ตอนที่ 158
บทที่ 158 ผมรักษาได้ทั้งโรคภัยและสันดาน
October 28, 2026
บทที่ 158 ผมรักษาได้ทั้งโรคภัยและสันดาน
“หึ” หลินอิ่งขำอย่างไม่ชอบใจ แล้วมองหน้าเจิ้งหยวนเป่าอย่างน่าสนใจ “แล้วคุณเป็นใครล่ะ?”
“ไอ้คนโง่เง่า เดี๋ยวพ่อจะพูดให้ฟัง ในเมืองเกาหยางแห่งนี้ นอกจากหัวหน้าที่อาวุโสกว่า ใครก็ตามที่เห็นหน้าฉันมีใครบ้างที่จะไม่ทำตัวนอบน้อม? แล้วกะอิแค่ไอ้บ้านนอกที่มาจากเมืองตุงไห่อย่างแกยังกล้ามาวางท่ากับฉันอีกอย่างนั้นเหรอ?” เจิ้งหยวนเป่าคำรามออกมาอย่างเดือดดาล
“บอดี้การ์ด มานี่!” เจิ้งหยวนเป่ากวักมือเรียกบอดี้การ์ดตัวสูงใหญ่ที่เป็นชาวต่างชาติมาสองคน พวกเขาใส่แว่นดำ สีผิวดำคล้ำ กล้ามแขนเป็นมัดๆ
“ตอนอยู่ที่สนามบินแกเก่งนักใช่มั้ย? เดี๋ยวฉันจะสั่งสอนแกเอง อยู่ที่มณฑลเกาหยางแห่งนี้ ก็ควรรู้จักกฎเกณฑ์ของมณฑลเกาหยางด้วย พ่อไม่สนหรอกว่าตอนอยู่ที่เมืองตุงไห่แกโกหกจนมีชื่อเสียงขนาดไหน จนทำให้กงซุนชิวอวี่ยังหลงเชื่อแก” เจิ้งหยวนเป่าพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“คุกเข่าลงมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ จากนั้นก็สารภาพมาซะว่าแกเป็นแค่นักต้มตุ๋นที่มากประสบการณ์เท่านั้น” เจิ้งหยวนเป่าข่มขู่ด้วยความไม่พอใจ จากนั้นก็หยิบกล้องออกมาตัวหนึ่งเตรียมที่จะถ่ายคลิปตอนที่หลินอิ่งคุกเข่าลงมาขอโทษและสารภาพว่าตัวเองเป็นนักต้มตุ๋น พอถึงตอนนั้นค่อยเอาไปให้กงซุนชิวอวี่ดู
เขาไม่มีทางเชื่อหรอกว่าคนอย่างหลินอิ่งจะมีวิธีแพทย์ที่สูงขนาดนั้น แล้วยังจะให้ไปรักษานายท่านกงซุนอีก นี่มันบ้าชัดๆ
“พ่อจะนับหนึ่งถึงสิบ พอถึงสิบเดี๋ยวจะอัดแกให้คุกเข่าเอง!” เจิ้งหยวนเป่าพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
เขาทนรอที่จะเห็นหลินอิ่งคุกเข่าลงไม่ไหวแล้ว กล้ามาทำตัวเด่นต่อหน้าผู้หญิงของเขา โทษตายสถานเดียว! ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเจ็บใจ เขาตามจีบกงซุนชิวอวี่มาตั้งหลายปี ใช้มาหมดแล้วทุกวิธี ไม่ว่าเขาจะแสดงความรักด้วยวิธีไหนก็ตาม กงซุนชิวอวี่ก็ยังเมินเฉยอยู่ดี
แล้วไอ้ต้มตุ๋นที่ต่ำต้อยคนนี้มีสิทธิ์อะไรทำให้กงซุนชิวอวี่ต้องต้อนรับมันด้วยรอยยิ้มด้วย แถมยังดูเป็นกันเอง ยังนั่งด้วยกันอีกด้วย
หลินอิ่งส่ายหน้า จุดบุหรี่มวนหนึ่ง ช่างเป็นเรื่องที่วุ่นวายจริงๆ เขาเข้าใจเรื่องราวแล้ว เจิ้งหยวนเป่านี้มันเป็นพวกที่ชอบทำตัวเก่งต่อหน้าคนเยอะๆ สินะ
“ไอ้เชี่ยเอ๊ย อยู่ต่อหน้าฉันแล้วยังจะมาแสดงอีก? จุดบุหรี่เหรอ?” เจิ้งหยวนเป่าถลกแขนเสื้อขึ้น โมโหอย่างสุดขีด การกระทำของหลินอิ่งนี่มันไม่ได้มีเขาอยู่ในสายตาเลยนี่นา
“แกรนหาที่ตายเองนะ กระทบจนกว่ามันจะยอมคุกเข่าลง!” เจิ้งหยวนเป่าพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมกับดีดนิ้วไปทีหนึ่ง
บอดี้การ์ดตัวใหญ่สองคนก็หักข้อนิ้วตัวเองจนเกิดเสียงดัง พร้อมกับเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เยาะเย้ย
ท่าทางอ่อนแอซะขนาดนั้น ตบที่เดียวก็กระเด็นแล้ว
ฟู่!
บอดี้การ์ดทั้งสองมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วมาก ฝ่ามือทั้งสองถูกเหวี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงแหวกอากาศดังขึ้น
ตุ๊บ!
ทันใดนั้น หลินอิ่งก็ได้ถีบขาออกไป ทำเอาบอดี้การ์ดทั้งสองกระเด็นออกไปไกลสิบกว่าเมตร แล้วกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง เลือดสดๆ ทะลักออกจากปาก แว่นดำแหลกละเอียดอยู่ที่พื้น แววตาเต็มไม่ด้วยความตะลึง
การโจมตีในครั้งนี้ มันเป็นการถีบโดยใช้กำลังภายใน พลังในการทำลายล้างของมันทำให้ร่างกายส่วนล่างถึงกับพิการไปเลย
หลินอิ่งมองมาที่เจิ้งหยวนเป่าด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“นี่? นี่แก?” เจิ้งหยวนเป่ายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหันไปมองบอดี้การ์ดทั้งสองที่ถูกซัดจนกระเด็นไปแล้ว
ด้วยสรีระของหลินอิ่ง เขาสามารถถีบคนที่หนักสองร้อยปอนด์ให้กระเด็นได้ยังไง?
สองคนนี้เป็นถึงนักชกแชมเปี้ยนที่เขาจ้างมาอย่างแพงจากลาตินอเมริกาเลยนะ
เพรี๊ยะ!
เสียงแสบหูดังขึ้น ฝ่ามือหนักๆ ตบเข้าที่บ้องหู ตบจนเจิ้งหยวนเป่าหมุนวนอยู่กับที่ เห็นดาวระยิบระยับ จากนั่นก็ล้มลงพื้นพร้อมกับใบหน้าที่บวมไปครึ่งหนึ่ง
“อะไรเนี่ย? นี่แกกล้าตบหน้าฉันเหรอ?” เจิ้งหยวนเป่าไม่อยากจะเชื่อ เขารับไปไม่ได้ เขาอยู่มาตั้งยี่สิบกว่าปี ยังไม่เคยถูกใครตบหน้าแบบนี้มาก่อนเลย! นี่มันหน้านะ หน้าของเขาที่เป็นถึงคุณชายให้แห่งมณฑลเกาหยางผู้สูงศักดิ์ยังกล้าแตะต้องเหรอ?
“แกตายแน่ ที่กล้ามาทำร้ายฉันถึงในมณฑลเกาหยางแบบนี้? แกไอ้ปลาเน่า…” เจิ้งหยวนเป่าเริ่มแหกปากออกมาเหมือนกับราวกับเพิ่งถูกทำให้อับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ หลินอิ่งก็ได้กระทืบเท้าลงมาเหยียบอยู่บนใบหน้าของเขา เหยียบจนเขาร้องโหยหวน เหยียบจนเลือดกำเดาเริ่มไหล