ตอนที่ 51
บทที่ 147
October 31, 2026
เมืองเจียงห่าย โรงแรมคราวน์
ซ่างกวนเทียนเผิงพาเฮียเซียวและหลี่โม่มาถึงโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ จองห้องระดับสูงส่งหนึ่งห้อง หลังจากที่พนักงานเดินเข้ามาแล้ว ซ่างกวนเทียนเผิงก็เริ่มสั่งอาหาร เขาคุ้นเคยกับที่นี่มาก ๆ และทราบเมนูขึ้นชื่อของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้เช่นกัน เขาสั่งเมนูขึ้นชื่อมาทั้งหมดเลย
“เฮียเซียว ดื่มเหล้าอะไรกันดีครับ?”ซ่างกวนเทียนเผิงถาม
“มีเหล้าเข้ม ๆ อะไรบ้าง?”เซียวหยุนหลงมองดูเครื่องดื่มบนเมนู
“ถ้าเป็นเหล้าเข้ม ๆ ละก็ งั้นก็ต้องเอ้อร์กัวโถวแล้วล่ะ”ซ่างกวนเทียนเผิงตอบกลับ
“งั้นก็เอาเอ้อร์กัวโถวเถอะ”เซียวหยุนหลงพูด
“โอเค งั้นเอาเป็นเอ้อร์กัวโถวนะ”ซ่างกวนเทียนเผิงยิ้มพลางพูด
สีหน้าของพนักงานที่รับผิดชอบรับออเดอร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ผงะไปครู่หนึ่ง เธอนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าสุดท้ายฝ่ายตรงข้ามจะเลือกดื่มเอ้อร์กัวโถวที่ราคาถูกที่สุด
เหล้าและอาหารถูกยกขึ้นมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว กับข้าวอาหารเต็มโต๊ะ อาหารเลิศรสชั้นดีทั้งหลาย มีพร้อมครบทุกสิ่งเท่าที่ควรจะมี
“หลี่โม่ แก้วนี้ขอคารวะให้นาย งานนี้จัดเพื่อต้อนรับการกลับมาของนาย เราไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปีแล้วนะเว้ย”ซ่างกวนเทียนเผิงเริ่มเทเหล้า ยกแก้วแล้วพูดกับหลี่โม่
หลี่โม่ยกแก้วขึ้นมา หลังจากที่ชนแก้วกับซ่างกวนเทียนเผิงแล้วก็ดื่มหมดแก้ว
“ฉันก็คารวะให้นายแก้วหนึ่ง”เซียวหยุนหลงยิ้มพลางพูด
“เฮียเซียว เฮียเกรงใจเกินไปแล้วครับ ผมไม่กล้ารับหรอกครับ ๆ ผมควรคารวะเฮียต่างหาก ตอนผมยังวัยรุ่น คนที่ผมเคารพเลื่อมใสมากที่สุดก็คือเจ้าบ้านตระกูลเซียว เพราะท่านเป็นคนที่มีจิตใจกล้าหาญ รักความยุติธรรมและชอบช่วยเหลือผู้อื่น”หลี่โม่พูด ก่อนเขาจะพูดต่ออีก“ฐานะทางบ้านผมยากจนข้นแค้นมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ก็เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ด้วยเหตุนี้ตอนเด็กผมเลยถูกคนอื่นรังแกกลั่นแกล้งอยู่บ่อย ๆ ตอนนั้นผมตั้งมั่นว่าต้องแข็งแกร่งขึ้น ไม่ให้คนอื่นมารังแกกลั่นแกล้งผมอีก ดังนั้นผมเลยจะไปฝึกศิลปะการต่อสู้ที่สำนักบู๊ตระกูลเซียว ตอนนั้นผมไม่มีเงินจ่ายค่าร่ำเรียน ผมเลยคุกเข่าอยู่ในสำนักบู๊ตระกูลเซียว อ้อนวอนให้อาจารย์เซียวรับเลี้ยงผม ผมยินดีที่จะทำงานจุกจิกในสำนักบู๊ตระกูลเซียวเพื่อแลกกับค่าร่ำเรียน”
“ต่อมา อาจารย์เซียวเห็นว่าผมมีจิตใจที่แน่วแน่และยืนหยัดมานาน ท่านจึงถามผมว่าจุดประสงค์ของการฝึกวรยุทธให้แข็งแกร่งขึ้นนั้นเป็นเพราะอะไร ผมตอบว่าเพื่อไม่ให้คนอื่นมารังแกผม จะเอาคืนทุกคนที่เคยรังแกผม อาจารย์เซียวจึงตำหนิว่ากล่าวผมด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน บอกว่าการฝึกวรยุทธให้แข็งแกร่งนั้นไม่ใช่เพื่อชิงดีชิงเด่นไปหมด ท่านทำให้ชี่มหาโหดที่อยู่ในใจผมสลายสูญสิ้นไปหมด และรับเลี้ยงผมเข้าไปในสำนักบู๊ตระกลูเซียว ผมอยู่ในสำนักบู๊ตระกลูเซียวไปสามปี ตลอดช่วงสามปีนั้น เป็นสามปีที่ผมรู้สึกว่ามันล้ำค่าและอบอุ่นมากที่สุดเลยครับ”
“หลังจากผ่านไปสามปี พวกที่รังแกกลั่นแกล้งผมตอนเด็กก็กลายเป็นกุ๊ยขยะ มีครั้งหนึ่งผมบังเอิญเจอหน้าพวกมันข้างถนน พวกมันพูดจาไม่สุภาพเกรงใจ ดูถูกเหยียดหยามพ่อแม่ผมที่เสียชีวิตไปแล้ว ผมเลยลงมือกระทืบพวกมัน พวกมันโดนกระทืบจนบาดเจ็บสาหัส ผมก็ถูกตำรวจจับกุมตัวไปด้วย อาจารย์เซียวเป็นคนชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้พวกที่โดนผมกระทืบจนบาดเจ็บ แถมยังประกันตัวผมออกมาด้วย”
“ผมรู้ตัวดีว่าผมผิดต่ออาจารย์เซียว ไม่มีหน้าอยู่ในสำนักบู๊ตระกูลเซียวต่อ ผมจึงแอบจากไปอย่างเงียบ ๆ ต่อมาผมได้เดินทางไปต่างประเทศ เพราะไม่มีความสามารถหรือข้อดีอะไร เลยเข้าไปในค่ายมวยใต้ดิน กลายเป็นพูดเล่นมวยใต้ดินอาชีพคนหนึ่ง”