ตอนที่ 149
บทที่ 149 ถูหลัง
October 28, 2026
บทที่ 149 ถูหลัง
ตอนกลางคืนไม่ต้องไปทำงาน หลิวทงกลับมาแล้ว ตี้หวังผมเองก็ไม่จำเป็นต้องไปอีกแล้ว
ผมเลยโทรไปหาหลิวทง บอกเขาว่าคืนนี้ไม่ไปทำงาน ให้เขากลับไปดูแลควบคุม เขารับปาก
แต่ว่าตอนที่ผมจะตัดสายโทรศัพท์ เขาก็พูดกับผมว่า ในมือยังมีของอีกหลายชิ้น หวังว่าผมจะช่วยเขาจัดการ
เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา นี่ไม่เพียงแต่ไม่ใช่ปัญหา แต่ยังเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกด้วย
ผมเรียกรถไปที่โรงแรม เพิ่งลงรถมา ขณะที่กำลังจะเข้าไปในโรงแรมนั่นเอง มีเสียงถากถางดังมาจากด้านหลัง
“อย่างไรกัน นี่เตรียมที่จะเปิดห้องทำลายคุณหนูคนไหนนั่น?”
ผมหันหัวไปมอง นั่นคือจ้าวเย่นซวน และในมือก็ยังถือขนม
ผมเริ่มไม่สบายใจ นี่มันไม่ดีเลย ดูแลรูปร่างอย่างไรได้ดีขนาดนี้?
แต่ว่าตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์สนใจเธอ เลยหันหัวตรงเข้าไปที่โรงแรม แต่ว่าเธอไม่ยอมแพ้ ตามผมเข้าไปในโรงแรม เยาะเย้ยถากถางตลอดทาง ยังไม่เข้าใจว่าในใจรู้สึกอะไรกันแน่
หลังจากเปิดห้องเรียบร้อย ผมก็ลงมือลากเธอเข้าไปในห้อง จ้าวเย่นซวนดิ้นรนต่อต้าน
“ไม่เข้า? ไม่เข้าแล้วอย่ามาหลบอยู่หลังผมละกัน!”
ผมหมุนตัวเอาบัตรจะขึ้นตึก แต่ว่ามีเสียงเท้าตามมาตามทาง
หลังจากที่เอาบัตรมาเปิดประตู ผมก็หันไปมองจ้าวเย่นซวน “ทำไมเหรอ รอไม่ไหวอยากจะถวายตัว?”
“ตอนแรกอยากจะคุยเรื่องบางอย่างกับคุณ ช่างเถอะ!”
จ้าวเย่นซวนหมุนตัวจะเดินกลับ จากนั้นทั้งคนทั้งขนมก็ถูกผมลากเข้าไปในห้อง
ชั่วพริบตา การยับยั้งและดิ้นรนของเธอไม่เป็นผล คนคนนั้นถูกผมใช้แรงถอดจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็ทิ้งลงบนเตียง
ผมถอดเสื้อผ้าขึ้นเตียง จากนั้นก็เห็นว่าเธอปิดตาแน่น เรือนร่างสีขาวกำลังสั่นระริก
เอนกายอยู่เตียงใหญ่ โอบกอดจ้าวเย่นซวนไว้ในอ้อมอก จากนั้นผมก็ครุ่นคิดเรื่องนี้จะจัดการยังไงดี
ก่อนอื่น ผมต้องหาสถานที่ตรวจสอบรากตี้หวังที่เหมือนรากของโสมมาก ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อหลิวทง แต่ว่าผมไม่สามารถเอารากปลอมย้อมสีสิบแปดมงกุฎอันไหนก็ได้ไปคุยกับหยู่เสี้ยงเฉียนได้
จากนั้นก็เรื่องของโบราณพวกนั้นที่อยู่ในมือของหลิวทงก็จะจัดการได้ง่ายขึ้น นี่ประจวบเหมาะพอดีที่จะมีข้อหาที่เหมาะสมไปพบหยู่เสี้ยงเฉียน......
นอนอยู่บนเตียง ผมคิดอะไรหลายๆอย่าง ลำดับจากหน้าไปหลังครั้งแล้วครั้งเล่า จนผมเพิ่งรู้สึกว่าท้องเริ่มหิวขึ้นมา ผมเลยลงจากเตียง นำขนมที่จ้าวเย่นซวนซื้อมาช่วยแก้ปัญหานี้ไป ขณะที่แก้ปัญหาอยู่นั้น ผมก็ครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องราวนี้ ไตร่ตรองว่าความเป็นไปได้ที่ดีที่สุดคืออะไร ความเป็นไปได้ที่แย่ที่สุดนั้นคืออะไร
หลังจากที่ผมกินจนท้องอิ่มโดยไม่รู้ตัว ขนมถุงใหญ่ที่จ้าวเย่นซวนซื้อมานั้นจะให้ผมชดใช้คืนให้ ยังเหลือนมเปรี้ยวอยู่สองขวด กินเสร็จพอดีก็รู้สึกหิวน้ำ ผมเลยต้องชดใช้คืนเธออีกหนึ่งขวด
“นี่คุณลากฉันเข้ามาในห้องนี่ ถอดเสื้อผ้าของฉันจนไม่เหลือเนี่ย เพราะวางแผนที่จะกินขนมของฉัน?”
จ้าวเย่นซวนนอนตะแคงอยู่บนเตียง ตาโตจ้องมองมาที่ผมอย่างตกตะลึง ทำเอาหัวเราะออกมา
“คืนนี้คุณไม่ต้องกลับบ้านหรอก อยู่เป็นเพื่อนผมซักคืน ดีมั้ย?”
ตั้งแต่ผมรู้จักกับจ้าวเย่นซวนมา ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกของผมที่ถามเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้
ผมค่อนข้างไม่ชิน เหมือนว่าเธอเองก็ไม่ชินเหมือนกัน ถึงขนาดดูโง่ยังไงไม่รู้
ซักพักเธอก็ถามออกไปแบบโง่ๆ“จะให้เป็นเพื่อนทำอะไรที่นี่?”
ผมใช้เท้าหยิบกางเกงในสีชมพูของเธอที่อยู่บนพื้นขึ้นมา จากนั้นพลิกส่วนที่แนบติดกับผิวกายออกมา ค่อยๆดมมัน “คุณพูดมาสิว่าอยากให้ผมทำอะไร?”
จ้าวเย่นซวนมีความเขินอาย จากนั้นก็เอาหัวมุดเข้าไปในเตียง
ในใจของเธอต่อสู้กันแบบไหนผมเองก็ไม่รู้ จนกระทั่งมีการต่อสู้ในใจหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ผมก็ได้ยินเสียงคุยจากในเตียง “พ่อ คืนนี้หนูจะนอนที่บ้านเพื่อนนะ แฟนของเขาไปทำงานต่างจังหวัด เธอบอกเธอกลัวความมืด......นั่นสิ เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ยังกลัวความมืด จริงๆเลย......”
พูดโกหกครั้งนี้ มีรายละเอียดมากมายทีเดียว
ผมเข้าไปในห้องน้ำ จากนั้นก็เริ่มอาบน้ำ
ชำระล้างร่างกายไปไม่นาน ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก จากนั้นจ้าวเย่นซวนที่หน้าแดงก็เดินเข้ามา
บนหน้าที่อายจนเป็นสีแดง ทำให้เธอในตอนนี้งามพริ้งเข้าไปอีก เหมือนกับดอกกุหลาบที่บานสะพรั่ง เติมเต็มเสน่ห์ที่น่าหลงใหล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะว่าเธอออกกำลังกายมาอย่างต่อเนื่องทำให้รูปร่างสมส่วน ยิ่งสวยเตะตาไม่เหมือนทั่วไป
หน้าอกที่ชูขึ้นอย่างองอาจและกลมกลึงนั้น ขาเรียวยาวที่ขาวเนียนดั่งหยกสวยนั้น และผมก็ไม่รู้ว่าโดนยั่วเย้ามากี่รอบต่อกี่รอบแล้วแต่ก็ยังคงที่จุดลับที่ขาวนุ่มที่มีเสน่ห์เย้ายวนเสมอ ทำให้ผมใจหายใจคว่ำ เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณดิบ
ในห้องอาบน้ำ พวกเราเปลือยเปล่า จับจ้องมองร่างกายของฝั่งตรงข้าม มีความรู้สึกถึงการพบกันแบบตรงไปตรงมา
เบาๆ ผมเข้าไปโอบกอดร่างกายที่ขาวหมดจดเบื้องหน้า จากนั้นจูบไปที่ปากเล็กๆที่เซ็กซี่ของเธอ