ตอนที่ 265
บทที่ 265 ไม่เต็มใจก็ต้องก้มหัว
October 28, 2026
บทที่ 265 ไม่เต็มใจก็ต้องก้มหัว
เหยียนหลงรู้สึกขมฝาด ไม่กล้าโต้แย้งคำพูดของหยูจื๋อเฉิง
เขาเคยคิดถึงที่ไหนกันว่า หยูจื๋อเฉิงจะออกหน้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แถมพอมาถึงก็ยิงเลย และยังจัดวางคนของตัวเองไว้ในโรงแรมเพื่อคอยจับตาดู ลงแรงไปมากขนาดนี้ ก็เพราะต้องการช่วยคนบ้านนอกที่มาจากชนบทคนหนึ่งอย่างหลินอิ่งน่ะเหรอ?
ควรรู้ว่า ด้วยอิทธิพลของหยูจื๋อเฉิงตอนนี้ ห่างจากเขาเหยียนหลงไปไกลแล้ว
“ลูกพี่หยู ในเมื่อเรื่องนี้คุณเป็นคนออกหน้า อย่างนั้นสวีชิงซงผมก็ขอไม่ยุ่งด้วยแล้ว” เหยียนหลงก้มหน้ายอมแพ้
“ลูกพี่หยู ผมกับคุณน้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง คืนนี้ ผมหวังแค่ว่าคุณจะไม่ทำเรื่องนี้เด็ดขาดเกินไปนัก” เหยียนหลงพูดด้วยความรู้สึกขมฝาด
พูดจบ เหยียนหลงก็มองไปที่สวีชิงซงอีกครั้ง กล่าวจริงจังว่า “ชิงซง เรื่องนี้ ฉันยุ่งไม่ได้แล้ว”
ความจริงเขาอยากยุ่ง อยากช่วยสวีชิงซง เพราะอย่างไรเขาก็เป็นลูกชายของพี่น้องร่วมสาบานของตน
แต่ปัญหาคือ อีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า!
ตอนแรกก็ถูกหลินอิ่งจับคนไว้อย่างไม่คาดคิด ต่างฝ่ายต่างไม่ลงรอบกัน ตอนนี้ หยูจื๋อเฉิงออกหน้าด้วยตัวเอง พาคนกลุ่มใหญ่มาล้อมโรงแรมเหยียนซื่อไว้ แม้กระทั่งความมั่นใจสุดท้ายก็หายไปหมดแล้ว
เวลานี้ ยังจะเอาอะไรไปปกป้องสวีชิงซงอีก ชีวิตงั้นเหรอ?
“หา! อะไรนะ ลุงเหยียน? คุณไม่ยุ่งแล้ว?” สวีชิงซงสีหน้าหวาดกลัว “ไม่นะ ลุงเหยียน คุณต้องปกป้องผมนะ พวกเขาจะฆ่าผม!”
สวีชิงซงเดิมทีเลือดออกจมูกอยู่แล้ว พลันถูกหยูจื๋อเฉิงยิงเข้าอีกนัด ตกใจจนขวัญหายไปหมดแล้ว เวลานี้จึงถูกทำให้ตกใจจนฉี่ราดกางเกงไปหมดแล้ว
สวีชิงซงล้มแน่นิ่งอยู่บนพื้น ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งร่างมองหยูจื๋อเฉิง พูดอ้อนวอนว่า “ลูกพี่หยู ยั้งมือไว้ไมตรีด้วย คุณเห็นแก่หน้าปู่ผมกับพ่อผม ให้ทางรอดผมได้ไหม? หากทำเกินกว่าเหตุ ก็ไม่เป็นผลดีต่อคุณเช่นกัน”
“ลูกพี่หยู ผมไม่ได้ล่วงเกินคุณ ทำไมถึงลงมือหนักแบบนี้? ตอนนี้ผมจะโทรหาพ่อผม ให้เขาคุยกับคุณ ถือเสียว่าไว้หน้าพ่อผมสักครั้งได้ไหม?” สวีชิงซงวิงวอนกล่าว
สวีชิงซงสมองสับสนไปหมด เขาไม่เคยผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจเช่นนี้มาก่อน ทำคนตกใจเกินไป และไม่รู้ว่า เขาแค่ล่วงเกินหลินอิ่งคนเดียวเท่านั้นเอง ทำไมหยูจื๋อเฉิงถึงไม่สนใจผลที่ตามมา เข้ามาก็ทำท่าอยากจะฆ่าแกงกัน
หากบอกว่า สวีชิงซงก่อนหน้านี้ยังมีท่าทีหยิ่งยโสมากมาย หรือมีระดับความเชื่อมั่นในตัวเองแข็งแกร่ง ถ้าอย่างนั้น การยิงปืนครั้งนี้ของหยูจื๋อเฉิง ก็คือการยิงเขากลับสู่ร่างเดิม ความมั่นใจและการพึ่งพาทั้งหมดล้วนพังยับเยินหมดสิ้น กลายเป็นสุนัขตายที่น่าสงสารตัวหนึ่ง
“ขอความเมตตาจากฉัน? ขอฉันมีประโยชน์อะไร? คนที่แกล่วงเกินคือท่านอิ่ง” หยูจื๋อเฉิงพูดเสียงเย็น
สวีชิงซงช่างรนหาที่ตายจริงๆ ถึงกับตามเหยียนหลงแห่งเขตเหยียนหวง ไปจัดการท่านอิ่ง? นี่ไม่ใช่เป็นการกระตุกหนวดเสือหรอกหรือ?
หากสวีฉางเฟิงรู้ว่าลูกชายเขาไม่รู้จักที่ตาย คิดจะหาคนไปจัดการฉีหยิ่นแห่งตี้จิง เกรงว่า ตัวสวีฉางเฟิงเองคงจัดการสวีชิงซงด้วยมือตนเองไปแล้ว
“ลูกพี่หยู คุณเรียกเขาว่าท่านอิ่ง?” สวีชิงซงสีหน้าหวาดผวา มองไปทางหลินอิ่งอย่างไม่อยากจะเชื่อ
หลินอิ่งเป็นแค่เพียงสุนัขรับใช้ที่คอยประจบถังฮุยตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ? ทำไมแม้แต่หยูจื๋อเฉิงถึงเรียกเขาว่าท่านอิ่งด้วยล่ะ?
นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน? หยูจื๋อเฉิงเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ราวกับดวงตะวันกลางฟ้าแห่งเขตจงเทียน เพราะเอาลูกเขยไร้ค่าที่ขึ้นชื่อในเมืองตุงไห่มาเคารพนับถือเป็นลูกพี่ จะถึงขั้นยิงคุณชายตระกูลสวีอย่างตนเองอย่างไม่สนสิ่งใดเชียวหรือ?
หยูจื๋อเฉิงคร้านจะสนใจสวีชิงซงอีก เขาโบกมือ ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดสองคนที่ข้างกาย ไปพาสวีชิงซงออกไป
“อย่า! อย่าเข้ามานะ!” สวีชิงซงตกใจจนหน้าซีด ล้มลงกับพท้นจากนั้นก็ถอยหลังไปเรื่อยๆ
สีหน้าหวาดกลัว สวีชิงซงคิดวิธีการใดๆ ไม่ออกแล้ว นั้คือถิ่นของเหยียนหลง แม้แต่เหยียนหลงยังไม่กล้าแตะต้องเขา สถานการณ์นี้รุนแรงอย่างยิ่ง
เขาหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าอย่างรีบร้อน โทรศัพท์ด้วยนิ้วมืออันสั่นเทา คิดจะโทรหาบิดาเขา
บิดาของสวีชิงซง สวีฉางเฟิง เป็นผู้อาวุโสลำดับที่สามของตระกูลสวีแห่งตี้จิง นับเป็นหนึ่งในผู้กุมอำนาจคนสำคัญของตระกูลสวี เป็นตัวแทนในโลกธุรกิจ ในมือกุมทรัพยากรทางการค้าไว้มหาศาล กับทรัพย์สินเงินทองที่ยากจะคำนวณออกมาได้