ตอนที่ 49
บทที่ 145
October 31, 2026
“เฮียเซียว นี่เฮียเป็นอะไรครับเนี่ย?”
ซ่างกวนเทียนเผิงมองหน้าเซียวหยุนหลง อดถามไม่ได้
“เมื่อวานเกิดเหตุคนร้ายถืออาวุธปืนปล้นจี้ในว่านฮุย พลาซ่า ฉันก็อยู่ในที่เกิดเหตุเหมือนกัน ฉันเลยลงมือยับยั้งพวกมันไว้ แล้วก็โดนกระสุนไปนัดหนึ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”เซียวหยุนหลงอธิบายอย่างเข้าใจง่าย
“ห๊ะ? เหตุการณ์จี้ปล้นที่แก๊งจางตู๋ซานบุกรุกเข้าไปในว่านฮุย พลาซ่าเมื่อวานนี้น่ะเหรอ?”ซ่างกวนเทียนเผิงพูดด้วยสีหน้าที่ดูช็อก เขาพูด“เมื่อวานผมพาพ่อผมกลับไปทำธุระที่บ้านเกิดนิดหน่อยน่ะ เพราะงั้นเลยไม่อยู่ในเมืองเจียงห่าย เพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืน ผมก็ได้ยินเรื่องนี้แล้วเหมือนกัน จากการรายงานข่าวจากสื่อมวลชน บอกว่าในช่วงเวลาสำคัญมีวีรบุรุษนิรนามคนหนึ่งยืดตัวออกมาช่วยอย่างอาจหาญไม่เกรงกลัว ทำให้คลี่คลายวิกฤตการณ์นั้นไป ที่แท้วีรบุรุษนิรนามคนนั้นคือเฮียเซียวเองเหรอเนี่ย”
เซียวหยุนหลงยื่นบุหรี่ให้ซ่างกวนเทียนเผิงหนึ่งมวน เขาก็จุดบุหรี่ให้ตัวเองหนึ่งมวนเช่นกัน สูดเข้าปอดลึก ๆ หลังจากที่พ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วก็พูด: “ที่เรียกนายมาเพราะฉันมีเรื่องอื่นจะถามนาย นายรู้ไหมว่าตึกเทียนเซียงเป็นสถานที่แบบไหน?”
“ตึกเทียนเซียง?”หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้ ซ่างกวนเทียนเผิงจึงมองหน้าเซียวหยุนหลงด้วยสายตาที่แปลกประหลาด เขาหัวเราะแล้วพูด“เฮียเซียว อาซ้อหมิงเยว่เป็นสาวสวยอันดับหนึ่งแห่งเมืองเจียงห่ายเลยนะครับ! เฮียได้ครอบครองหัวใจสาวสวยแล้ว ยังคิดจะไปเสพสุขที่ตึกเทียนเซียงอยู่อีกเหรอ? แม้ว่าผมจะไม่เคยไปตึกเทียนเซียง แต่ผมก็รู้เหมือนกันว่าที่นั่นเป็นสวรรค์ของผู้ชายจริง ๆ เล่ากันว่าพนักงานในนั้นยอดเยี่ยมเป็นหนึ่งเลยล่ะ เทวดาไปแล้วยังเกิดจิตใจโลกีย์วิสัย”
“นายคิดไปถึงไหนแล้ววะ?”เฮียเซียวถลึงตาใส่ซ่างกวนเทียนเผิงแล้วพูด“เมื่อวานมีคนคนหนึ่งคิดจะลอบฆ่าฉัน สุดท้ายฉันก็ปล่อยเขาไป ก่อนจะจากไปเขาบอกกับฉันว่าผู้การอู๋ในตึกเทียนเซียงเป็นคนส่งตัวเขามา เพราะฉะนั้นฉันถึงได้เรียกตัวนายเพื่อมาสืบถามสภาพการณ์ของตึกเทียนเซียง”
“ว่าไงนะ? ตึกเทียนเซียงส่งคนมาลอบสังหารเฮียงั้นเหรอ? พวกมันคงเบื่อโลกนี้แล้วสินะ!”ซ่างกวนเทียนเผิงพูดด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคือง ก่อนที่เขาจะพูดต่ออีก“ตึกเทียนเซียงมีศักยภาพความสามารถอยู่บ้างครับ เล่ากันว่าบุคคลที่หนุนอยู่เบื้องหลังคือกงจื่อหยูอะไรสักอย่าง แต่กลับไม่เคยมีใครเคยพบเห็นใบหน้าที่แท้จริงของกงจื่อหยูคนนั้นมาก่อนเลย ผู้การอู๋เป็นผู้การของตึกเทียนเซียง หากพูดโดยรวม ตึกเทียนเซียงคือสวรรค์ที่เป็นที่เสพสุขของเหล่าผู้ชายในเมืองเจียงห่าย ด้านในมีสาวสวยเยอะดั่งก้อนเมฆ สาวสวยที่อยู่ด้านในมีพร้อมครบทุกสไตล์เท่าที่ควรมี แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าไปในตึกเทียนเซียงได้ ต้องมีตัวตนตำแหน่งที่แน่นอน ถึงจะมีสิทธิ์กลายเป็นสมาชิกในตึกเทียนเซียง”
“จะว่าไปฉันไม่เคยมีบุญคุณความแค้นอะไรต่อตึกเทียนเซียงมาก่อน เมื่อคืนพวกมันส่งคนมาฆ่าฉัน เกรงว่าน่าจะไม่ใช่ความต้องการของทางตึกเทียนเซียง น่าจะมีคนจ้างคนในตึกเทียนเซียงลงมือ”แววตาของเซียวหยุนหลงหม่นหมองลงไป เขาพูดอย่างไม่รีบไม่ร้อน
“เฮียเซียว เฮียหมายความว่า?”ซ่างกวนเทียนเผิงก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากถาม
“เฉินหลิงเฟิงและหลินเฟยหยู พวกมันสองคนน่าจะมีสิทธิ์เป็นสมาชิกในตึกเทียนเซียงอยู่ใช่ไหม?”เซียวหยุนหลงยิ้มมุมปากอย่างเย็นเยือกเล็กน้อย
“เท่าที่ผมทราบ พวกมันสองคนเข้าออกตึกเทียนเซียงเป็นประจำอยู่นะครับ”ซ่างกวนเทียนเผิงตอบกลับ
“งั้นก็ใช่แล้วล่ะ ดูท่าเมื่อคืนพวกมันสองคนเป็นคนจ้างวานให้คนในตึกเทียนเซียงมาลอบสังหารฉัน คุณชายตระกูลผู้ดีสองคนนั้นต่างหากที่เป็นตัวการตัวจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง!”
ซ่างกวนเทียนเผิงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด: “เฮียเซียว แล้วเฮียวางแผนจะเอายังไงต่อครับ? เฉินหลิงเฟิงและหลินเฟยหยูนั่นมีจิตใจที่อยากจะฆ่าเฮียแล้ว เสียดายที่เราไม่มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นโดยตรงว่าพวกมันเป็นคนที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง ไม่งั้นพวกมันได้จุกแน่”
“ไม่ต้องการหลักฐานอะไรหรอก! พวกมันอยากฆ่าฉัน งั้นฉันก็จะตอบโต้กลับไปด้วยวิธีเดียวกัน พวกมันรับไม่ได้ที่ฉันอยู่ในเมืองเจียงห่าย งั้นในเมืองเจียงห่ายก็ไม่มีที่ยืนสำหรับพวกมันเช่นกัน”เซียวหยุนหลงเอ่ยปากพูด น้ำเสียงเยือกเย็น แต่กลับมีจิตใจที่จะฆ่าอันน่ากลัวปะปนอยู่เล็กน้อย
“เฮียเซียว แม้ผมจะไม่ชอบขี้หน้าไอ้สองคนนั้น แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็นลูกหลานตระกูลผู้ดีอยู่ ดังนั้นเฮียเซียวระมัดระวังหน่อยจะดีกว่านะครับ จะบุกไปฆ่าพวกมันอย่างเหิมเกริมโดยตรงไม่ได้ แบบนั้นเฮียก็จะถูกจับเข้าตารางด้วยนะครับ”ซ่างกวนเทียนเผิงเตือนสติ
“ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรู้อยู่ว่าต้องทำยังไง”
เซียวหยุนหลงยิ้ม เขาถอดเสื้อผู้ป่วยโรงพยาบาลออก เปลี่ยนเป็นชุดเสื้อผ้าที่เตรียมพร้อมไว้บนเตียง