป๋าใบใหญ่เข้าไปในห้อง ดูออกว่าเขาชอบมาก
แต่ผมนั้นชอบมากกว่า เพราะว่าได้พบเขาในหัวของผมก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา และยังมองเห็นแสงแห่งความหวัง
“หลิวทง คุณวันๆทำพวกใต้ดินผิดกฎหมาย ต้องรู้จักคนแน่ๆ คุณช่วยฉันติดต่อมาให้หน่อยสองคนซิ จากนั้นให้พวกเขาไปฆ่าเจ้าพวกนั้น เงินไม่ใช่ปัญหา อยากได้เท่าไหร่ผมจะหาวิธีเอามาให้ได้เท่านั้น!”
หลิวทงวางกระเป๋าแล้วเดินมาที่ด้านหน้าผม หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด จากนั้นก็ลูบหัวของผม
“นี่ยังไม่โดนเผาเลย ทำไมถึงพูดจาไร้สาระออกมา?”
“ไปให้พ้นเลย ฉันกำลังพูดจริงจังกับคุณอยู่! ”
หลิวทงตะลึง “อยากฆ่าคนจริงๆเหรอ?”
ผมหยักหน้าแรงๆ “ต้องฆ่าคน”
“ไม่มีทาง อย่าหาว่าฉันไม่ช่วยคุณนะ คำนี้ที่พูดออกมาไม่ได้จริงๆ สังคมการปกครอง ตอนนี้เป็นสังคมกฎหมาย อะไรคือสังคมกฎหมาย? ฉันจะแยกออกมาพูดให้คุณฟัง เหมือนกับตอนนี้ที่เราอยู่ในเมืองแบบนี้ มีกลุ่มคนรวมตัวกัน นั่นคือสังคม จากนั้นกลุ่มที่รวมตัวกันนั้นก็มีความจำเป็นในการดำรงอยู่ของกฎหมาย ใช้กฎหมายสร้างความสมดุล ดังนั้นเลยเรียกว่าสังคมกฎหมาย”
“ฆ่าคน ใครก็กล้า เป็นคุณคุณก็กล้า ไม่ได้ยากเย็นอะไร เหนี่ยวไกปืนใช้มีดแทง ฝ่ายตรงข้ามก็ตายแล้ว จะพูดแบบไม่ปิดบังคุณนะ ผมก็เคยฆ่าคนมาก่อน แต่ว่านั้นไม่ใช่ในสังคมปกครอง นั่นมันเขตพื้นที่ไกลโพ้น เขตที่ไม่มีคนอยู่หลายร้อยพันลี้ นั่นมันไม่มีสังคม ดังนั้นเลยไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ผมฆ่าคนก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรเลย ขนาดศพของพวกเขายังทิ้งไว้ให้หมาป่าไฮยีน่ามันกินเลย ผีถึงจะมาสนใจเรื่องพวกนี้!”
“คุณอยากจะฆ่าคนในเมือง คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า? ถ้าคุณไม่ได้บ้า งั้นคนที่รับงานนี้คนนั้นก็บ้าไปแล้วล่ะ เทคโนโลยีตอนนี้ล้ำหน้าไปไกลแล้ว คุณรู้คำขวัญของทางตำรวจหรือเปล่า? คดีฆาตกรรมต้องทำลาย! ต้องตัดสินใจแล้วว่าทำงานเรียบร้อยยังมีชีวิตมารับเงินได้แต่ไม่มีชีวิตไว้ใช้เงิน ไม่อย่างนั้นใครมันจะไปกล้ารับงาน?!”
หลิวทงพูดออกมาซะมากมาย ถึงแม้ว่าที่เขาพูดนั้นจะดูจุกจิกมาก แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องจริง อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้ว่าเส้นทางนี้เขาไปต่อไม่ได้แล้ว ขณะนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแก้แค้นผางเจี้ยนจูนเลย การรักษาให้คงที่ทั้งสองฝั่งนั้นถือว่าดีมากแล้ว ต่างคนต่างไม่ล้ำเขตแดนกัน แน่นอนว่าเป็นหาที่ยากมาก
บีบซองบุหรี่ที่เพิ่งฉีกเปิดตอนเพิ่งกลับมาถึง เหลือเพียงซองบุหรี่ที่ว่างเปล่า ผมเลยหยิบบุหรี่Yuxiออกมาอีกห่อ ฉีกเปิดแล้วจุดไฟต่ออีกมวน
“มีคนพูดกับผมวันนี้ช่วงบ่าย บุหรี่นี้คุณภาพแย่”
“บุหรี่ตัวละหนึ่งหยวนกว่าเนี่ยนะยังคุณภาพแย่ ใครกันนะช่างสุรุ่ยสุร่าย นี่มันอยากจะเปลี่ยนเรือกลเป็นเครื่องบินหรือไง เขาจะอยากไปสุรุ่ยสุร่ายบนสวรรค์เหรอ? ”
ผมไม่ได้พูดอะไรอีก สูบบุหรี่ต่อไป
“เอาน่าเอาน่า อย่ากลุ้มใจไปเลย ให้ของน่าสนุกละกัน!”
พูดจบ หลิวทงก็เดินไปที่หน้ากระเป๋า เปิดซิบออก จากนั้นก็ผลักโฟมแข็งออกควานหาชามออกมา จากนั้นจับด้วยมือทั้งสองข้างระมัดระวังอย่างกับเป็นกล่องบรรพบุรุษก็ไม่ปานเดินมาที่ข้างตัวผม
“ชามใบนี้ ถือซะว่าเป็นห้าแสนของคุณก็แล้วกัน!”
ผมรับชามนั้นมากวาดสายตามองแบบลวกๆ ไม่ต่างอะไรกับชามที่ไว้กินข้าวที่บ้านสมัยยังเด็กเลย ชามเซรามิกสีขาว