ตอนที่ 150
บทที่ 150 ขอทานหน้าประตูบริษัท
October 28, 2026
บทที่ 150 ขอทานหน้าประตูบริษัท
ในสายตาที่มีความคับแค้นใจของจ้าวเย่นซวน ผมเรียกรถไปส่งเธอที่ฟิตเนส
“ถึงขนาดนั้นเชียว ไม่ใช่ว่ากินขนมของเธอไปทั้งถุง จริงๆแล้วเหลือนมเปรี้ยวไว้ให้แล้วแท้ๆ!”
“คุณคิดว่านี่มันคือเรื่องของนมเปรี้ยวอย่างนั้นเหรอ?”
จ้าวเย่นซวนถามกลับมา ผมคิดแล้วคิดอีก “อย่างไรก็ตามทั้งหมดมันก็สีเดียวกัน ผมคิดว่าไม่ต่างกันนะ”
จากนั้นจ้าวเย่นซวนก็ทิ้งนมเปรี้ยวที่อยู่ในมือเพียงขวดเดียวนั้นไป เดาว่าเธอน่าจะรังเกียจจนทนไม่ไหวไม่ไหวจะ......
ไม่มีการชักช้า ผมเรียกรถตรงไปที่โรงพยาบาล จากนั้นตามหาโจงเฉียวเฉียว
เห็นการมาของผมอย่างกะทันหัน โจงเฉียวเฉียวตื่นตระหนกจนหน้าซีด รีบลากผมตรงไปทางตึกที่ไม่มีคนผ่าน
“ที่นี่มันเป็นที่ทำงานของฉันนะ เขาก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน คุณมาได้ยังไง ฉันไม่ใช่ว่าเคยพูดไปแล้วเหรอว่าพวกเราจะไม่ทำแบบนั้นอีกใช่มั้ย?”
ผมไม่ได้คิดจะแทะโลมโจงเฉียวเฉียว ดังนั้นจึงพูดตรงๆกับเธอในจุดประสงค์ที่มา
เธอถอนหายใจยาว “เรื่องตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางสารอาหาร โรงพยาบาลทำไม่ได้หรอกนะ คุณต้องไปหาหน่วยงานเฉพาะทาง แต่ว่าฉันมีเพื่อนนักศึกษาอยู่ที่นี่ ช่วงบ่ายตอนเลิกงานนะ ตอนช่วงบ่ายฉันจะพาคุณไป พยายามใช้ช่วงบ่ายช่วยคุณวิเคราะห์ออกมา”
ผมรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ดังนั้นประคองใบหน้ารูปไข่ของเธอ ไม่มองการคัดค้านของเธอ จูบอย่างรุนแรงดูดดื่ม สอดลิ้นเข้าไปภายในช่องปากที่ลื่นเปียกชื้นของเธอ จูบคลอเคลียอย่างดูดดื่ม โจงเฉียวเฉียวเคลิบเคลิ้มพร่ามัว ใบหน้าเริ่มแดงออกมา
ตอนที่ผมเตรียมที่จะทำอะไรบางอย่างกับหน้าอกอวบอิ่มของเธอ ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าเดินตะคุ่มๆลงมาจากตึก
จากนั้น ตอนที่โจงเฉียวเฉียวผลักออกอย่างแรง ผมก็ถูกเธอไล่ออกไป
ช่วงเช้าไม่ได้มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ผมหาร้านนั่งชิวสไตล์ฝรั่งที่เงียบๆ สั่งกาแฟซักแก้ว สั่งของหวานนิดหน่อย คิดเรื่องของจางหงหวู่และหยู่ถิง
ผู้หญิงสองคนนี้ ผมไม่อยากจะปล่อยซักคนไป ดังนั้นผมเลยคิดหาหนทาง คิดว่าจะมีใช้วิธีอะไรได้บ้างที่จะให้พวกเธอยังคงอยู่ข้างกายผมแบบแนบแน่น
ทันใดนั้นก็คิดถึงลู่ปู้หนานขึ้นมา ผมคิดว่า ถ้าเมื่อวานคนที่ปรากฏตัวเป็นลู่ปู้หนานน่าจะดีกว่า ความรู้สึกพื้นฐานในตอนนี้นั้น ลู่ปู้หนานถึงแม้ว่าจะได้รับบาดแผลน้อย แต่เธอยังไงก็สามารถประนีประนอมได้ คงจะเลือกยอมรับจางหงหวู่......
คิดฟุ้งซ่านตลอดช่วงบ่าย สุดท้ายก็ไม่มีบทสรุปอะไรออกมา
หลังจากออกจากร้านนั่งชิวสไตล์ฝรั่ง โจงเฉียวเฉียวโทรมาหาผม ว่าเธอจะขับรถมารับผม แล่นตรงไปศูนย์ตรวจวิเคราะห์สารอาหารที่เพื่อนนักเรียนเธออยู่
ทำงานหนักตลอดช่วงเที่ยง ทุกคนแม้แต่ข้าวก็ยังไม่สนใจที่จะกิน แต่ว่าผลออกมาช่างคุ้มค่า
ผ่านกระบวนการวิเคราะห์จากความร่วมมือของเธอและเพื่อนอีกสองคน ผลลัพธ์ก็ได้แสดงออกมา
ตารางการวิเคราะห์นั้นผมดูไม่เข้าใจ แต่ว่าโจงเฉียวเฉียวพูดบอกผมว่า สิ่งนี้มีสารที่ทำให้ตรงนั้นของผู้ชายใหญ่ขึ้นได้ ทำให้ลูกอัณฑะทั้งสองทำงานได้ดีมากขึ้น ประสิทธิภาพของเพิ่มสมรรถภาพได้ค่อนข้างดีเยี่ยม
นี่เป็นผลลัพธ์ที่ผมต้องการ ผมโคตรดีใจ!
เชิญโจงเฉียวเฉียวและเพื่อนของเธอกินข้าว แต่ว่าสองคนใกล้ถึงเวลากลับเข้าทำงานแล้ว ดังนั้นการเชิญกินข้าวครั้งนี้สุดท้ายแล้วก็ถูกแสดงออกมาด้วยคำพูดติดปากที่ว่าเกรงใจ
หลังจากอำลาโจงเฉียวเฉียว ผมโทรหาหยู่ถิง เธอรับสาย แต่ว่าเธอบอกว่าเธอยุ่งมาก
“ไม่เป็นไร ผมจะไปรอคุณที่หน้าประตูบริษัท”
“งั้นคุณก็จะรอไปละกัน!”
ฟังออกชัดเจนเลยทีเดียว อารมณ์ของหยู่ถิงไม่ค่อยจะดีนัก และอารมณ์ก็แสดงถึงสภาวะในจิตใจ
เรื่องนี้ยากที่จะยอมรับว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ดังนั้นผมเลยตั้งใจจะไปรอหยู่ถิงที่หน้าประตูบริษัทจริงๆ
ตั้งแต่เข้างานช่วงบ่าย จนถึงเลิกงานช่วงบ่าย จนกระทั่งทุกคนกลับกันหมด หยู่ถิงก็ยังไม่ออกมา
ผมไม่ได้โทรหาเธออีก ท่ามกลางบรรยากาศเมืองยามค่ำคืนที่มีโคมไฟประดับสว่างไสว ผมนั่งอยู่หน้าประตูบริษัทของเธอ จากนั้นก็รอเงียบๆต่อไป จนสุดท้ายเผลอหลับไปตอนไหน ผมเองก็ไม่แน่ใจ
ตอนผมถูกใครซักคนจะโกนปลุก ก็เป็นเช้าของวันที่สองแล้ว
ยามช่างเป็นคนมีน้ำใจจริงๆ นี่ช่วยผมซื้อข้าวเช้ามาให้ “ถึงแม้ไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีหนี้อะไรแบบนั้นยังไง แต่ว่าดูแล้วคุณน่าจะลำบากไม่น้อย เมื่อวานก็รออยู่ตรงนี้ตลอด กินเถอะ!”
ถึงแม้ว่าจะถูกให้เป็นคนมีหนี้ แต่ว่าในใจนั้นรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก ยามคนนี้ไม่เลวเลย
ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้างาน เหมือนจะนั่งอยู่หน้าประตูบริษัทไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดังนั้นผมเลยไปนั่งที่ฟุตบาทข้างถนนของบริษัท ไม่ได้ล้างหน้า ทำให้ผมที่โดนลมพัดทั้งคืนนั้นยุ่งเหยิง ดูแล้วเหมือนขอทานอะไรแบบนั้น