ตอนที่ 101
บทที่ 197
October 31, 2026
เซียวหยุนหลงโทรศัพท์หาเซียวว่านจวิน เมื่อสายโทรศัพท์เชื่อมต่อกัน เขากล่าว “ฮัลโหล พ่อครับ ตอนนี้ผมอยู่กับหนูหลิง เธอไม่เป็นอะไรแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ”
“หยุนหลง แก แกกำลังจะบอกว่าแกช่วยหนูหลิงได้แล้วใช่ไหม? หนูหลิงไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ภายในสายโทรศัพท์ เสียงที่เสียงประหลาดใจของเซียวว่านจวินได้ดังสะท้อนกลับมา
เซียวหยุนหลงกล่าว “ใช่ครับ ผมอยู่กับหนูหลิง เธอไม่เป็นอะไรครับ ตอนนี้ผมจะพาเธอกลับบ้าน ใช่แล้ว หนูหลิงหิวนิดหน่อยครับ ทำกับข้าวสักสองสามอย่างที่หนูหลิงชอบทานไว้นะครับ”
“ได้ ได้สิ ฉันจะให้คุณน้าหลิวไปเตรียมให้เลย ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นอะไร....” เซียวว่านจวินกระตือรือร้นอย่างไม่รู้จบ
เซียวหยุนหลงวางสายโทรศัพท์ ตำรวจที่อยู่ข้างหน้ายังคงจัดการกับสถานการณ์ในที่เกิดเหตุ เขาเดินเข้าไปและบอกกับตำรวจท่านหนึ่งแห่งกรมตำรวจเมืองเจียงห่าย “ผมขอพาน้องสาวกลับเมืองเจียงห่ายก่อนนะครับ หลังจากที่พวกคุณตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานแล้วหากมีปัญหาใดเมื่อกลับไปยังเมืองเจียงห่ายสามารถไปหาผมได้ คนเหล่านั้นผมเป็นคนฆ่าเอง พวกเขามีอาวุธมีคมและปืน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากผมไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาจะฆ่าผม”
สำหรับเรื่องที่ฆ่าเจ้าดำสามพวกนี้ เซียวหยุนหลงไม่จำเป็นต้องซ่อนความจริง เขาไม่พูด ตำรวจเองก็รู้ว่าเป็นฝีมือเขา
อีกฝ่ายถืออาวุธมีคม เหล่าว่านที่ตายไปแล้วก็มีปืนอยู่ข้างกาย ต่อให้เป็นตำรวจที่เข้ามาเผชิญหน้า ตัวเลือกแรกก็คือลงมือฆ่าอีกฝ่าย
“เฮียเซียว งั้นคุณกลับไปก่อนเถอะ คดีนี้พวกเราจะสอบสวนให้กระจ่าง จะให้คำอธิบายแก่พวกคุณแน่” ตำรวจคนนั้นแห่งเมืองเจียงห่ายกล่าว
“โอเค!”
เซียวหยุนหลงพยักหน้า เขาเดินกลับไปยังด้านข้างมอนสเตอร์ ขึ้นขี่มอนสเตอร์ จากนั้นเอ่ยกับเซียวหลิงเอ๋อร์ “หนูหลิง นั่งให้ดีนะ กอดเอวพี่ชายไว้”
เซียวหลิงเอ๋อร์นั่งอย่างมั่นคงและกอดเอวเซียวหยุนหลงไว้แน่น เซียวหยุนหลงเปิดใช้งานมอนสเตอร์ บิดคำราม ร้องคำรามราวกับกำลังจะบินและออกจากที่เกิดเหตุ ตรงกลับไปยังเมืองเจียงห่าย
ราตรีอันกว้างใหญ่ ลมที่พัดผ่านในยามค่ำคืนนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นสบาย บรรเทาความร้อนระอุในตอนกลางวัน
รถของเซียวหยุนหลงนั้นไม่ได้ขับด้วยความเร็วที่มากจนเกินไป อย่างไรเสียเซียวหลิงเอ๋อร์ก็นั่งอยู่ด้านหลัง แต่ทว่าราวกับว่าเซียวหลิงเอ๋อร์นั้นจะชอบความรู้สึกที่ได้นั่งบนมอนสเตอร์ เธอกล่าว “พี่ชาย พี่ขับรถคันนี้ไล่ตามมาตลอดทั้งเส้นทางเลยใช่ไหมคะ? พี่รู้ได้ยังไงว่าพวกเขาลักพาตัวหนูจากนั้นเดินทางมายังเส้นทางนี้?”
“อืม บางทีพี่ชายของหนูอาจจะมีคุณสมบัติของนักสืบ” เซียวหยุนหลงยิ้มพลางกล่าว
“หนูรู้สึกว่าพี่ชายไม่เพียงแต่จะเป็นนักสืบ พี่ชายยังเป็นฮีโร่ที่ทรงพลังมากอีกด้วย” เซียวหลิงเอ๋อร์เอ่ย น้ำเสียงของเธอนั้นเห็นได้ชัดถึงความชื่นชมและภาคภูมิใจ
“ฮ่าๆ ดูเหมือนหนูเรียนรู้ที่จะประจบสอพลอพี่ชายแล้ว” เซียวหยุนหลงหัวเราะ
“ไม่ใช่สักหน่อย ที่หนูหลิงพูดไปทั้งหมดเป็นความจริงต่างหาก” เซียวหลิงเอ๋อร์กล่าว
เซียวหยุนหลงยิ้ม เขาชะงักและเอ่ย “อันที่จริงพี่ชายไม่ได้อยากจะเป็นนักสืบอะไรนั่น ยิ่งไม่อยากเป็นฮีโร่อะไรนั่นด้วย เพียงแต่ต้องการให้ครอบครัวของเราสามารถมีชีวิตที่สงบสุขและมีความสุขได้เท่านั้นพี่ก็พอใจแล้ว”
เขาเอ่ยคำพูดจริงจากใจ แต่เหตุการณ์และความวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขากลับมาทำให้เขารู้ว่าชีวิตที่สงบสุขและมั่นคงในอนาคตมันคงเป็นไปไม่ได้
สถานที่ที่มีผู้คนย่อมมียุทธภพ เมื่อมียุทธภพก็ย่อมมีข้อพิพาท สิ่งนี้ยากที่จะเลี่ยงได้