ตอนที่ 703
บทที่ 703 เตะทีเดียวแกก็ตายแล้ว
October 28, 2026
“สู้กับผีสิวะ!” สือหรั่นคำรามด้วยความโกรธ ไก่อ่อนอย่างมึงจะมาสู้กับกู? ไม่เห็นกูอยู่ในสายตาใช่ไหม?”
ไป๋ยี่เฟยหัวเราะเบาๆ “ไม่สู้กับผี สู้กับแก”
จากนั้นก็กล่าวด้วยความชอบธรรมอีกครั้งว่า “จะสู้ก็รีบสู้ ไม่สู้ก็ยอมแพ้”
“ยอมแพ้กับผีสิ!” สือหรั่นพูดจบก็พุ่งเข้าหาไป๋ยี่เฟย
เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นยอดฝีมือระดับที่สอง ความเร็วกับพละกำลังทำให้คนยากจะจินตนาการ ไป๋ยี่เฟยยังไม่ทันได้ตั้งตัว ช่องท้องก็ถูกอีกฝ่ายเตะเข้าอย่างจัง
“อั๊ก!”
เขาล้มกระเด็นออกไปพร้อมกับกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ กระเด็นไปไกลถึงเจ็ดแปดเมตรถึงค่อยหยุดลง
พอทุกคนเห็นฉากนี้ ทางฝั่งเต้าจ่างก็พากันตบมือโห่ร้อง ทางฝั่งไป๋ยี่เฟยกลับเป็นกังวลอย่างยิ่ง
สือหรั่นเห็นไป๋ยี่เฟยเปราะบางเช่นนี้ ก็แค่นเสียงอย่างเหยียดหยามว่า “ไอ้ไก่อ่อน กล้าดูถูกกูนัก กูเตะมึงทีเดียวก็ตายแล้ว!”
พวกไป๋หยุนเผิงคิดจะเข้าไปดูไป๋ยี่เฟย นั่นเป็นเท้าของยอดฝีมือระดับที่สอง หากเป็นคนทั่วไปโดนถูกเตะทีเดียวอาจตายได้จริงๆ
แต่โชคดีที่ไป๋ยี่เฟยเป็นคนทนมือทนเท้าอย่างมาก
ไป๋ยี่เฟยยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง ห้ามพวกไป๋หยุนเผิงที่จะเข้ามาไว้ จากนั้นก็คลานขึ้นมาจากพื้น กุมท้องตนเองพลางนวดไปมา แสยะปากพูดลอดไรฟันว่า “มาอีกรอบ!”
สือหรั่นรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง มองไป๋ยี่เฟยที่ยืนขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง
คนทางฝั่งเต้าจ่างก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน
พึงรู้ไว้ว่าพละกำลังของยอดฝีมือระดับที่สองอย่างสือหรั่น เท้านี้ต่อให้ไม่เตะไป๋ยี่เฟยตาย ก็สามารถทำให้บาดเจ็บหนักได้ แต่ไป๋ยี่เฟยกลับยืนขึ้นมาแล้ว
ความสามารถที่ทนมือทนเท้าอย่างไป๋ยี่เฟย อาจไม่มีใครเทียบเท่าได้
คิดถึงเดือนนั้นตอนที่อยู่ในภูเขา ทุกวันเขาจะต้องถูกเตะถูกอัด ดังนั้นการที่ถูกสือหรั่นเตะเช่นนี้ จึงยังสบายมากจริงๆ เพราะอย่างไรคนที่อัดเขาในตอนนั้นก็คือเหลียงยู่ ยังมีจื่ออีอาจารย์เขาอีกคน
ดังนั้นหากคิดดูก็รู้ว่าความสามารถทนมือของเขาจะมีความแข็งแกร่งแค่ไหน
หลังสือหรั่นตกตะลึงเสร็จก็โกรธจัด เขารู้สึกว่าไม่สามารถเตะไก่อ่อนอย่างไป๋ยี่เฟยให้บาดเจ็บสาหัสได้ ถือเป็นการสงสัยในพละกำลังของเขา ดังนั้นเขาจึงพุ่งออกไปทันที
มีประสบการณ์อย่างเมื่อครู่ หนนี้ไป๋ยี่เฟยจึงเตรียมตัวไว้แล้ว แม้ความเร็วจะช้ากว่าอีกฝ่ายอยู่บ้าง แต่เขาสามารถคาดเดาการโจมตีของอีกฝ่ายได้
ด้วยเหตุนี้พอเท้าที่สองของสือหรั่นเตะมาที่ช่องท้องของเขาอีกครั้ง ไป๋ยี่เฟยจึงยกสองมือขึ้นมาต้านไว้
“พลั่ก!”
ไป๋ยี่เฟยเดากระบวนท่าอีกฝ่ายได้อย่างถูกต้อง สองมือที่ยกขึ้นมาขวางเท้าของสือหรั่นไว้ได้สำเร็จ แต่กำลังของเท้าข้างนั้นก็ไม่ใช่เขาจะต้านรับได้ ยังคงทำให้คนพุ่งกระเด็นออกไปอยู่ดี
ตัวไป๋ยี่เฟยชนเข้ากับกำแพงสวน แล้วตกลงบนพื้น
สือหรั่นหัวเราะเยาะ “ไม่มีใครสามารถต้านลูกเตะครั้งที่สองของฉันได้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับที่สองก็ตาม ถูกฉันเตะอย่างจังสองครั้ง ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก ไอ้ไก่อ่อนระดับที่สามอย่างแก ยังคิดจะคลานขึ้นมาอีก?”
คนทางฝั่งเต้าจ่างปรบมือส่งเสียงโห่ร้องอีกครั้ง
คนทางฝั่งไป๋ยี่เฟยกลับกังวลใจมากขึ้นกว่าเดิม
แต่ในเวลานี้เอง ไป๋ยี่เฟยได้ยืนขึ้นมาอีกครั้ง
ทุกคนที่เห็นฉากนี้ต่างตกตะลึงกันไปหมด
อย่างที่สือหรั่นบอก ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับที่สอง ถูกเขาเตะอย่างจังสองครั้งติดๆ กัน ไม่ตายก็เจ็บหนัก คลานขึ้นมาไม่ได้อีก เพียงพอให้จินตนาการได้ว่าพละกำลังที่ใช้ออกมาแข็งแกร่งมากเพียงใด
แต่ไป๋ยี่เฟยก็ยืนขึ้นมาได้จริงๆ
สือหรั่นตะลึงอยู่สักพัก ถึงขนาดมองไปที่เท้าของตัวเองอย่างสงสัย จู่ๆ เขาก็รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักขึ้นมา
ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ ยอดฝีมือระดับที่สองคนหนึ่งอย่างเขา กระทั่งเตะสองครั้ง ก็เตะไก่อ่อนระดับที่สามไม่ตาย ต่อไปยังจะมีหน้าอยู่ในสหพันธ์ธุรกิจได้ยังไง?
เวลานี้ จู่ๆ ฉีฉีก็พูดขึ้นว่า “ยอมแพ้เสียเถอะ”
“ระหว่างพวกนายห่างชั้นกันเป็นโยชน์ เอาชนะไม่ได้หรอก แบบนี้นายก็ถูกอัดฟรีๆ สิ”
“ให้ฉันสู้รอบที่สามเลยเถอะ”
ไป๋ยี่เฟยกลับเช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็พูดยิ้มๆ ว่า “ฉันอยากจะลองดูสักตั้ง”
จากนั้น ไป๋ยี่เฟยก็สูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง จัดท่าทางให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปอีกครั้ง ถึงขั้นพูดอย่างกวนประสาทว่า “เป็นถึงยอดฝีมือระดับที่สองมีแรงเท่านี้เองเหรอ?”
พอได้ยินคำพูดยั่วยุเช่นนี้ สือหรั่นก็โกรธแทบกระอักเลือด “มึง......”
แม่มันสิ หากกูคว่ำมันลงไม่ได้ กูก็ขอใช้แซ่เดียวกับมัน