ตอนที่ 263
บทที่ 263 ปลาตายตาข่ายขาด แกมีความสามารถนั้นเหรอ?
October 28, 2026
บทที่ 263 ปลาตายตาข่ายขาด แกมีความสามารถนั้นเหรอ?
“แกจะให้ฉันมอบคนให้แก?” เหยียนหลงมีท่าทางประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าหลินอิ่งจะเอ่ยเงื่อนไขเช่นนี้ออกมา มอบสวีชิงซงให้เขาไปจัดการ?
สมองของไอ้คนแซ่หลินนี่คิดอะไรอยู่ นี่มันบ้าระห่ำเกินไปแล้วหรือเปล่า?
จุดประสงค์ที่เขามาเขตเหยียนหวง ก็เพื่อจะมาขอคนเนี่ยนะ?
ความจริงคือ ตัวเขากับสวีชิงซงไม่ไปก่อกวนเขาก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว เขาถึงกับยังกล้าถ่อมาที่นี่เพื่อต้องการให้เขามอบสวีชิงซงให้?
เหยียนหลงมองหลินอิ่งอย่างเย็นชา คิดจะระบายความโกรธ แต่กลับถูกฮาเดสจับไว้อีกครั้ง คำพูดที่เพิ่งคิดจะพูดจึงกลืนกลับลงไปในท้อง กลัวว่าจะทำให้บอดี้การ์ดต่างชาติผู้นี้เกิดบ้าขึ้นมา สามหมัดสองเท้าตีเขาตายคาที่
“หลินอิ่ง แกรังแกกันเกินไปแล้ว แกยังคิดจะทำอะไรอีก?” สวีชิงซงพูดด้วยท่าทางหวาดกลัว ทั้งอับอายและเคืองโกรธอย่างมาก “ฉันจะบอกให้นะ ไม่ว่าบอดี้การ์ดของแกจะเตะต่อยยังไง อยู่ตี้จิงแกไม่มีทางเป็นคู่มือของฉันไปตลอดชีวิต!”
วันนี้เดิมทีมาหาลูกพี่เหยียนหลงเพื่อช่วยส่งกลิ่นอายชั่วร้ายออกมา เห็นว่าหลินอิ่งถูกคนพามาที่เขตเหยียนหวงอย่างทึ่มทื่อ อีกเดี๋ยวก็จะสามารถเฆี่ยนตีเขาได้ตามใจชอบ แต่คิดไม่ถึงว่า จะถึงกับเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
หลินอิ่งถึงกับนำบอดี้การ์ดมาคนเดียวก็กล้าลงมือที่โรงแรมเหยียนซื่อ ช่างบ้าระห่ำเกินไปแล้ว!
หลินอิ่งสีหน้าไร้ความรู้สึก กล่าวว่า “ถังฮุย พาตัวสวีชิงซงไป”
สิ้นคำ ถังฮุยก็เดินไปหาสวีชิงซงด้วยท่าทางขึงขัง ไม่แยแสลูกน้องจำนวนร้อยคนที่อยู่ตรงนั้นของเหยียนหลงโดยสิ้นเชิง
“ไม่! ไม่ ลุงเหยียน! ช่วยผมด้วย ห้ามให้พวกเขาพาตัวผมไปนะ!” สวีชิงซงรีบถอยหลังทันที ท่าทางตื่นกลัวอย่างยิ่ง
หากคืนนี้ถูกถังฮุยพาตัวไป บอดี้การ์ดข้างกายหลินอิ่งท่าทางโหดเหี้ยมขนาดนี้ เกรงว่าคงได้ถูกตีเกือบตายแน่!
ตอนที่เขายังกำลังพูดอยู่ ถังฮุยก็เดินเข้าไปใกล้ตรงหน้าแล้ว ใช้พัดตบหน้าเขาไปสองทีจนศีรษะโยกคลอน จากนั้นก็ยื่นมือจับตัวสวีชิงซงไว้
ถังฮุยต่อสู้อยู่ในโลกสีเทามานานหลายปีขนาดนี้ และยังต่อสู้ได้ยอดเยี่ยม จัดการกับคุณชายเนื้ออ่อนที่ร่างกายถูกสุรานารีเจาะจนพรุน จึงง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ส่วนลูกน้องของเหยียนหลงที่อยู่รอบๆ ได้แต่มองดูเฉยๆ อย่างร้อนใจ เพราะอย่างไรลูกพี่ก็ถูกคนจับตัวไว้อยู่ จึงไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม
“ลุงเหยียน บอกให้ลูกน้องคุณจับพวกเขาไว้สิ!” ชั่วประเดี๋ยวเดียวสวีชิงซงก็ถูกถังฮุยจับตัวไว้ เขาร้องตะโกนเสียงดัง ท่าทางตื่นตระหนกอย่างมาก
“ถังฮุย แกยังไม่สนคนที่สนใจแกอีก? หรือว่าแกจะช่วยเขาจริงๆ แกรู้ไหมว่าตอนนี้การกระทำของเขามันบ้าบิ่นแค่ไหน? เกิดปัญหาใหญ่แล้ว แกจะจบเรื่องได้เหรอ?” เหยียนหลงพูดเสียงขรึม รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
ถังฮุยเองก็นับเป็นผู้มากประสบการณ์ที่โลดแล่นอยู่ในโลกสีเทามานานหลายปีเช่นกัน เขาทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ออกมาได้ยังไง ต่อหน้าลูกน้องของเขา ท่ามกลางสายตาคนมากมาย ถึงกับจะพาตัวสวีชิงซงไป?
หรือเขาจะทำเพื่อคนบ้านนอกที่มาจากชนบทคนหนึ่งจริงๆ โดยการฉีกหน้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับตระกูลฉีอย่างโจ่งแจ้ง?
“ถังฮุย! ต่อให้แกไม่สนใจสวีชิงซง แต่ สวีชิงซงเป็นลูกชายของสวีฉางเฟิง แกกล้าทำแบบนี้กับตระกูลสวีจริงๆ เหรอ?” เหยียนหลงซักถามเสียงเย็น
ถังฮุยยิ้มหยันไม่พูดอะไร ตระกูลสวีเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในประเทศหลุง แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แต่ เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านอิ่ง ก็เป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่งเท่านั้น
เพราะอย่างไร ตระกูลสวีก็ไม่ใช่ของสวีชิงซงเพียงคนเดียว ส่วนตระกูลฉีแห่งตี้จิงอันใหญ่โต เป็นของท่านอิ่งเพียงผู้เดียว ที่ประคองมันขึ้นมาใหม่ด้วยมือข้างเดียว!
ความแตกต่างระหว่างสองคนนี้ ก็เหมือนกับเอาแมลงตัวเล็กๆ ไปเทียบกับมังกรตัวจริง
ตึงๆ!
เวลานี้เอง ประตูใหญ่สองสามบานของห้องอาหารจู่ๆ ก็เปิดออกกว้าง ชายในชุดสูทกลุ่มหนึ่งต่างกรูกันเข้ามา เรื่องราวชักจะใหญ่โตขึ้น
“ท่านเหยียน ใครกันที่มาก่อเรื่องที่นี่?”
“ท่านเหยียนคุณไม่เป็นไรนะครับ? เมื่อกี้ได้รับโทรศัพท์ ได้ยินว่ามีคนกล้ามาก่อเรื่องที่นี่ ผมเลยรีบพาคนมาที่นี่!”