ตอนที่ 165
บทที่165 ความเร้าใจของยาหม่อง
October 28, 2026
บทที่165 ความเร้าใจของยาหม่อง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ใบหน้าของลู่หย่าฉีตกใจกลัวมาก จนซีดขาวแบบไม่มีเลือด
ผมเคล้นคลึงที่หน้าอกอันอวบอิ่มของเธอ แสดงเจตนาให้เธอใจเย็นๆ จากนั้นเธอเหมือนกำลังจะพูดบางอย่าง แต่ปากอันเซ็กซี่ก็ถูกปิดลง
เสียงเคาะประตูดังอยู่สามครั้ง จากนั้นก็ได้ยินเสียงรองเท้าดังอยู่หน้าห้อง ค่อยๆเดินลงบันไดลงไป จนเสียงหายไป
“น่าจะเป็นเพราะคุณไปบอกหยู่ถิงว่าปวดหัว เธอจึงอยากมาดูแลคุณ”
ลู่หย่าฉีพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็วางหัวนอนลง เหมือนกับกำลังจะนอนหลับอย่างนั้น
ผมพอจะเดาออกว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ว่าคำพูดเหล่านั้นผมก็ไม่ควรพูดมันออกมา
นานมาก เธอจึงเงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าเต็มที่เต็มไปด้วยความทำตัวไม่ถูก“ เฉินเฟิง ถิงถิงดีกับฉันมาก แต่ฉันยังจะอยากให้คุณจัดการกับหล่อนอีก ฉันมันแย่มากเลยใช่ไหม”
“มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดหรอก ถ้าเป็นผมก็คงทำแบบคุณ อยู่เสี้ยงเฉียนไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ คุณมีความต้องการสูงแต่เขากลับไม่สามารถทำให้คุณพอใจได้ หากคุณไม่วางแผนเพื่อตัวเอง แล้วทั้งชีวิตนี้คุณจะทำอะไรได้ ?”
คำพูดของผม แทงใจดำของลู่หย่าฉีดังนั้นเธอจึงมาซบที่หน้าอกผม อ่อนโยนเหมือนแมวน้อย “คุณไม่เพียงแต่ทำให้สุขกาย แต่ยังเข้าใจความในใจของฉัน มิน่าล่ะฉันจึงอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณ”
“งั้นพวกเราต่อกันเลยไหม คุณเสร็จหรือยัง ของผมมันเริ่มมาอีกแล้ว มันคงได้กลิ่นจากข้างล่างของคุณ!”
ลู่หย่าฉีไม่ได้ลุกไปไหน นอนซบอยู่ที่อกผมเงียบๆ
แต่มือของเธออ่อนระทวนราวกับไม่มีกระดูก ขาทั้งสองค่อยๆถ่างออกเอง จากนั้นก็ใช้มือน้อยๆจับเข้าไปข้างใน
เพียงแต่ เธอขยับได้ช้ามาก ดูราวกับกำลังต่อสู้กับความคิด
ในที่สุด เธอก็ส่ายหัวอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ ถ้าเกิดอยู่เสี้ยงเฉียนไม่ดีขึ้น พวกเราต้องตายแน่นอน”
พูดแล้ว ลู่หย่าฉีเอามือสองทั้งข้างไปกุมขมับ จับผมแล้วสะบัดลงอย่างรุนแรง แม้ว่าผมจะร่วงไม่กี่เส้น แต่เธอก็ถูกสถานการณ์บังคับให้ทำแบบนั้น
ณ ขณะนี้ในใจเธอคงวุ่นวายมาก เธอต้องการ แต่ว่าก็ไม่กล้ายอมรับ เหมือนกับคนที่กำลังมีอาการติดยาแล้วต้องเผชิญกับยาที่อยู่ตรงหน้า ระหว่างความตายกับการเย้ายวน เธอไม่มีทางเลือก
เธอเจ็บปวดทรมาน ด้วยเหตุนี้ผมตัดสินใจยกโทษให้เธอ จะไม่ยั่วยุเธออีกแล้ว
“หย่าฉี ผมใช้มือหรือไม่ก็ลิ้นช่วยคุณดีกว่า คุณไม่ต้องช่วยผมแล้ว อย่างน้อยผมก็สามารถไปหาผู้หญิงอื่นช่วยผมได้ในเรื่องนี้ แต่คุณต้องกลัดกลุ้มใจเป็นอย่างมาก คิดคิดแล้วรู้สึกรักและสงสารเธอ….”
ผมนั้นรักและสงสารเธอจริงๆ เธอเป็นคนดีมาก ถูกละเลยมาโดยตลอด เป็นใคร ใครก็รักและสงสารเธอ?
ลู่หย่าฉีรู้สึกตื้นตัน เธอตื้นตันที่ผมเข้าใจเธอ เข้าใจถึงความทุกข์ทรมานของเธอ
“เฉินเฟิง ขอบคุณคุณมากนะคะ บนโลกนี้นอกจากคุณและอยู่เสี้ยงเฉียนแล้ว ก็ไม่มีใครที่เข้าใจความทุกข์ทรมานของฉันได้ ขนาดอยู่เสี้ยงเฉียนที่ฉันหวงแหน เขายังไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นฉันเลยได้แต่เก็บกด อดทนมาโดยตลอด โชคดีที่มาเจอกับคุณ เมื่อมีคุณเข้ามา ฉันถึงได้ปลดปล่อยความทุกข์ในใจฉันออกมา ขอบคุณคุณจริงๆ…..”
ในระหว่างเสียงขอบคุณของเธอ ผมก็ได้ค่อยๆถ่างขาอันผอมบางของเธอออก แล้วก็ก้มหัวลงไปตรงระหว่างขาที่กางออก
แต่ขณะที่ผมบรรจงจูบตรงนั้นเพื่อช่วยเธอ ขาทั้งสองข้างของเธอก็หุบเข้า ทำให้หัวของผมถูกหนีบแน่นอยู่ แสดงเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้องการให้ผมก้าวไปอีกขั้น
“เฉินเฟิง ฉันไม่กล้า ฉันกลัวว่าฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วร้องออกมา ถ้าเกิดหยู่ถิงได้ยินเข้า พวกเราตายแน่นอน”
ผมคิดแล้วคิดอีก จากนั้นก็หยุดการกระทำเหล่านั้น ค่อยๆนอนลงช้าๆ กอดเธอไว้ในอ้อมแขน
กอดจูบลูกไล้หน้าอกอันกลมของเธอ ไม่นานผม ก็ให้เธอเอาโทรศัพท์มา แล้วหาคำว่า ‘ยาหม่องยาหม่อง’ในอินเตอร์เน็ต หาเสร็จแล้วผมก็เอาไปให้เธออ่าน
“มันจะสบายจริงๆหรอ?มันจะไม่ทำให้บาดเจ็บใช่ไหม?”
“ไม่เจ็บหรอก ตอนเด็กๆผมเคยกิน”
“มิน่าล่ะตอนนี้คุณที่ได้เก่งกาจขนาดนี้ ที่แท้สาเหตุมาจากตอนเด็กคุณกินมาแล้วทุกอย่าง….”
ผมคุยกับหย่าฉีสักพัก จากนั้นผมก็โน้มน้าวหล่อน “หย่าฉีที่บ้านมียาหม่องยาหม่อง ไหม”
เธอยังมีความกังวลอยู่ “มีนะมีอยู่ เสี้ยงเฉียนชอบใช้เวลาทำงานตอนดึก ดังนั้นเขาจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในห้องนี้ก็มี แต่ว่า แต่ว่า….”
“คุณกังวลว่าคุณจะฟินมาก แล้วหยู่ถิงจะได้ยินใช่ไหม?”
ลู่หย่าฉีพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าที่สวยมีเสน่ห์นั้นเต็มไปด้วยความกังวลใจ แต่ก็มีสีหน้าอยากรู้อยากเห็นเบาๆ