ตอนที่ 1062
บทที่ 1062 กระตุ้น
October 28, 2026
หลังจากนั้น ซาเฟยหยางก็พาสวีลั่งข้ามกำแพงสูงด้านหนึ่งไป มาถึงด้านหน้าของอาหยาง
อาหยางที่ตกตะลึงในทันทีเมื่อเห็นคนปรากฏขึ้นตรงหน้า เพราะว่าเขาคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะมาปรากฏตัวหน้าของเขา
และเมื่อสวีลั่งยืนอย่างมั่นคง เขาก็ได้สติในทันที ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หยิบมีดสั้นของตัวเองออกมาปัดไปตรงหน้าของอาหยางหนึ่งครั้ง
“พู่!”
ลำคอตรงคอหอยของอาหยางถูกกรีดจนเป็นแผล ทันใดนั้นเลือดก็สาดพุ่งออกมา
แต่เขายังคงจ้องมองไปที่ซาเฟยหยางอย่างหวาดกลัว กุมตรงบริเวณลำคอของตัวเองที่มีเลือดสาดออกมา เขาอ้าปากพะงาบๆพลางพูดขึ้นมาว่า“นี่มัน…….เป็นไปไม่ได้……เป็นไปได้ยังไง……ทำไมถึงได้จู่โจมเร็วขนาดนี้……”
การดวลระหว่างอาจารย์ตั้งค่าย ไม่ใช่ว่าไม่เคยมี
แต่ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน อยากจะโจมตีอย่างไร นั่นก็ต้องการเวลาอยู่บ้าง
เขาพึ่งจะวางรูปแบบของการรบเสร็จ ซาเฟยหยางก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว ดังนั้นใบหน้าของเขาจึงเต็มไปด้วยความตกใจกลัว
และซาเฟยหยางก็พูดอย่างเรียบเฉยว่า“อาจารย์ตั้งค่ายจะจู่โจมจำเป็นต้องใช้เวลา แต่ผมไม่ใช่อาจารย์ตั้งค่าย ผมคืออาจารย์ฮวงจุ้ย ชำนาญเรื่องการให้เหตุผลและพยากรณ์คาดเดา”
เมื่อพูดออกมาแบบนั้น อาหยางจึงเข้าใจในทันที
อันที่จริงซาเฟยหยางไม่ได้ทำลายค่ายกลของเขา เขาเพียงแค่อาศัยการสัมผัสรับรู้ของอาจารย์ฮวงจุ้ย เพื่ออนุมานค่ายกลของประตูแห่งชีวิต ดังนั้นจึงได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาอย่างรวดเร็วขนาดนี้
แต่เมื่อเขาเข้าใจในตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว
การหายใจของอาหยางค่อยๆขาดหายไป ค่ายกลที่เขาพึ่งวางไว้ก็ค่อยๆหายไปเช่นกัน
แต่นี่เป็นเพียงแค่การทุเลาสถานการณ์ลงเท่านั้น ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะว่าอีกฝ่ายมีผู้แข็งแกร่งแห่งแดนเทพยุทธ์
ผู้แข็งแกร่งแห่งแดนเทพยุทธ์ สามารถบดขยี้ทุกคนที่อยู่ภายใต้เขตแดนได้
ดังนั้น ผ่านไปไม่นาน ไป๋หยุนเผิง ฉินหัวและคนอื่นๆต่างถูกทำร้ายจนล้มกองกับพื้นทั้งหมด
และยอดฝีมือของสี่ตระกูลใหญ่ต่างบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน
เมื่อดูทางด้านตระกูลหวัง มีแค่ยอดฝีมือระดับที่หนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสคนเดียว รวมถึงอาหยางที่ถูกกรีดคอ ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
“อาหยาง!”
หลังจากที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆหวังสือชิ่งร้องเรียกอาหยางด้วยความตกใจ เขาก็รีบวิ่งเข้าไปในทันที
ลำคอของอาหยางมีเลือดไหลออกมาตลอด ตอนนี้เขาอ่อนแอมาก
แต่เพราะเสียงกรีดร้องเขา ทำให้หวังสือชิ่งมองไป จากนั้นเขาก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า“ถ้าอาหยางตาย พวกแกทุกคนก็ต้องลงหลุมไปกับเขา!”
จากนั้นเขาก็ไม่สนใจคนถูกทำร้ายที่กองกับพื้น รีบเข้าไปพูดกับคนของตระกูลหวังว่า“รีบส่งอาหยางไปรักษาที่โรงพยาบาลเร็วเข้า!”
นี่แสดงให้เห็นว่า อาหยางมีความสำคัญต่อตระกูลหวังมาก ถึงจะถูกคนอื่นปาดคอ หวังสือชิ่งก็ไม่ทิ้งเขา ไม่เพียงแต่เท่านี้ เขายังยอมทิ้งโอกาสที่จะฆ่าไป๋หยุน
แต่สำหรับเขาแล้ว อยากจะฆ่าไป๋หยุนเผิงกับคนอื่นๆ โอกาสมีทุกเมื่อ
พวกของไป๋หยุนเผิงไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงแค่มองดูคนของตระกูลหวังขึ้นรถแล้วจากไป
หลังจากที่คนของตระกูลหวังจากไปไม่นาน พวกคนที่มาร่วมงานแต่งก็ค่อยๆผ่อนคลายลง พวกเขาใช้สายตาซับซ้อนมองไปที่คนของสี่ตระกูลใหญ่ และไม่กล้าพูดอะไรเช่นกัน ทำได้เพียงแค่ค่อยๆเดินจากไป
แต่คนยังเดินจากไปไม่หมดเสียทีเดียว มีคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน
หลังจากที่เห็นว่าเป็นใครแล้ว ทุกคนก็พากันตื่นตระหนก เหมือนจะมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
“ไป๋ยี่เฟย!”
“ไป๋ยี่เฟยจริงๆด้วย!”
“นายยังไม่ตาย! ดีจริงๆเลย!”
ไป๋หยุนเผิงกับคนอื่นๆที่เห็นไป๋ยี่เฟยแล้วก็ต่างช่วยกันพยุงลุกขึ้น ล้อมรอบเขาไว้
เดิมทีไป๋ยี่เฟยสามารถมาทัน แต่เขายังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องยืนยันให้แน่ใจเสียก่อน อีกทั้งจำเป็นต้องไปวันนี้ ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาจึงกลับไปที่บ้าน
แต่แล้วสิ่งที่คาดคิดไม่ถึงก็คือ เขามาสายไป
พี่น้องของเขา เหล่ารุ่นพี่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด พวกเขาทั้งหมดได้รับบาดแผลตั้งแต่แรกเห็น
พอเห็นฉากนี้ ในใจของไป๋ยี่เฟยก็อัดแน่นไปด้วยความโกรธ
เมื่อเขาหันกลับมา ก็มองเห็นมุมปากของไป๋ยี่เฟยยังมีเลือดไหลออกมา จึงทำให้เขาอดนึกถึงเมื่อครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกันที่เมืองหลวงเป็นครั้งแรก
ในตอนนั้นไป๋หยุนเผิงมีจิตใจเร่าร้อนฮึกเหิมขนาดไหน ขณะที่เขาถูกคนลอบฆ่านั้น แทบจะลงมือปลิดชีพในทันที
แต่ตอนนี้ เขากลับถูกคนอื่นทำร้ายจนมีสภาพแบบนั้น
ไป๋ยี่เฟยกำหมัดแน่น เขาถามด้วยดวงตาแดงก่ำ“ใครกัน?”