ตอนที่ 244
บทที่ 244 เธอพาเศษสวะภาระนี่มาทำไม
October 28, 2026
บทที่ 244 เธอพาเศษสวะภาระนี่มาทำไม
“ฉีโม่จ๊ะ ฉันต้องขอเตือนเธอก่อน คนที่มากินเลี้ยงในครั้งนี้ ล้วนเป็นคนมีหน้ามีตาในตี้จิงทั้งนั้น ต้องระวังในเรื่องการต้อนรับ” จูฟางเดินไปก็สั่งสอนไป “บริษัทของเธอจะเปิดตลาดที่ตี้จิงได้หรือไม่ ต่อไปต้องดูจากสีหน้าคนพวกนี้แล้ว”
“ค่ะ พี่จู ที่พี่พูดมาทั้งหมดฉันเข้าใจ” จางฉีโม่ตอบด้วยความเกรงใจ
“เข้าใจก็ดี ฉีโม่ มาถึงตี้จิงแล้วน่ะ ต้องเชื่อฟังฉันทุกเรื่อง รับรองว่าจะให้เธอได้เก็บเกี่ยวมหาศาลแน่” จูฟางวางท่าใหญ่โตพูด ราวกับตัวเองเป็นลูกพี่
พูดเสร็จ จูฟางก็เหลือบดูหลินอิ่งกับฮาเดสอย่างไม่ไยดี
“ฉีโม่ สองคนนี้ที่เธอพามาด้วยเป็นใคร?” จูฟางพูดด้วยท่าทางยโส “ถ้าเป็นบอดี้การ์ดกับเลขาฯ ของเธอล่ะก็ ให้พวกเขารออยู่ข้างนอก ไม่ต้องตามมาแล้ว ในงานเลี้ยงไม่ใช่ใครก็จะเข้าไปได้”
จางฉีโม่พูดด้วยหน้าตาจริงจังว่า “พี่จู นี่คือสามีฉันกับบอดี้การ์ด เขาตั้งใจมาเป็นเพื่อนฉัน จะไปร่วมงานกินเลี้ยงกับฉันด้วย ส่วนบอดี้การ์ดคนนั้นฉันจะให้เขารออยู่ข้างนอก”
พอได้ยินสิ่งที่พูด จูฟางก็มองหลินอิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเซอร์ไพรส์ สายตาเหยียดหยามพูดว่า “ฉีโม่ เขาก็คือสามีที่เธอเล่าให้ฟัง หลินอิ่ง?”
จางฉีโม่พยักหน้า ถามด้วยความสงสัย “ค่ะ ทำไมเหรอคะ?”
เธอค่อยๆ ยอมรับในสถานะของหลินอิ่ง แม้ว่าต่อหน้าคนอื่นก็ให้เกียรติหลินอิ่งเต็มที่ ไม่อย่างนั้น ครั้งนี้คงไม่จงใจให้หลินอิ่งออกมาข้างนอกกับเธอ
“ให้ตาย ฉีโม่ ทำไมเธอถึงพาเศษสวะตัวภาระนี้มาด้วย?” จูฟางพูดขึ้นมาอย่างไม่กระดากปาก ท่าทางเบื่อหน่าย “ครั้งนี้ตั้งใจจะแนะนำเส้นสายให้เธอ เธอพาเศษสวะนี่มา จะไม่ขายหน้าเหรอ?”
“ฉี่โม่ ฉันล่ะยอมใจเธอจริงๆ เมื่อก่อนฉันเคยบอกเธอแล้วไง หลินอิ่งเป็นพวกเศษสวะ ไม่คู่ควรกับเธอ ทำไมยังจะพาเขามาเมืองตี้จิงอีก?” จูฟางพูดจาวิพากษ์วิจารณ์
จูฟางเคยได้ยินคนอื่นพูดว่า หลินอิ่งสามีของจางฉีโม่ เป็นลูกเขยเศษสวะที่ขึ้นชื่อในเมืองชิงหยูน เห็นว่าเป็นเลขาฯ ผู้ช่วยให้จางฉีโม่ ไม่มีความสามารถอะไร เป็นแค่เศษสวะ
ฉะนั้น เธอจึงดูถูกคนพรรค์นี้ เพราะไม่มีเงินไม่มีอำนาจ จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะพูดคุยเสมอตัวกับเธอได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการร่วมกินเลี้ยงกับเธอ
พอได้ยิน สีหน้าของจางฉีโม่ก็ไม่สู้ดี
ถือว่าเธอเกรงใจจูฟางเป็นพิเศษ แต่คนผู้นี้ จะยุ่มย่ามมากเกินไปเลย ยุ่งมาถึงเรื่องครอบครัวของเธอ ดูจะเห็นเป็นเรื่องของตัวเองเกินไปแล้ว
โดยเฉพาะ ว่าหลินอิ่งต่อหน้าอย่างนี้ จะกำเริบกันเกินไปแล้วหรือเปล่า?
หลินอิ่งมองดูจูฟางพูดว่า “คุณจะยุ่งมากเกินไปหรือเปล่า?”
“หึ พูดถึงนาย ก็รู้สึกเสียหน้า เสียศักดิ์ศรีสินะ?” จูฟางแสยะยิ้ม ท่าทางเหยียดหยามเป็นที่สุด “ฉันไม่รู้ว่าทำไมนายถึงมีหน้ามางานใหญ่ในเมืองตี้จิงกับฉีโม่ได้ ช่างหน้าด้านไร้ยางอายเสียจริง ไม่ส่องกระจกดูตัวเองเสียบ้าง ว่าคู่ควรกับฉีโม่ไหม?”
“อยากให้คนอื่นเคารพนาย? อยากมีเกียรติ? จำไว้ เกียรติของตัวเองต้องคว้าหามาเอง ตัวเองเป็นเศษสวะ ก็อย่าโทษคนอื่นที่เขาดูถูก” จูฟางเสียงเอื่อยเฉื่อย ไม่เห็นหลินอิ่งอยู่ในสายตาเลย
พูดจบ เธอก็มองไปยังฉีโม่ พูดจาสั่งสอนว่า “ฉีโม่ เธอต้องควบคุมหลินอิ่งคนนี้ให้ดีๆ ผู้ชายเศษสวะอย่างนี้ เห็นชัดๆ ว่าเกาะเธอกิน เรื่องไร้อนาคตฉันไม่ว่า แต่ปากดีนี่สิ เธอต้องรู้จักสั่งสอนเขาซะบ้าง!”
จางฉีโม่ขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจขึ้นมาแล้ว