ตอนที่ 476
บทที 476 เรียกพี่สาวนายมา
October 28, 2026
“ฉินฝู้กุ้ย นี่มันเพื่อนเหี้ยที่แกไปรู้จักมาจากไหน? ยังกล้ามาอวดดีต่อหน้าฉันอีก?” จ้าวซานพูดด้วยสีหน้าดูถูก “แกไม่ได้บอกมันเหรอ ว่าฉันเป็นใคร?”
จ้าวซานหน้าตายโสโอหัง ท่าทางอวดดี
ฉินฝู้กุ้ยเหงื่อท่วมหัว ไม่กล้าพูดอะไรเลย
ดูท่าแล้ว จ้าวซานไม่รู้จักท่านหลิน
ดูแล้วเขายังไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขา ก็คือพี่เขยที่เขากำลังพูด คุณชายอิ่งแห่งตี้จิงผู้มีชื่อเสียง
“ฉินฝู้กุ้ย แกยังยืนซื่ออยู่ทำไม? ฉันบอกให้แกเอาเอกสารที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วส่งมา แกฟังไม่รู้เรื่องเหรอ?” จ้าวซานพูดอย่างยโสโอหัง “อีกอย่าง ไอ้เพื่อนแกคนนี้ เรียกมันมาขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้บ้านนอกเมืองชิงหยูนคนเดียว กล้ามาอวดดีต่อหน้าฉัน รนหาที่ตายจริงๆ”
จ้าวซานท่าทางสีหน้าไม่พอใจ ออกคำสั่งกับฉินฝู้กุ้ย
เขาจ้าวซานถึงแม้ว่าอยู่ที่ตระกูลจ้าวเมืองตี้จิงจะเป็นแค่คนธรรมดา ช่วยพี่สาวจ้าวหลินเอ๋อร์ทำงาน แต่มาถึงบ้านนอกอย่างเมืองชิงหยูนแบบนี้ เอาชื่อของตระกูลจ้าวตี้จิงออกมา มีใครกล้าไม่ยอมบ้าง?
“นายบอกให้ฉันขอโทษนาย? ยังอยากจะเอาหุ้นส่วนของบริษัทเครื่องประดับฉีซื่อไปอีก? นายมีสิทธิ์อะไรทำแบบนี้?” หลินอิ่งหันไปมองจ้าวซานด้วยความสนใจ
จ้าวซานเงยหน้าขึ้นสูง มองหน้าหลินอิ่งอย่างดูถูก พูดว่า “แกฟังไม่รู้เรื่องใช่ไหม? ฉันบอกให้แกขอโทษฉันเดี๋ยวนี้”
“ยังมาถามอีกว่าฉันมีสิทธิ์อะไร? บริษัทเครื่องประดับฉีซื่อเป็นกิจการของพี่เขยฉัน ฉันจะเอาสิทธิ์ผู้ถือหุ้นคืนแล้วยังไง? เกี่ยวอะไรกับแก แกมีสิทธิ์อะไรมาถาม?” จ้าวซานถามอย่างรำคาญ
“ฉินฝู้กุ้ย ไอ้ซื่อบื้อนี่ เป็นเพื่อนร่วมงานในธุรกิจแกเหรอ? แกยังไม่บอกเขาอีกว่าฐานะของฉันคืออะไร? บอกมัน ว่าพี่สาวฉันกับพี่เขยฉันเป็นคนระดับไหน สั่งสอนมันหน่อย?” จ้าวซานออกคำสั่ง ไม่ได้มีฉินฝู้กุ้ยกับหลินอิ่งอยู่ในสายตาเลย
เท่าที่จ้าวซานดูแล้ว ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายฉินฝู้กุ้ย น่าจะเป็นเพื่อนของฉินฝู้กุ้ยในเมืองชิงหยูน
คงคิดว่าตัวเองอยู่ในเมืองชิงหยูนมีหน้ามีตาหน่อย ความจริงก็เป็นแค่นายทุนน้อย
ดูอย่างฉินฝู้กุ้ย อยู่ในเมืองชิงหยูนก็พอมีหน้ามีตา เป็นหัวหน้าใหญ่ทั้งในธุรกิจทั้งสองด้าน
ปรากฏว่า ต่อหน้าพี่สาวเขาก็กลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าพูดจาเสียงดัง เชื่อฟังอย่างกับอะไร แม้แต่ต่อหน้าเขาที่ช่วยคนอื่นทำงาน ยังเชื่อฟังขนาดนี้
ดังนั้น ไอ้หนุ่มคนนี้ถึงจะมีความสามารถมากแค่ไหนที่เมืองชิงหยูนก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อเทียบกับตระกูลจ้าวอันใหญ่โตแห่งตี้จิงแล้ว ก็เป็นแค่แมลงเล็กๆตัวเดียว
“นี่.......”
ฉินฝู้กุ้ยฟังแล้วอึ้งอยู่กับที่ จ้าวซานคนนี้อวดดีต่อหน้าเทวดาแล้ว รีบหันไปมองหลินอิ่ง ขอคำแนะนำ
“ท่านหลิน ท่าน......”
หลินอิ่งหัวเราะ พูดว่า “ฉันยังไม่รู้จริงๆ นายลองเล่าให้ฉันฟังหน่อยซิ ว่าพี่สาวกับพี่เขยนายเป็นคนระดับไหนกัน?”
“อะไรนะ? แม้แต่ตระกูลจ้าวแห่งตี้จิงแกยังไม่รู้จัก?” จ้าวซานมองหลินอิ่งอย่างดูถูก “เป็นไอ้บ้านนอกที่ไม่เคยเข้าสังคมจริงๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันเล่าให้แกฟังยังรู้สึกขายหน้า”
“ฉันบอกแกละกัน ตระกูลจ้าวแห่งตี้จิง ห้าตระกูลใหญ่แห่งตี้จิง ทางที่ดีแกควรไปถามเพื่อนในตี้จิงหน่อยนะ ว่าแกไปมีเรื่องด้วยได้ไหม” จ้าวซานพูดอย่างเย็นชา “กับท่าทางยากจนอย่างแก ทรัพย์สินมากสุดแค่หลักล้าน หลักสิบล้านแค่นั้นมั้ง?”
“คิดว่าเจริญก้าวหน้ามีหน้ามีตาในบ้านนอกอย่างเมืองชิงหยูนแค่นี้ ก็อวดดีแล้ว? พูดไม่น่าฟังหน่อย อย่างแกถ้าไปอยู่ที่เมืองตี้จิง ตัวอะไรก็ไม่ใช่ กบในกะลาจริงๆ” จ้าวซานส่ายหัว ดูถูกอย่างอวดดี
“ห้าตระกูลใหญ่แห่งตี้จิง ทรัพย์สินอย่างน้อยก็แสนล้าน อำนาจเกินกว่าที่แกจะคิดได้” จ้าวซานพูดด้วยสีหน้าอวดดี “เมืองชิงหยูนของพวกแกเมื่อก่อนมีตระกูลนิ่งตุงไห่ที่เก่งมากไม่ใช่เหรอ? ระดับนั้นเอาไปไว้ที่ตี้จิง ก็เป็นแค่กิจการเล็กๆเท่านั้น”
จ้าวซานพูดด้วยความภาคภูมิใจ แสดงสีหน้าอยู่เหนือกว่าคนอื่น