ตอนที่ 151
บทที่ 151 คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามา
October 28, 2026
บทที่ 151คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามา
หลินอิ่งขำออกมาอย่างไม่พอใจ แล้วพูดว่า “ทางที่ดีคุณควรจะไสหัวออกไปซะ”
“นี่คุณว่ายังไงนะ? บอกให้ฉันไสหัวไปเหรอ?” โจยู่ถานขำออกมาอย่างดูแคลน “คุณไม่ก็แค่คนไร้ค่ายังไม่รู้ตัวอีก? นี่มันไปสมบัติของตระกูลโจของฉัน! คุณยังกล้าทำตัวกร่างขนาดนี้อีก เดี๋ยวฉันก็สั่งคนมากระทืบคุณหรอก!”
“หึหึ พี่ยู่ถานคะ ที่เขายังทำตัวกร่างอยู่แบบนี้ คงเป็นเพราะเขาคิดว่าหวางหงหลิงจะต้องช่วยยัยนั้นแน่ๆ ช่างโง่เง่าซะจริง ยังไม่รู้สินะว่าพี่ยู่ถานกับหวางหงหลิวนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีขนาดไหน?” จางจี้หนิงพูดประจบอยู่ข้างๆ
“หลินอิ่ง ฉันขอแนะนำให้แกรีบคุกเข่าลงมาขอโทษพี่ยู่ถานเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นแม้แต่ตระกูลจางของเราก็จะเฉดหัวคุณออกไปเหมือนกัน” จางจี้หนิงตะคอกใส่หลินอิ่ง “คุณควรคิดดูสักนิดนะ ว่าภรรยาของแกได้ถูกจางซื่อกรุ๊ปไล่ออกไปแล้ว คุณยังไม่รู้เรื่องนี้ใช่มั้ย?”
“หึ ยังไม่คุกเข่าลงอีก บอดี้การ์ด จัดการมัน!” โจยู่ถานคำรามออกมา พร้อมกับดีดนิ้วเพื่อส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดของเธอ
บอดี้การ์ดกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาหวังจะลงมือกับหลินอิ่ง
“นี่พวกเธอกำลังเอะอะอะไรกันอยู่?”
ในตอนนั้นเอง เสียงที่ทั้งไพเราะและสง่างามก็ได้ดังขึ้น
กุนซุนชิวอวี่ได้เดินเข้ามา เธอมองมาที่จางจี้หนิงกับโจยู่ถานด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก
สองคนที่ไม่รู้จักผิดชอบกล้ามาขวางทางพี่ชายไม่ให้เข้าไปอย่างนั้นเหรอ? ครั้งนี้ต้องขอให้พี่ชายให้ช่วยแท้ๆ ถ้าปล่อยให้สองคนนี้มาทำให้เสียการใหญ่ละก็ต้องแย่แน่ๆ
ถึงแม้ฉีหยิ่นจะมีศักดิ์เป็นพี่ แต่การที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายปีแบบนี้ จู่ๆ จะไปขอให้มาช่วยมันก็ต้องทำตัวให้สมกับที่ไปขอร้องคนอื่นหน่อยสิ
“คุณหนูกงซุน”
โจยู่ถานกับจางจี้หนิงรีบเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที ก้มหน้าก้มตาพร้อมกับทักทายด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ฐานะของกงซุนชิวอวี่นั้นช่างสูงศักดิ์เหลือเกิน อำนาจล้นฟ้า เดิมทีพวกเธอสองคนก็ตั้งใจจะมาคลอเคลียกับกงซุนชิวอวี่อยู่แล้ว อยากทำความรู้จักกันไว้ เผื่อวันหน้าจะได้ติดต่อกันง่ายๆ ถ้าสามารถเชื่อมสัมพันธ์ได้สักนิดละก็ มันก็หมายถึงความมั่วคั่งที่จะไหลมาอย่างไม่มีสิ้นสุดเลยนะ
ดังนั้นพวกเธอจึงไม่กล้าแสดงสีหน้าใดๆ กับกงซุนชิวอวี่ผู้สูงศักดิ์คนนี้เลยแม้แต่น้อย
“คุณหนูกงซุน เราสองคนไม่ได้เอะอะอะไรนะคะ แต่เป็นคนไร้ค่าคนนี้ต่างหากที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนของคุณ แล้วยังอยากเสนอหน้าเข้าไปพบคุณด้วย ฉันกำลังจะให้บอดี้การ์ดสั่งสอนเขาอยู่เลยค่ะ” จางจี้หนิงพูดประจบประแจง
“คนไร้ค่าเหรอคะ?” กงซุนชิวอวี่ตกใจกับสิ่งที่จางจี้หนิงพูดออกมา
ถ้าบอกว่าพี่ฉีหยิ่นเป็นคนไร้ค่า แบบนี้คนทั้งแผ่นดินจะมีใครที่ไม่ไร้ค่าอีกเหรอ?
คนๆ เดียวสามารถจัดการกับตระกูลฉีทั้งตระกูลได้ แถมยังมีทรัพย์สินในครอบครองอีกไม่รู้กี่พันล้าน กลับถูกหาว่าเป็นคนไร้ค่า วิสัยทัศน์ของผู้หญิงที่โง่เง่าทั้งสองนี้ช่างแคบซะเหลือเกิน เทพที่แท้จริงยืนอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ยังไม่รีบกราบไหว้อีก!
กงซุนชิวอวี่ได้แต่ตัดเพ้อในใจ พี่ฉีหยิ่นนั้นช่างเป็นคนที่ดูถูกไม่ได้เลย เขาเปลี่ยนไปใช่แซ่เดียวกับป้าหลิน ในเมืองชิงหยูนเขาก็ไม่ได้เปิดเผยความร่ำรวยของตนเองให้ใครรู้ ช่างเป็นคนถ่อมตัวเหลือเกิน!
“ใช่ค่ะ คุณหนูกงซุน ก็ตามที่เพื่อนของฉันพูดนั่นแหละค่ะ ไอ้คนไร้ค่าคนนี้ชื่อว่าหลินอิ่ง เขาแบกหน้าด้านๆ ของตัวเองมาหาคุณหนูถึงที่ เพื่อที่จะคลอเคลียให้ได้รู้จักกับคุณ แต่ไม่รู้จักดูสาระรูปตัวเองเลยว่ามีค่ามากพอที่จะทำแบบนั้นมั้ย”
โจยู่ถานพูดประจบประแจงด้วยไม่ต่างกัน
“หุบปาก!”
กงซุนชิวอวี่ตะคอกออกมา ตอนนี้เธอโกรธแล้ว เธอมองมาด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์
พวกโจยู่ถานรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ตะลึงอยู่กับที่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
“คุณหลินอิ่งเป็นแขกคนสำคัญที่ฉันเชิญมาดื่มน้ำชาด้วย! พวกเธอนี่ช่างกล้าเหลือเกินนะ ที่กล้ามาขวางทางแขกที่ฉันเชิญมาแบบนี้?” กงซุนชิวอวี่พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“ห๊ะ? คุณหนู คุณรู้จักกับหลินอิ่งด้วยเหรอคะ? ไม่สิ ทำไมเขาถึงเป็นแขกคนสำคัญของคุณได้?” โจยู่ถานพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
โจยู่ถานกับจางจี้หนิงนั้นตะลึงไปตามๆ กัน ตกใจจนลูกตาทะลักแล้ว
คนไร้ค่าอย่างหลินอิ่งมันไปรู้จักกับคุณหนูกงซุนได้ยังไงกัน? แถมคุณหนูกงซุนยังเชิญมันมาเป็นแขกอีก?