ตอนที่ 275
บทที่ 275 ความในใจของนิ่งจองเป่า
October 28, 2026
บทที่ 275 ความในใจของนิ่งจองเป่า
ภายใต้น้ำเสียงที่สงบนิ่งของหลินอิ่ง เจือไอสังหารที่คุกคามคนราวกับพลังขุนเขาที่จะล้มครืนลงและมหาสมุทรที่กำลังไหลทะลัก
มากพอที่จะทำให้คนที่เคยผ่านเหตุการณ์ใหญ่โตนับไม่ถ้วนอย่างพวกนิ่งจองเป่า รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอันหนาวเหน็บที่แผ่เข้ามาในเวลานี้ พลันเกิดแรงกดดันภายในใจขึ้นทันที
“ประธานหลิน คุณอาจจะเข้าใจบางอย่างผิดไป นิ่งซวนอยู่ภายในตระกูลนิ่ง ไม่มีใครสร้างความกดดันให้เขาเลยนะครับ” นิ่งจองเป่าพูดพลางฉีกยิ้มออกมา
เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสผู้มีความเป็นมาลึกลับอย่างหลินอิ่งผู้นี้ ภายในใจนิ่งจองเป่าก็รู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างมาก เขาคิดไม่ถึงว่าหลินอิ่งจะออกหน้าให้นิ่งซวนด้วยตนเอง
“ไม่มี?”
หลินอิ่งมองนิ่งจองเป่าอย่างลึกล้ำแวบหนึ่ง นิ่งจองเป่าที่ถูกมองด้วยสายตานี้รู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ คล้ายกับความคิดได้ถูกหลินอิ่งมองออกนานแล้ว
“ประธานหลิน คุณล้อเล่นแล้ว มีคุณเตือนล่วงหน้าด้วยตัวเอง อีกทั้งนิ่งซวนก็เป็นหลานของผม ผมจะพยายามไปสร้างความลำบากให้เขาได้ยังไงกัน?” นิ่งจองเป่าพูดพร้อมกับยิ้มฝืนๆ
“แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ลูกเขยคุณ แม้แต่นิ่งซวนดื่มชาก็ต้องหาเรื่องกันด้วย?” หลินอิ่งกล่าวเสียงเย็นชา “หากคุณไม่ได้ส่งคนมาคอยจับตาดูนิ่งซวนตลอดเวลา แล้วเดาออกได้อย่างไรว่าผมมาตี้จิง?”
“นี่......” หน้าผากนิ่งจองเป่าหลั่งเหงื่อ พลางพูดว่า “ประธานหลิน เรื่องในวันนี้เป็นการเข้าใจผิดกันทั้งนั้น จ้าวเจี้ยนหนิงเจ้าลูกเขยโง่ของผมทำเรื่องไร้สมอง และนี่ก็เป็นการทะเลาะกันระหว่างเด็กรุ่นหลังไม่รู้ความ ต่อให้วันนี้ผู้อาวุโสไม่ออกหน้า ผมเองก็ต้องยืนอยู่ข้างเดียวกับนิ่งซวนอย่างแน่นอน โดยทำการลงโทษจ้าวเจี้ยนหนิง”
“ส่วนที่บอกว่าจับตาดูนิ่งซวนนั้น ประธานหลิน นั่นคุณเข้าใจผิดแล้ว ผมคิดถึงความปลอดภัยของนิ่งซวนต่างหาก เป็นห่วงว่าเขาจะเจอคนลอบทำร้าย พักนี้ในตระกูลก็ไม่รู้ว่าพวกนิ่งซวนไปล่วงเกินใครเข้าเหมือนกัน ถึงได้เกิดปัญหาขึ้นไม่น้อยจริงๆ ผมกำลังแอบสืบอยู่” นิ่งจองเป่ากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ทำท่าทางราวกับคิดเพื่อนิ่งซวนไปเสียทุกอย่าง
หลินอิ่งยิ้มเย็นไม่พูดจา คำพูดที่ออกมาจากปากนิ่งจองเป่าแม้แต่น้ำหยดเดียวก็ไม่ให้รั่ว
“เรื่องของนิ่งซวน ผมไปตระกูลนิ่งด้วยตัวเองสักครั้ง ย่อมจะทราบความจริง” หลินอิ่งกล่าวเสียงราบเรียบ “แต่ว่า เรื่องของจ้าวเจี้ยนหนิงในวันนี้ คุณจะต้องมอบคำชี้แจงให้กับผม”
นิ่งจองเป่ามีท่าทางตกตะลึงไปชั่วครู่ จากนั้นก็กล่าวว่า “เป็นเกียรติมากที่ได้ต้อนรับประธานหลินมาเป็นแขกที่ตระกูลนิ่ง ก่อนหน้านี้นายท่านก็เคยบอกว่าต้องการเชิญประธานหลินมาเป็นแขก”
“จ้าวเจี้ยนหนิง จริงๆ เลย ผมขอร้องประธานหลินช่วยเปิดตาข่ายออกสักข้างหนึ่ง นี่พวกคนรุ่นหลังไม่รู้ความ คุณต้องการตบตีเขายังไงก็ได้ทั้งนั้น แต่หากต้องการฆ่าเขา นี่ นี่คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก” นิ่งจองเป่าเอ่ยอย่างวิงวอน
คำพูดที่ออกมาจากปากนิ่งจองเป่าค่อนข้างนิ่มนวล แต่การกระทำที่แสดงออก กลับค่อนข้างแข็งกร้าว นิดเดียวก็ไม่หลีกให้ ดึงดันไม่ยอมมอบตัวจ้าวเจี้ยนหนิงออกมา
หลินอิ่งเองก็มองออกแล้วเช่นกัน นิ่งจองเป่าก็แค่กำลังเล่นละครตบตาตนเอง โดยแสร้งใช้วิธีอ้อมค้อม
“อีกทั้ง ประธานหลิน แม้จะบอกว่าจ้าวเจี้ยนหนิงเป็นลูกเขยผม แต่ในความเป็นจริงเขาคือคุณชายของตระกูลจ้าวแห่งตี้จิง” นิ่งจองเป่าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “หากหักขาจ้าวเจี้ยนหนิงไปทั้งอย่างนี้ เกรงว่าทางฝั่งตระกูลจ้าว คงพูดจากันดีๆ ไม่ได้แล้ว”
หลินอิ่งกล่าวอย่างเนิบช้าว่า “นิ่งจองเป่า หากคุณจัดการจ้าวเจี้ยนหนิงไม่ได้ งั้นผมก็จะให้บอดี้การ์ดลงมือแล้วกัน”
“ส่วนทางฝั่งตระกูลจ้าว ผมมีวิธีรับมือของผมเอง” สายตานิ่งจองเป่าเปลี่ยนเป็นคมกริบถึงขีดสุด ฝืนกลั้นความโกรธไว้
หลินอิ่งเผด็จการเกินไปแล้ว เผด็จการกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
เขารู้ที่มาของผู้อาวุโสตระกูลนิ่ง ในปีนั้นตระกูลนิ่งเกือบถูกคนยึดทรัพย์ฆ่าล้างตระกูล เพราะได้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งช่วยอีกแรง ประคับประคองตระกูลนิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่บนยอดเขาของประเทศหลง ด้วยเหตุนี้ นายท่านอยู่ในตระกูลนิ่งจึงเก็บคำสอนบรรพบุรุษไว้ แต่ผู้สืบทอดตระกูลนิ่งตั้งแต่ในปีนั้นเป็นต้นมา จะต้องเชื่อฟังโดยไร้เงื่อนไข
สำหรับนิ่งจองเป่าแล้ว ย่อมไม่ใช่เพราะคิดถึงไมตรีจิตของผู้อาวุโสท่านนั้นในปีนั้น เลยนอบน้อมต่อหลินอิ่งอย่างแน่นอน
ที่นิ่งจองเป่านอบน้อมต่อหลินอิ่ง เป็นเพราะความหวาดกลัวภายในใจ เขาไม่รู้ว่าชายชราลึกลับท่านนั้นในปีนั้น ที่แท้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ผู้อาวุโสท่านนั้นในปีนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศหลงตระกูลหนึ่งได้อย่างง่ายดาย!
เขาไม่แน่ใจนักว่าเบื้องหลังของหลินอิ่งที่แท้มีพลังที่น่าหวาดกลัวอย่างไรกันแน่ ดังนั้นจึงไม่กล้าล่วงเกินง่ายๆ
แต่สถานการณ์ในตอนนี้ หากไม่ฆ่าจ้าวเจี้ยนหนิง วันนี้เกรงว่าคงจะผ่านด่านหลินอิ่งไปไม่ได้เสียแล้ว
“คุณยังต้องคิดอีกเหรอ?” หลินอิ่งกล่าวอย่างเย็นชา “ดูท่า ฐานะผู้อาวุโสตระกูลนิ่ง จะใช้ทำอะไรไม่ได้”
ได้ยินถ้อยคำอันน่าสะพรึงกลัวที่เปี่ยมไปด้วยแววสังหารของหลินอิ่ง แผ่นหลังของนิ่งจองเป่าก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมา
ผู้อาวุโสตระกูลนิ่ง ห้าคำนี้ราวกับภูเขาอู่จื่อซาน กดทับลงบนหน้าอกเขาอย่างหนักหน่วง แทบจะทำให้เขาหายใจไม่ออกเลยทีเดียว