ตอนที่ 634
บทที่ 634 เกิดเรื่องขึ้น
October 28, 2026
"นี่มันเรื่องอะไรกัน? ฉีโม่ พูดแค่ไม่กี่ประโยคก็โมโหแล้วเหรอ?"ลู่ฉ่ายเชียพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ"กว่าจะได้มาทานข้าวที่บ้านป้าสักมื้อมันไม่ได้มีมาบ่อยๆนะ แถมยังมาโยนตะเกียบอีก? ทำตัวอะไร?"
จางฉีโม่สายตารู้สึกไม่เป็นธรรม ถอนหายใจออกมายาวๆหนึ่งที พูดขึ้น"ป้า วันนี้ฉันไม่ค่อยอยาก กินอิ่มแล้ว จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย พวกคุณค่อยๆทานแล้วกัน"
"เหอะ คนบางประเภท คิดว่าตัวเองเป็นประธานของบริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว คำพูดคำจากับผู้อาวุโสในครอบครัว เหมือนกับกำลังพูดสั่งสอนลูกน้องอย่างไรอย่างนั้น"
ไอ้เฉียนพูดขึ้นอย่างคลุมเครือ"ฉันออกไปทำมาหากินทำธุรกิจในสังคมมานานขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นประธานคนไหนที่พูดจาแบบนี้มาก่อน"
"มีคำโบราณพูดเอาไว้ดีมาก ยิ่งเจริญก้าวหน้าเท่าไร ก็ต้องยิ่งถ่อมเนื้อถ่อมตัวต่อผู้อาวุโสเท่านั้น ยิ่งเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ก็จะชอบแสร้งทำเป็นว่าตัวเองมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ชอบโมโห คำพูดนี้พูดได้ถูกต้องจริงๆ"
พอได้ฟังแบบนี้แล้ว กำปั้นของจางฉีโม่ก็สั่นเล็กน้อย เบะปากอยากที่จะระเบิดโมโหออกมา
แน่นอนว่าเธอเข้าใจอย่างดี ว่าลุงไอ้เฉียนกำลังเยาะเย้ยเธออยู่
แต่แค่ นิสัยและการฝึกอบรมบ่มเพาะมาของเธอ ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่เหมือนกับแม่ของเธอลู่หย่าฮุ่ย ต่อล้อต่อเถียงไร้สาระกับกลุ่มคนแบบนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น
"เอาล่ะไอ้เฉียนคุณพูดอะไร? ถึงยังไงคนเค้าก็เคยเป็นประธาน เคยนั่งรถหรู เคยอาศัยอยู่ในวิลล่าใหญ่โตมาก่อน ครอบครัวพวกเราไม่มีความสามารถนี้หรอก อย่าไปว่าคนเค้าเลย ใช่ไหมล่ะ? "ลู่ฉ่ายเชียก็พูดขึ้นอย่างคลุมเครือเช่นกัน
"ก็ใช่ ใช้ชีวิตอย่างดีเลยนี่ ใช้ชีวิตดีจนขนาดที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรของบริษัทเลย งานก็ไม่มีแล้ว สามีก็ไม่รู้ว่าวิ่งแจ้นไปที่ไหนแล้วด้วย"ไอ้เฉียนพูดด่าแซะถึงอีกคน"เป็นครอบครัวเดียวกันแท้ๆ คนในตระกูลจะช่วยเหลือ ก็ยังทำตัวเย่อหยิ่งอีก"
สองสามีภรรยาลู่ฉ่ายเชียยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห
ลู่หย่าฮุ่ยกับจางซิ่วเฟิงทั้งสองคนก็นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยความอึดอัด สีหน้าดูไม่ดี
พวกเขาสองคนอยากที่จะโต้เถียง แต่กลับไม่มีความกล้ามั่นใจพอ
ถึงยังไง ครอบครัวของพวกเขาไม่มีหลินอิ่ง ก็ตกอับแล้วจริงๆ
ไม่มีชายที่มีความสามารถเก่งกาจ เดินข้างนอกเจอคนกล่าวหาตำหนิ ก็ไปหาเรื่องท้าทายอะไรไม่ได้
จางฉีโม่ฟังต่อไปไม่ได้อีกแล้ว โกรธจนสั่นไปทั้งตัว ไม่ได้โต้ตอบกลับ เปิดประตูเดินออกไปทันที
หลังจากที่เสียงฝีเท้าดังขึ้นแล้ว จางฉีโม่ก็ขึ้นลิฟต์ เดินออกมาจากตึกนี้คนเดียว
มาถึงภายในชุมชน ในตาที่สวยงามของจางฉีโม่ก็มีน้ำตาคลอเบ้า ตาเริ่มแดง มุมปากที่ยุบลงไปเล็กน้อยเผยให้เห็นถึงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างหมดหนทาง
ในตอนนี้ เธอคิดถึงหลินอิ่งมากจริงๆ
สมมติว่าหลินอิ่งอยู่ข้างกาย จะต้องไม่มีทางให้เธอต้องรู้สึกสุดที่จะทนขนาดนี้แน่นอนใช่ไหม?
เธอก็คงจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวไร้ความช่วยเหลือ ไร้ที่พึ่งพิงขนาดนี้
หลินอิ่ง จะต้องไม่ทำให้เธอต้องได้เจอกับความไม่เป็นธรรมแบบนี้แน่นอนใช่ไหม?
เมื่อก่อน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไร ขอแค่หลินอิ่งอยู่ข้างกาย ก็จะทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างมากอยู่ภายในใจ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไร หลินอิ่งก็มักจะสามารถแก้ไขคลี่คลายมันได้อย่างง่ายๆสบายๆ และสงบนิ่ง
จางฉีโม่หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า โทรออกไปหาหลินอิ่งอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
เธอก็เหม่อมองอยู่แบบนี้ กลับไม่กล้าโทรออกไป
ช่วงนี้ ภาพแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
จางฉีโม่อยากที่จะโทรไปหาหลินอิ่งมากๆ แต่กลับไม่ยอมเริ่มสักที......
ในใจของเธอก็ไม่รู้ว่า หลินอิ่งจะกลับมาเมืองตุงไห่ไหม......
ถึงขนาดที่ จางฉีโม่ยังสงสัยอยู่ภายในใจ ว่าหลินอิ่งยังจำเธอ ผู้หญิงคนนี้ได้อีกไหม
ถึงยังไง หลินอิ่งก็มีอำนาจอิทธิพลทางการเงิน มีเครือข่ายเส้นสายมากมาย โดดเด่นมากขนาดนั้นในตี้จิง จะขาดผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ?
แล้วตัวเองมีสิทธิ์อะไรที่ทำให้หลินอิ่งต้องมารักใคร่ขนาดนี้?
คิดไปพลาง จางฉีโม่ก็เหม่อลอย เดินออกมาจากชุมชนหลิวเยว่ มาเดินเล่นที่ริมถนน
บรื้นๆๆ!
ในตอนนี้ มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งจู่ๆก็เลี้ยวมาอย่างเร่งรีบ มาจอดอยู่ตรงหน้าของจางฉีโม่
โครม ชายชุดสูทสีหน้าท่าทางเย็นชาสองสามคนลงมาจากรถ พุ่งกระโจนเข้ามาจับตัวเอาไว้