ตอนที่ 159
บทที่ 159 พวกคุณขอโทษอาจารย์หลินเดี๋ยวนี้
October 28, 2026
บทที่ 159 พวกคุณขอโทษอาจารย์หลินเดี๋ยวนี้
“นี่แก! ไอ้หนูแกมาจากไหน ถึงได้พูดจาสามหาวขนาดนี้? ทำร้ายลูกชายของเจิ้งทงคนนี้แล้วยังกล้าทำตัวโอหังอยู่ตรงนี้อีก!” เจิ้งทงพูดด้วยสีหน้าที่เดือดดาล อยากจะกัดกินหลินอิ่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
พอเห็นเจิ้งหยวนเป่าที่อยู่ในสภาพแบบนั้น มันก็ทำให้เขาโกรธจนแทบระเบิดออกมา แต่เขาก็เกรงกลัวในฝีมือของหลินอิ่งมาก จึงไม่กล้าที่จะเข้าไปทำร้ายหลินอิ่ง
“ถ้าไม่มีคนทำร้ายผม ผมก็จะไม่ทำร้ายใครก่อน” หลินอิ่งพูดออกมาอย่างเรียบเฉย แล้วเดินไปนั่งดื่มชาต่อ
ยิ่งเจิ้งทงเห็นหลินอิ่งทำตัวแบบนั้น เขาก็ยิ่งโมโหขึ้นมาอีก ไอ้บ้านนอกคนนี้เห็นเขาเป็นตัวอะไรกัน?
แค่คนที่จะมารักษาโรคเท่านั้น ฝึกวิชามานิดหน่อย ก็กล้าวางท่าใหญ่โตแบบนี้แล้วเหรอ?
ทำไมถึงจะล่วงเกินแกไม่ได้ สิ่งที่ตระกูลเจิ้งมีก็คือเงิน ถ้าจะล่วงเกินแกแล้วมันจะทำไม? การทำงานหาเงินได้เยอะแยะแบบนี้ก็เพื่อสร้างภาพอยู่แล้ว
“วันนี้พ่อจะล่วงเกินแกแล้วมันจะทำไม?” เจิ้งทงพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เขาโบกมือให้สัญญาณ “พวกแกรีบไปเอาอาวุธที่อยู่ในโรงรถมาเร็ว!”
บอดี้การ์ดสิบกว่าคนรีบทำตามคำสั่งทันที พวกเขาหันหลังแล้วเดินออกจากวิลล่าไป เพื่อไปหาอาวุธเข้ามา
“ไอ้หนูแซ่หลิน แกอย่าคิดว่าการที่คุณหนูกงซุนเชิญแกมาให้ช่วยรักษาโรค แล้วแกจะทำอะไรก็ได้นะ แกมันก็แค่หมอชั้นต่ำที่คอยให้บริการคนรวยอย่างเราก็เท่านั้น” เจิ้งทงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ พร้อมกับความรู้สึกที่มั่นใจในตัวเองมาก
หลินอิ่งขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ จากนั้นก็เหวี่ยงแก้วชาในมือออกไป แก้วใบนั้นลอยไปกระแทกเข้าที่ท้องของเจิ้งทงอย่างจัง แรงกระแทกทำให้เขาขดตัวลงไปทันที เขาส่งเสียงแหวะ แล้วของเหลวมากมายก็ถูกสำลอกออกมา อ้วกจนเลอะไปหมดทั้งตัว ดูทุกข์ทรมานมาก
“แคร็กๆ “เจิ้งทงจ้องมองหลินอิ่งด้วยสายตาที่โกรธแค้น พร้อมกับกัดฟันแน่น
“แล้วคุณคิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ?” หลินอิ่งพูดออกมาอย่างเรียบเฉย เขาค่อยๆ ยืนขึ้น “ไสหัวออกไปให้หมด กล้ามาใช้กำลังกับผม ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด”
“หลินอิ่ง นี่คุณทำตัวได้ใจเกินไปแล้วมั้ง? เดี๋ยวผมจะโทรเรียกคนมาเดี๋ยวนี้แหละ!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้น จากนั้นก็ต่อสายออกไป เสียงโทรศัพท์ดังตูดๆๆ เตรียมที่จะเรียกคนจากบริษัทรักษาความปลอดภัยให้มาจัดการกับคนไม่เจียมตัวคนนี้
“ใช่! วันนี้เราห้ามปล่อยเขาไปเด็ดขาด กล้ามาทำร้ายคนอื่นถึงในวิลล่าฉงหลงแบบนี้ คิดว่าตระกูลเจิ้งของเราไม่มีตัวตนรึไง? แถมยังเป็นการไม่ใช้เกียรติตระกูลกงซุนด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“ตระกูลกงซุนก็มีกฎของเขา กล้ามาทำร้านคนในนี้ คุณตายแน่!”
ชายหญิงวัยกลางคนกลุ่มนั้นกำลังชี้ไม้ชี้มือวิจารณ์กันใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาทำอะไรหลินอิ่งสักคน
“เจ้าบ้านเจิ้ง พวกเราเอาของมาแล้วครับ” ในตอนนั้นเอง บอดี้การ์ดกลุ่มใหญ่ก็ได้วิ่งกลับมาพร้อมกับยื่นกระเป๋าตกปลาใบหนึ่งให้กับเจิ้งทงไป
เจิ้งทงทำตาเย็นชา ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบรับกระเป๋ามา แล้วหยิบปืนกระบอกหนึ่งออกมาชี้ไปที่หน้าของหลินอิ่ง
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
แม่งเอ๊ย ไอ้บ้านนอกจากเมืองตุงไห่ กล้ามาทารุณเจิ้งหยวนเป่าลูกชายของตัวเองต่อหน้าแบบนี้ แถมยังวางท่าใหญ่โต ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ถ้าไม่สามารถกู้หน้ากลับมาได้ละก็ ต่อไปคงไม่มีหน้าจะอยู่ในแวดวงตระกูลชั้นสูงของมณฑลเกาหยางแล้ว
หลินอิ่งเหมือนอยากจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม
“ทำไม? ยังกล้าทำตัวกร่างอีก แกคิดว่าฉันแค่ขู่อย่างนั้นเหรอ? เมื่ออยู่ในวิลล่าของตระกูลเจิ้ง เมื่ออยู่ในมณฑลเกาหยาง ถ้าฉันจะทำให้แกหายไปจากโลกนี้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย” เจิ้งทงพูดออกมาอย่างเย็นชา
“ใช่ครับ พ่อ จัดการมันเลย! ไอ้บ้านี่มันคิดว่ามันแค่รู้จักกับคุณหนูกงซุน แล้วจะไม่มีใครกล้าทำอะไรมัน ไม่คิดบ้างรึไงว่าตัวเองก็แค่หมาตัวหนึ่งที่ใช้เงินซื้อมาเท่านั้น ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีของตระกูลเรากับตระกูลกงซุนต่อให้ฆ่ามันทิ้งแล้วมันจะทำไม?” เจิ้งหยวนเป่าแหกปากออกมา สีหน้าโกรธแค้น แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความได้ใจ
ถึงจะสู้เก่งแค่ไหนก็ตาม เขาคิดว่าคนๆ เดียวไม่สามารถที่จะพลิกฟ้าได้หรอก!
“น้องสี่ แกโทรหากงซุนชิวอวี่ซิ ค่อยๆ เล่าให้เธอฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นตรงนี้ พอพูดเสร็จเราค่อยเอาไอ้หน้าโง่นี่ไปให้ฉลามแม่น้ำเกาเทียนกิน” เจิ้งทงพูดอย่างไม่สบอารมณ์