ตอนที่ 271
บทที่ 271 ขอร้องผู้อาวุโสช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้ด้วย
October 28, 2026
บทที่ 271 ขอร้องผู้อาวุโสช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้ด้วย
ณ ผิ่นซานเหอ ภายในห้องดื่มชา
หลินอิ่งเดินอาดๆ เข้ามานั่งบนเก้าอี้หนา ยกชาหอมกาหนึ่งขึ้นมาจิบคำเล็กๆ
“ประธานหลิน ขอโทษด้วย จ้าวเจี้ยนหนิงมีความแค้นส่วนตัวกับผม วันนี้บังเอิญพบเขาเข้าพอดี ทำให้คุณขบขันแล้ว” นิ่งซวนเอ่ยอย่างขอลุแก่โทษ สีหน้ารู้สึกผิดอย่างมาก
“ประธานหลิน ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ ไม่รู้ว่าหมู่นี้คุณสบายดีไหม?” อูหยางยิ้มทักทาย แววตามีความหวาดกลัวอยู่บ้าง
เป็นฝ่ายเชื้อเชิญประธานหลินมา กลับกลายเป็นว่าในห้องพิเศษที่จองไว้จะเกิดเรื่องที่ทำให้คนรำคาญใจเช่นนี้ พวกเขาสองคนภายในใจจึงรู้สึกเคร่งเครียดไม่ใช่น้อย ไม่รู้ว่าประธานหลินจะตำหนิหรือไม่
หลินอิ่งยิ้ม กล่าวเสียงราบเรียบว่า “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องใส่ใจ”
“ครับ” นิ่งซวนพยักหน้ายิ้มๆ
“แต่ว่า ประธานหลิน อยากให้ผมจัดการให้ใหม่ไหมครับ เปลี่ยนที่คุยธุระกัน?” นิ่งซวนกล่าวอย่างระมัดระวัง “คุณให้บอดี้การ์ดเล่นงานจ้าวเจี้ยนหนิงที่นี่ ผมรู้จักนิสัยจ้าวเจี้ยนหนิงดี คนคนนี้ใจคอคับแคบ ไม่มีทางเลิกราง่ายๆ แน่ เวลานี้อาจจะกำลังโทรหาพรรคพวกกลับมายังที่นี่”
ไม่จำเป็นต้องคิดเลยด้วยซ้ำ ด้วยนิสัยวางอำนาจไม่สนกฎเกณฑ์ของจ้าวเจี้ยนหนิง จะกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงไปได้อย่างไร?
เห็นหลินอิ่งไม่แสดงท่าทีอะไร นิ่งซวนก็นิ่งไปสักพัก แล้วกล่าวว่า “ประธานหลิน ผมไม่ได้กังวลว่าคุณจะจัดการเขาไม่ได้ แต่คนอย่างจ้าวเจี้ยนหนิงอยู่ในเขตเสิ่นหนงนับว่ามีอิทธิพลอยู่มาก เรียกคนมาก่อกวนที่นี่ จะรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ของคุณได้”
“คุยธุระที่นี่แหละ ไม่ต้องสนใจเจ้าคนแซ่จ้าวนั่นหรอก” หลินอิ่งพูดด้วยท่าทางสบายๆ “หากเขายังกล้ามาที่นี่อีก แค่จัดการเขาก็พอ”
นิ่งซวนผงกศีรษะ ไม่กล้าค้านความเห็นของหลินอิ่งอีก
อิทธิพลที่หลินอิ่งวางไว้ที่นั่น อาศัยจ้าวเจี้ยนหนิงลูกเขยของตระกูลนิ่งแค่คนเดียว คิดจะทำให้ผู้อาวุโสของตระกูลนิ่งอันยิ่งใหญ่สั่นคลอน นั่นถือเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี
“ทำไมพวกนายสองคนถึงดูหน้าซีดกันจัง? เป็นเพราะเรื่องยุ่งยากที่นายพูดถึง?” หลินอิงกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
ว่ากันตามตรง พอหลินอิ่งเห็นท่าทางตกอับของนิ่งซวนกับอูหยางแล้ว ภายในใจก็รู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง
ตอนที่อยู่เมืองชิงหยูนนั้น สองคนนี้ช่างองอาจห้าวหาญเสียเหลือเกิน
แต่พอกลับมาอยู่ตี้จิงแค่ไม่กี่เดือน แทบจะเปลี่ยนเป็นคนละคน เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อถลำลึกลงไปในวังวนแห่งผลประโยชน์เหล่านี้ ก็มากพอที่จะทำลายจิตใจของคนคนหนึ่งได้
นิ่งซวนตกตะลึงเพราะได้รับความเมตตามากจนเกินไปอยู่บ้าง เขากล่าวว่า “ขอบคุณประธานหลินที่ห่วงใย ระยะนี้สถานการณ์ภายในตระกูลนิ่งตึงเครียดมากเกินไป หลายวันมานี้ทำให้เส้นผมทั้งศีรษะของผมจวนจะหงอกขาวหมดแล้ว แล้วผมก็หาทางแก้ไม่ได้ เลยบังอาจมาขอให้ประธานหลินช่วยออกหน้า”
หลินอิ่งพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “พูดมาเถอะ ตอนนี้ตระกูลนิ่งเป็นยังไงบ้าง นายท่านนิ่งไท่จี๋ล่ะ?”
นิ่งซวนนิ่งคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็กล่าวด้วยท่าทางจริงจังว่า “คืออย่างนี้ครับ ตอนแรกผมอยู่ที่ตระกูลนิ่งแห่งตี้จิงยังพอจะมั่นคงอยู่ แต่เดือนที่แล้ว ตอนที่พ่อผมไปจัดการธุระของบริษัทที่ประเทศM จู่ๆ ก็หายตัวไป ซากเครื่องบินส่วนตัวก็หาเจอแล้วเช่นกัน บางทีอาจจะประสบเคราะห์......”
พอพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของนิ่งซวนก็สะอื้นเล็กน้อย เพราะแทบจะยืนยันได้ว่า พ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว
“เพราะเรื่องนี้ ผมเคยคิดจะส่งคนไปสืบที่ประเทศM แต่จู่ๆ กลับถูกเบื้องบนของบริษัททราบเข้า ทรัพย์สินของผมในตี้จิงก็ถูกอายัดทั้งหมด แม้แต่พนักงานที่อยู่ในสังกัดพ่อตั้งแต่เริ่มแรก ก็ยังถูกย้ายออกไปหมด กระทั่งคนที่ผมไว้ใจพอจะเรียกใช้ได้ ก็ไม่มี” นิ่งซวนกล่าวช้าๆ
“ต่อมา ผมคิดจะไปหานายท่านที่วิลล่าไท่จี๋ แต่กลับกลายเป็นว่า ถูกคนขวางไว้ บอกว่าสุขภาพของนายท่านอยู่ในอาการสาหัส ไม่อาจพบใครได้”
“ไม่กี่วันมานี้ คุณชายใหญ่ตระกูลนิ่งนิ่งเซวียนก็ออกหน้า บังคับให้ผมไปเซ็นสัญญา นำพ่อแม่ของผมรวมถึงทรัพย์สินของผมทั้งหมดโอนย้ายไปให้คณะกรรมการผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องบนของตระกูลนิ่ง เพื่อทำการจัดสรรใหม่อีกครั้ง” นิ่งซวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักหน่วง “แต่ผมปฏิเสธไป หลังปฏิเสธ ก็พบกับคำขู่ของนิ่งเซวียน......”