ตอนที่ 762
บทที่ 762 ใจกว้างขนาดนี้หรือ
October 28, 2026
ซาเฟยหยางก็พิสูจน์การคาดเดาของเขาว่าเป็นจริงเช่นกัน “เทียนหัวซานไม่เพียงแค่เป็นศิษย์พี่ของผม ยังเป็นพี่ชายแท้ๆของผม”
ดังนั้น ไป๋ยี่เฟยล้วนเข้าใจทั้งหมดแล้ว
“ศพนั้นที่อยู่ในหลุมคือเทียนหัวซาน” ไป๋ยี่เฟยพูดเสียงเข้ม
ซาเฟยหยางพยักหน้าแล้วพยักหน้าอีก จากนั้นถอนหายใจอีกหนึ่งที “นิสัยของพี่ชายของผมชอบเอาชนะคนเกินไป จัดการเรื่องราวก็ไม่สนใจไยดีถึงผลลัพธ์เช่นกัน เพื่อที่จะบรรลุถึงจุดประสงค์ก็ไม่แคร์ว่าจะล่วงเกินคนหรือไม่ ดังนั้น ถึงสุดท้ายคนมากมายล้วนถูกเขาล่วงเกินแล้ว”
“แม้ว่าเขาชั่วมาก แต่ความเกี่ยวข้องทางสายเลือดก็ไม่มีทางที่จะลบออกไปได้ ถึงยังไงเขาก็เป็นพี่ชายผม”
หลังจากไป๋ยี่เฟยฟังจบแล้ว ในใจทอดถอนใจด้วยความหดหู่พักหนึ่ง จากนั้นก็นึกถึงอะไรขึ้นมาอีก พูดว่า “งั้นร่างที่ตายอยู่ในสุสานนั้นเป็นซาเฟยหยางเรื่องนี้คืออาวุโสป่าวประกาศออกไปหรือ?”
ซาเฟยหยางพยักหน้านิดๆ
ตอนนั้นเทียนหัวซานตายแล้ว ซาเฟยหยางยังมีชีวิตอยู่ แต่เพราะว่าตอนที่เทียนหัวซานยังมีชีวิตอยู่ได้ล่วงเกินคนมากเกินไปเกรงว่าแม้แต่ตายแล้วก็ยากที่จะสงบสุขได้ ดังนั้น ซาเฟยหยางจึงปล่าวประกาศต่อภายนอกว่า คนที่ตายคือซาเฟยหยาง
และไป๋ยี่เฟยที่อยู่ในเวลานี้ อยู่ดีๆเขาก็นึกถึงไป๋เซี่ยวทันที
เขากับไป๋เซี่ยวก็เป็นพี่น้องกันแท้ๆ งั้นถ้าหากว่าไป๋เซี่ยวตายแล้ว เขาจะใจกว้างขนาดนี้ไหม?
คำตอบนี้เขาไม่รู้ เกรงว่ามีแต่ถึงเวลานั้นจริงๆจึงจะได้รู้
เนื่องเพราะซาเฟยหยางนึกถึงเทียนหัวซานขึ้นมา ดูเหมือนมีอารมณ์ความหดหู่เล็กน้อย จากนั้นพูดเบาๆคำหนึ่งว่า “วันนี้ก็ถึงแค่นี้ก่อนเถอะ”
หลังจากพูดจบหมุนตัวออกไปเลย
ไป๋ยี่เฟยนั่งอยู่กับพื้นที่ปูเต็มไปด้วยทองคำ ไม่ได้ลุกขึ้นออกไปเลย แต่ย้อนคิดอยู่ว่าเริ่มตั้งแต่ที่เขาพบเจอกับไป๋หยุนเผิง ความจำทั้งหมดในสองปีที่ผ่านมานี้
......
คราวนี้พวกเขาหลบหลีกอยู่ในคลังเก็บทองเตรียมพร้อมมาก่อนแล้ว ไม่เหมือนตอนที่ซาเฟยหยางถูกขังอยู่ในคลังเก็บทองไม่สามารถกินข้าวได้ตามปกติ
แต่พวกเขากลับทำได้
และภาระหน้าที่ที่ทำกับข้าวนี้ย่อมตกอยู่บนกายของหลิวเสี่ยวอิงอยู่แล้ว
มื้อเย็นเพิ่งทำเสร็จ หลิวเสี่ยวอิงไปเรียกฉินหัวกับจื่ออีก่อน จากนั้นก็ไปเรียกไป๋ยี่เฟยกับซาเฟยหยางอีก
แต่ว่าเธอเพิ่งเดินถึงนอกห้องนอน ก็มองเห็นซาเฟยหยางเดินออกมาก่อน
หลิวเสี่ยวอิงอมยิ้มหนึ่งทีพูดว่า “นายซา กินข้าวได้แล้ว”
ซาเฟยหยางพยักหน้าแล้วพยักหน้าอีก “ลำบากแล้ว”
จากนั้นซาเฟยหยางไปกินข้าวเลย ส่วนหลิวเสี่ยวอิงรออยู่นอกห้องนอนตลอด
เพราะเธอรู้ว่าในตอนนี้ไป๋ยี่เฟยฝึกวิชาเสริมพลังอ้านจิ้งจะต้องถอดเสื้อผ้า ดังนั้นเธอรอไป๋ยี่เฟยใส่เสื้อผ้าอยู่
หลังจากผ่านไปสิบนาที หลิวเสี่ยวอิงเห็นไป๋ยี่เฟยยังไม่ได้ออกมา อีกทั้งรู้สึกว่าผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ย่อมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเธอเดินเข้าไปโดยตรง
แต่ว่าเธอล้วนคิดไม่ถึง หลังจากเข้าไปแล้วก็มองเห็นไป๋ยี่เฟยตัวเปลือยนั่งอยู่กับพื้น
หลิวเสี่ยวอิงล้วนนิ่งอึ้งไปเลยทั้งตัว เธอยืนอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าจะเดินไปข้างหน้าต่อหรือว่าจะถอยออกไป
แท้ที่จริงหลิวเสี่ยวอิงเป็นหมอคนหนึ่ง เห็นลักษณะท่าทีไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้ามาจนชินแล้ว แต่สภาพการณ์เหมือนแบบนี้ หลิวเสี่ยวอิงยังเป็นครั้งแรก
ถึงยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่ห้องผ่าตัด ความรู้สึกที่มองเห็นว่าไม่ได้ใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกับอยู่ในห้องผ่าตัด
ก็อยู่ในเวลานี้ อยู่ดีๆหลิวเสี่ยวอิงพบเห็นว่าเส้นผมของไป๋ยี่เฟยอยู่ดีๆกลายเป็นสีขาวในชั่วพริบตา
ก็ไม่ถือว่าอยู่ดีๆเช่นกัน เพราะว่าก่อนที่จะฝึกกังฟูเธอมองเห็นเส้นผมของไป๋ยี่เฟยยังเป็นสีดำอยู่ ตอนนี้เห็นแล้ว กลับกลายเป็นสีขาวเยอะเลย อีกทั้งยังมีเส้นผมอื่นๆกำลังค่อยๆกลายเป็นสีขาวอยู่
ในใจหลิวเสี่ยวอิงสงสัยงงงวย อยากจะร้องเสียงหนึ่ง กลับอยู่ในเวลานี้ มองเห็นไป๋ยี่เฟยหันหน้ามา
ตาทั้งคู่ของไป๋ยี่เฟยแดงฉาน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดกับโหดร้าย จ้องมองหลิวเสี่ยวอิงอย่างแน่น
หลิวเสี่ยวอิงถูกจ้องมองจนขนหัวลุก ตกใจจนตัวสั่นพูดว่า “ไป๋ ไป๋ยี่เฟย คุณ คุณเป็นยังไงแล้วล่ะ?”
เพิ่งพูดคำนี้จบ อยู่ดีๆไป๋ยี่เฟยลุกขึ้นพุ่งไปยังเธอ
“อ่า!”
หลิวเสี่ยวอิงหวาดกลัวมาก กลัวจนขาอ่อนแล้ว ทั้งตัวยังสั่นระริกอยู่ อยากจะวิ่งออกไปข้างนอก กลับวิ่งไม่ออกเลยสักนิด
หลิวเสี่ยวอิงร้องเสียงดังหนึ่งที วินาทีถัดมา ไป๋ยี่เฟยกดทับเธอล้มอยู่กับพื้น มือจับคอของเธอไว้ทันที
เป็นพลังขนาดใหญ่กดทับเธอไว้ หลิวเสี่ยวอิงรู้สึกว่าคอของเธอจะถูกบีบจนหักแล้ว
และอยู่ในเวลานี้ ซาเฟยหยางที่รู้สึกถึงความผิดปกติ อยู่ดีๆวิ่งกลับมา พอดีได้ยินเสียงร้องของหลิวเสี่ยวอิง และมองเห็นไป๋ยี่เฟยบีบคอหลิวเสี่ยวอิงไว้ดังนั้นไม่ลังเลแม้แต่น้อยชกไปยังไป๋ยี่เฟยหนึ่งที
ซาเฟยหยางไม่ได้จะชกไป๋ยี่เฟยจริงๆ เพียงแค่อยากจะบีบให้เขาถอยไปเท่านั้น
แต่ว่า ไป๋ยี่เฟยไม่ได้ถอยออกไปเลย