ตอนที่ 722
บทที่ 722 นายอย่าได้คิดจะหนี
October 28, 2026
“พวกนายมาได้ยังไง?” ไป๋ยี่เฟยถามถามไป๋หู่และจงเหลียนที่นั่งอยู่ข้างเขา
ไป๋หู่ไม่ได้ตอบส่วนจงเหลียนยิ้มแล้วตอบ: “ทำงาน”
เพราะงานของพวกเขานั้นคือการอารักขาไป๋ยี่เฟย
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ไป๋หู่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
ไป๋ยี่เฟยเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
ครั้งนี้เขาไปเมืองหลวงโดยไม่ได้วางแผนว่าจะพาคนไปด้วยเพราะเขารู้ว่าการไปเมืองหลวงนั้นมีความอันตรายมากเพียงใด เขาไม่สามารถจะยอมรับความสูญเสียใครในกลุ่มพวกเขาได้อีกแล้ว
“ถึงคุณจะแรงเยอะกว่าเรา แต่คนเดียวจะแข็งแกร่งสู้หลายคนได้ยังไง และมีบางเรื่องที่เราทำก็สะดวกดี” ไป๋หู่พูดอย่างเรียบเฉย
ไป๋ยี่เฟยตบไหล่เขาด้วยความซาบซึ้ง ไม่พูดอะไรมากและเดินไปข้างหน้าต่อไป
คนต่อไปคือเฉินอ้าวเจียว เฉินอ้าวเจียวยิ้มแล้วพูด “นายเป็นรุ่นน้องของฉัน รุ่นพี่คงจะไม่สามารถยอมเห็นรุ่นน้องโดนคนอื่นรังแกได้หรอกใช่ไหม?”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้าและตาแดงก่ำ “ขอบคุณครับ!”
เฉินอ้าวเจียวยิ้ม
ไป๋ยี่เฟยเดินไปข้างหน้าอีกและสองที่นั่งข้างหน้ามีสวีลั่งและฉีฉีนั่งอยู่
สวีลั่งลุกขึ้นยืน ฉีฉีก็ลุกตามและพูดกับไป๋ยี่เฟย “ฉันยังอยากจะคิดบัญชีกับนายอยู่นะ นายอย่าหนีล่ะ!”
“ใช่!” สวีลั่งพยักหน้า
ไป๋ยี่เฟยรู้สึกซาบซึ้งอยู่ภายในใจ ถึงแม้จะพูดแบบนี้แต่เขาก็เข้าใจความหมายของพวกเขาดีและไม่ได้แสดงออกมา เขาทำตามคำพูดของพวกเขาและแสร้งทำเป็นเออออ “พวกนายเป็นอะไรเนี่ย? หากฉันไม่ได้ช่วยพวกนายไว้ พวกนายอาจจะยังไปไม่ถึงไหน!”
พูดจบแล้วก็เหมือนจะคิดอะไรได้ ครั้งนี้เขาขึงขังขึ้น “ตอนนี้นายเป็นคนมีลูกมีเมีย ทำไมถึงได้หาเรื่องวุ่นวายแบบนี้ เรื่องของฉันต่อไปนายไม่ต้องยุ่งเลย”
สวีลั่งกลับส่ายหน้าและพูดอย่างหนักแน่น “เป็นพี่น้องกันก็ควรจะเข้าใจฉันสิ”
ไป๋ยี่เฟย: “...”
ฉีฉีถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และพูด “พี่สะใภ้บอกว่าเพราะมีนาย ครอบครัวเราถึงได้เป็นครอบครัว ทุกคนถึงต้องอยู่ด้วยกัน!”
สวีลั่งได้ยินคำพูดนี้แล้วก็ชื่นชมทันที: “ใช่ พี่สะใภ้เธอฉลาดมาก”
“ฉันยังติดค้างงานแต่งงานของพวกนายอีกงาน” ไป๋ยี่เฟยกระพริบตาแดงๆ ของเขา
สวีลั่งพูด: “ค่อยชดเชยให้ทีหลังก็ได้”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้าและเดินไปต่อ จากนั้นก็เห็นซาเฟยหยาง
“รุ่นพี่...”
ไป๋ยี่เฟยแปลกใจเล็กน้อย อย่างไรเสียซาเฟยหยางต้องการอิสระ ไม่อยากจะต้องตามเขาไปเมืองหลวงแต่เขาก็ยังมา
ซาเฟยหยางยิ้มแล้วพูด: “นายไปคนหัวดี ไหนบอกว่าอยากเรียนดาบกับฉันไม่ใช่เหรอ? อย่างไรเสียฉันก็ไม่มีอะไรทำ สอนนายได้พอดี”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้าและเก็บไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว “งั้นก็ขอบคุณมากครับรุ่นพี่”
คนต่อมาคือเฉินห้าว เฉินห้าวยืนและยิ้มกว้างให้ไป๋ยี่เฟย “พี่ผมรู้ผมอ่อนแอที่สุด แต่บางเรื่องผมทำได้ดีกว่าคนอื่น”
คนที่นั่งอยู่ข้างเฉินห้าวคือจางหัวปิน เขาเองก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับไป๋ยี่เฟย: “ฉันก็พอๆ กับห้าวจื่อ แต่เราสองคนน่าจะมีประโยชน์”
เฉินห้าวมือเท้าไวส่วนจางหัวปินมีเครือข่ายข่าวกรองของเขาเอง ซึ่งมีประโยชน์มากจริงๆ
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้าและเดินไปข้างหน้าก็เห็นหลิวเสี่ยวอิงที่มีรอยยิ้มอยู่เต็มใบหน้า
หลิวเสี่ยวอิงพูด: “ฉันเก่งเรื่องยา ยิ่งกว่านั้นถ้าโดนพิษฉันถอนพิษได้”
ไป๋ยี่เฟยมองหลิวเสี่ยวอิงแล้วพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูด “เอาไว้ไปถึงเมืองหลวงแล้วจะหาแฟนให้เธอแต่งงาน”
ไป๋ยี่เฟยกวาดสายตามองทุกคนแล้วเดินไปด้านหน้าสุดแล้วหันเข้าหาทุกคนและโค้งคำนับพวกเขา
“ขอบคุณ!”
คนที่รู้ว่าไป๋ยี่เฟยไม่ต้องการพาใครไปเมืองหลวงเลยคนแรกก็คือจางหัวปิง
วันนั้นไม่ว่าจะทำอย่างไรจางหัวปินก็นอนไม่หลับ ภรรยาของเขาก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองจึงได้พูดคุยกัน
“ทำไมถึงนอนไม่หลับ?”
“ครั้งก่อนมีคนบาดเจ็บกลับมามากมายขนาดนั้น ครั้งนี้เขาไปคนเดียว...”
“แต่เขาไม่อยากให้เราตามไปด้วยก็เพราะครั้งก่อนมีคนบาดเจ็บล้มตายเยอะมาก เขาไม่อยากให้มีเรื่องเกิดกับพวกเรา”