ตอนที่ 162
บทที่ 162 เลียพื้นรองเท้าให้แห้ง แล้วค่อยมาคุยกัน
October 28, 2026
บทที่ 162 เลียพื้นรองเท้าให้แห้ง แล้วค่อยมาคุยกัน
“อาจารย์หลินครับ นี่เป็นการเข้าใจผิดทั้งนั้นเลยครับ!” กงซุนเฟยหงรีบอธิบายโดยเร็ว เขาไม่อยากทำให้ฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตนายท่านได้ต้องโกรธเคือง
“ขอโทษนะครับ อาจารย์หลิน นี่เป็นการละเลยของผมเอง ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้บอกกับพวกเขาไว้ก่อน จนเป็นเหตุทำให้พวกเขาต้องระรานท่าน” กงซุนเฟยหงพูดด้วยความเคารพ “อาจารย์ครับ ท่านอยากให้จัดการยังไงกับพวกเขาครับ”
“คุณลุงครับ! แบบนี้มันไม่ได้นะครับ!” กงซุนสือรีบพูดขึ้นมาพร้อมสีหน้าไม่เต็มใจอย่างมาก “คุณลุงครับ เขากล้าทำตัวเก่งกาจต่อหน้าตระกูลกงซุนขนาดนี้ แถมยังลงมือทำร้ายผมด้วย เรื่องนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะครับ หรือว่าท่านเองก็เชื่อว่าเขาจะมีวิชาการรักษาที่เก่งกาจและสามารถรักษาคุณท่านได้?”
กงซุนสือคิดไม่ออกว่าทำไม กงซุนชิวอวี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องโดนนักต้มตุ๋นอย่างหลินอิ่งหลอกเพราะไม่มีประสบการณ์ก็แล้วไป แต่ทำไมคนที่ชาญฉลาดอย่างคุณลุงใหญ่กงซุนเฟยหงเองก็เชื่อเล่ห์เหลี่ยมของหลินอิ่งด้วยล่ะ?
นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย
“ใช่ครับ คุณลุงกงซุน ไอ้หลินอิ่งนี้เข้ามาก็โวยวายที่ตระกูลเจิ้ง แถมยังเสี้ยมความสัมพันธ์ระหว่างผมกับชิวอวี่อีกด้วยครับ
ฟันของผมโดนเขาต่อยร่วงไปสองซี่แล้วครับ” เจิ้งหยวนเป่าพูดอย่างเจ็บช้ำใจ ฟันในปากหายไป จนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว
กงซุนเฟยหงทำสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนหน้านี้ก็ฟังกงซุนชิวอวี่เล่าเรื่องเจิ้งหยวนเป่ามาแล้ว เป็นคนไม่เอาไหนจริงๆ หาเรื่องใส่ตัว แล้วยังแก็ปัญหาเองไม่ได้อีก
แค่นี้ก็ว่าไปอย่าง โดนหลินอิ่งกระทืบจนกลายเป็นสภาพนี้แล้วยังไม่รู้สึกพออีก และยังไปลากกงซุนสือเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อโจมตีหลินอิ่ง
หลายชายกงซุนสือเองก็โง่เหลือเกิน ทำอะไรโดยไม่ใช้สมองคิด อาจจะเพราะเขาก็าวร้าวเอาแต่ใจเกิดไป ชีวิตราบรื่นไม่เคยได้พบอุปสรรคอะไร ก็เลยคิดว่ามีเงินทองมีอำนาจแล้วก็จะไม่มีใครทำอะไรตนได้ ถ้ายังคิดว่าแค่มีเงินก็สามารถทำอะไรก็ได้ล่ะก็ จะช้าจะเร็วเขาก็คงต้องตายเพราะเรื่องนี้ ต้องเตือนสติเขาสักหน่อย
“คุณลุงครับ ผมโดนกระทืบไม่เป็นไรครับ แต่เรื่องมันเกิดที่วิลล่าของตระกูลกงซุนนะครับ ไอ้หลินอิ่งกำลังตบหน้าลุงอยู่นะครับ เขาไม่เห็นท่านในสายตาเลย” เจิ้งหยวนเป่าพูดด้วยท่าทางผู้ถูกกระทำ
“เจิ้งหยวนเป่า นายหุบปาก! นายไม่มีสิทธิ์พูด!” กงซุนเฟยหงกล่าวอย่างเย็นชา แล้วมองไปที่เจิ้งหยวนเป่าอย่างเยือกเย็น จนทำให้เขารู้สึกตัวสั่นไปหมด แล้วรีบปิดปากไม่กล้าพูดอะไรต่อ
แม้แต่กงซุนชิวอวี่เขาเองก็ไม่กล้าที่จะทำให้โกรธเคือง ส่วนกงซุนเฟยหงก็ไม่ต้องพูดถึงเลย ขนาดนายท่านของตระกูลเจิ้งออกหน้าเอง ก็ยังเคารพและมีมารยาทมากเมื่ออยู่ต่อหน้ากงซุนเฟยหง
“อาจารย์หลินครับ ท่านคิดว่าควรจะจัดการกับไอ้โง่สองคนนี้ยังไง ท่านจึงจะยอมช่วยรักษาอาการของนายท่านครับ” กงซุนเฟยหงถามอย่างจริงจัง
หลินอิ่งเหยียบไปที่หน้าของกงซุนสือ จนเขาเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว แล้วร้องโหยหวน
“นายมีฉายาว่าเฮียสือมิใช่หรือ? เป็นคนใหญ่โตจัง ชอบเลียพื้นรองเท้า? ถ้าอย่างงั้นนายมาลองดูละกันนะ”
“นาย! นายอยากตายหรือไง นายคิดว่านายเป็นใคร? คนบ้านนอกมีฝีมือการรักษานิดหน่อยแล้วคิดว่าเก่งมากหรือ?” กงซุนสือพูดด้วยความโกรธแค้น แล้วด่ากราดขึ้นมา
เขาเป็นถึงลูกหลานของตระกูลกงซุน เคยถูกรังแกเช่นนี้ด้วยหรือ?
สถานการณ์เงิน ของเขามันมากขนาดไหน? ถ้าอยู่ในวงการเหล่าคนชนชั้นสูงของตี้จิงแล้วมีคนต่อแถวรอประจบเต็มเลย มองที่นิ่งซวนก็รู้แล้ว ก่อนที่นิ่งซวยจะรู้จักหลินอิ่ง ฐานะในตี้จิงของเขาอาจจะยังไม่เทียบเท่ากงซุนสือ
“กงซุนสือ นายหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ ขอโทษอาจารย์หลินเดี๋ยวนี้เลย แล้วทำตามที่ท่านบอก!” กงซุนเฟยหงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาโกรธขึ้นมาทันที นายท่านกำลังเกิดอาการป่วยอย่างหนัก ไอ้เด็กพลุ่นพล่านไม่รู้ตายยังจะกล้าด่าอาจารย์หลินอีกหรือ?
นี่เป็นทางเดียวที่นายท่านจะรอดชีวิต ถ้าเกิดว่าเสาหลักอย่างนายท่านล้มลงล่ะก็ อำนาจของตระกูลกงซุนในตี้จิงอาจจะร่วงลงมาหนึ่งระดับ
“ผม....ผม? คุณลุงครับ นี่ท่านเป็นอะไรไปเหรอครับ? คุณลุงครับ ผมเช็กประวัติของหลินอิ่งมาแล้ว เขาหลอกลวง เขาเป็นลูกเขยที่ไม่เอาไหนที่มีชื่อเสียงในเมืองชิงหยูนแห่งเมืองตุงไห่!” กงซุนสือรีบพูดอย่างรวดเร็ว สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ราวกับว่าได้ยินเรื่องที่น่ากลัวสิ้นดีมาก
คุณลุงใหญ่ให้ตนขอโทษคนอย่างลูกเขยไม่เอาไหนหรือ? มีสิทธิ์อะไร? เขาเหยียบหน้าของคุณชายใหญ่ของตระกูลกงซุนไว้ แล้วยังต้องขอโทษเขา และเลียพื้นรองเท้าของเขาตามที่เขาสั่งอีกด้วยหรือ?
กงซุนสือรู้สึกได้รับผลกระทบอย่างหนักในใจ
ศักดิ์ศรีของตระกูลกงซุนด้อยค่าไปตั้งแต่เมื่อไหร่? เป็นเพราะแค่เขามีทักษะทางการแพทย์แค่นั้นหรือ?