ตอนที่ 701
บทที่ 701 ไม่ได้พบกันนาน
October 28, 2026
ดังนั้นจึงเป็นแค่การจีบสาวจริงๆ?
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางด้านไป๋ยี่เฟย ฉินซานและซาเฟยหยางจึงไม่อาจสอดมือเข้ายุ่ง ทางด้านเต้าจ่าง เต้าจ่างก็ไม่อาจสอดมือเข้ายุ่งเช่นกัน
แต่ทางด้านเต้าจ่างยังมียอดฝีมือระดับที่สองชั้นต่ำอยู่อีกสองคน รวมถึงศิษย์น้องของเขายอดฝีมือระดับที่สองชั้นกลาง
ทางด้านไป๋ยี่เฟยกลับไม่ได้นำคนมามากขนาดนั้น จึงลำบากใจเป็นอย่างมาก
เฉินอ้าวเจียวยืนขึ้นมาก่อน “ฉันเอง”
ไป๋ยี่เฟยเห็นเช่นนี้ก็ไม่ขวาง แต่เอ่ยเตือนคำหนึ่งว่า “ระวังด้วย”
ศิษย์น้องของฉีฉีกับเต้าจ่างไม่ต่างกันนัก เป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน อาจารย์ยังอยู่ตรงนั้น แน่นอนว่าไม่อาจลงไม้ลงมือกันต่อหน้าอาจารย์ได้ ดังนั้นจึงได้แต่ให้เฉินอ้าวเจียวบุก
แต่เฉินอ้าวเจียวมีแขนข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บ บาดแผลยังไม่ได้รับการรักษา ซ้ำยังมีเลือดไหลอยู่ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนอย่างช้าๆ สายตาของทุกคนต่างมองมาที่เขา
คนทางฝั่งไป๋ยี่เฟยอดเป็นห่วงเขาไม่ได้
ส่วนศิษย์น้องของเต้าจ่างเห็นว่าเฉินอ้าวเจียวที่ได้รับบาดเจ็บออกมา ก็แสยะปากยิ้ม จากนั้นก็เดินออกมาจากในฝูงชนเช่นกัน
หลังศิษย์น้องเต้าจ่างออกมา ก็เอ่ยทักทายกับเฉินอ้าวเจียวก่อน “ศิษย์พี่ ไม่พบกันนาน”
เช่นนี้ดูท่า พวกเขาสองคนจะรู้จักกัน
ไป๋ยี่เฟยกลับประหลาดใจมาก หากศิษย์น้องเต้าจ่างเรียกเฉินอ้าวเจียวว่าศิษย์พี่ล่ะก็ อย่างนั้นอ้าวเจียวก็เป็นลูกศิษย์ของซินชิวเช่นกัน? แต่เมื่อกี้เฉินอ้าวเจียวไม่ได้คุกเข่านี่!
จู่ๆ ไป๋ยี่เฟยก็คิดอะไรบางอย่างออก จึงเรียกเฉินอ้าวเจียวอย่างกะทันหัน “พี่เฉิน”
เฉินอ้าวเจียวหันหน้ามามองเขา ส่งสายตาสื่อออกมาเป็นคำพูด
ไป๋ยี่เฟยถาม “ผมควรเรียกคุณว่าศิษย์พี่หรือเปล่า?”
เฉินอ้าวเจียวนิ่งไปทันที จากนั้นก็กล่าวกับไป๋ยี่เฟยยิ้มๆ ว่า “นี่ไม่ได้ปิดบังอะไรหรอกนะ แต่เพราะอาจารย์บอกให้ฉันคอยช่วยนายอย่างลับๆ ถึงไม่ได้บอกกับนาย”
พอไป๋ยี่เฟยได้ยินอารมณ์ก็ซับซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเคยนึกว่าเขากับเฉินอ้าวเจียวคือเพื่อนแท้ที่พบกันยามลำบากจริงๆ ทว่าตอนนี้เห็นทีทุกอย่างจะถูกจัดวางมาอย่างดีแล้ว
หรือจะพูดอีกอย่างคือ ทั้งหมดเป็นแค่กระดานหมากของจื่ออีและซินชิวเท่านั้นเอง
ท้ายที่สุดแล้ว เขายังคงเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง
ไป๋หู่และจงเหลียนคือคนที่ไป๋หยุนเผิงมอบหมายให้มาคุ้มครองไป๋ยี่เฟย
เฉินอ้าวเจียวเป็นคนที่จื่ออีบอกว่าให้มาคุ้มครองไป๋ยี่เฟย
ส่วนฉินซานก็เพราะเห็นแก่หน้าโจวฉวี่เอ๋อถึงได้ยื่นมือเข้าช่วย
ฉีฉียื่นมือเข้าช่วยเพราะสวีลั่ง
ซาเฟยหยางกลับยังไม่อาจแน่ใจได้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นซาเฟยหยางหรือไม่
มองไปที่ไป๋หยุนเผิง คิดถึงเหตุผลมากมายแล้วที่มาเป็นเพราะสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดของตระกูลไป๋
ส่วนหนิววั่งที่เขาเชื่อใจที่สุด กลับทรยศเขา
เวลานี้จู่ๆ ไป๋ยี่เฟยก็ทุกข์ใจอย่างมาก
เขารู้สึกว่าตนเองเป็นคนล้มเหลวสิ้นดี แถมยังรู้สึกว่าตนเองไร้ค่าอีกด้วย
จู่ๆ ราวกับไป๋หยุนเผิงมองทะลุความคิดของเขา จึงกล่าวปลอบเสียงค่อยว่า “ไม่ว่าพวกเขาออกมาเพื่อจุดประสงค์อะไร ขอเพียงนายรู้ว่าพวกเขากำลังช่วยนาย อีกทั้งยังทุ่มเทใจแลกชีวิตเพื่อช่วยนาย เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
ไป๋หยุนเผิงมองทะลุความคิดของไป๋ยี่เฟยจริงๆ และใช้คำพูดประโยคเดียวแก้ปมในใจเขาได้
จู่ๆ ไป๋ยี่เฟยก็พลันเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
เป็นเช่นนี้จริงๆ ไม่ว่าพวกเขาออกมาช่วยตัวเองด้วยเหตุผลอะไร แต่พวกเขาต่างกำลังทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยตนเองอยู่ แล้วเขายังมีอะไรไม่พอใจอีก?
ไป๋หู่เคยบอกว่า เขาสามารถสละชีวิตเพื่อตนได้
เวลานี้ เฉินอ้าวเจียวก็พูดกับไป๋ยี่เฟยเช่นกันว่า “ศิษย์น้องเล็ก ศิษย์พี่ใหญ่จะปกป้องนายตลอดไป ต่อให้อาจารย์ไม่ต้องการนายแล้ว ฉันก็จะยอมรับศิษย์น้องเล็กอย่างนายคนนี้เสมอ”
พอไป๋ยี่เฟยได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เหมือนกับคำพูดของไป๋หู่ในตอนนั้น
ซาเฟยหยางก็เอ่ยปากพูดเช่นกันว่า “ฉันเคยบอกว่า นิสัยของนายไม่ทะเยอทะยาน แต่นายถูกลิขิตไว้ให้เป็นราชา เพราะคนเหล่านี้ต่างยินดีติดตามนายด้วยความสมัครใจ”
ไป๋ยี่เฟยได้ยินประโยคนี้ก็ซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง ดวงตาแดงเรื่อ เขากะพริบตาถี่ๆ จากนั้นก็พูดกับเฉินอ้าวเจียวว่า “ศิษย์พี่ ระวังตัวด้วย”
เฉินอ้าวเจียวพยักหน้า จากนั้นก็หมุนกายเดินไปหาศิษย์น้องของเต้าจ่าง