ตอนที่ 972
บทที่ 972 สิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี
October 28, 2026
สุสานในเมืองเทียนเป่ย
ไป๋ยี่เฟยคุกเข่าหน้าหลุมศพของแม่บุญธรรมกับน้องสาวของตนเองที่ล่วงลับไปแล้ว กระซิบบอกเรื่องราวตลอดระยะเวลาสองปี ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง รวมถึงได้รู้จักใครบ้าง
หลังจากที่พูดจบเขาก็พูดอย่างรู้สึกผิด“ลูกอกตัญญู ก่อนที่แม่จะจากไปผมไม่มีหลานให้แม่อุ้ม แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ แม่มีหลานชายแล้ว ยังมีหลานสาวอีกคนหนึ่ง ตอนนี้พวกเขายังเด็ก รอพวกเขาโตแล้วผมจะพามาเยี่ยมแม่อีกครั้งนะครับ”
“น้อง ตอนนี้น้องมีหลานชายหลานสาวแล้วนะ พวกเขาเป็นเด็กดีมาก รอพวกเขาโตอีกหน่อยพี่จะพาเยี่ยมเธอนะ”
ไป๋ยี่เฟยหวนนึกถึงตอนที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในชนบท และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวด
เวลานี้เอง หวังโหลวที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาพูดเบาๆหนึ่งประโยค“ถ้าเกิดยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้คงจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่ๆ”
ไป๋ยี่เฟยค่อยๆลุกยืนขึ้น
ก่อนหน้านี้เขาโทรหาหวังโหลว หวังโหลวบอกว่าหลิวเสี่ยวอิงกลับมาแล้ว พวกเขาจึงนัดกันมาเจอที่นี่
เพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าความสัมพันธ์ของตนเองมีปัญหา โดยเฉพาะต่อหน้าหยุนอิงกับซินชิว
หวังโหลวมองไปที่เขาแล้วเอ่ยถามว่า“นายจะไม่ไปพบเธอจริงๆเหรอครับ?”
ไป๋ยี่เฟยเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“ไม่แล้ว เรื่องผ่านไปแล้ว”
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกไปทีละก้าว
คนที่หวังโหลวพูดถึงก็คือหลิวเสี่ยวอิง หลิวเสี่ยวอิงไม่เพียงแค่กลับมาแล้ว ยังจะให้พวกเขาปิดบังไป๋ยี่เฟยด้วย อีกทั้ง เธอจะแต่งงานแล้ว แต่งกับพานปู้ถิง
แต่เรื่องนี้หวังโหลวไม่สามารถปิดบังไป๋ยี่เฟยได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงบอกกับไป๋ยี่เฟยไป
แต่แล้วไป๋ยี่เฟยกลับมาปฏิกิริยาแบบนี้
หวังโหลวมองดูแผ่นหลังของไป๋ยี่เฟยค่อยๆจากไป ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนเรียก“ผ่านไปแล้วจริงๆเหรอ?นายปล่อยวางได้จริงๆเหรอ?”
ไม่รู้ว่าท้องฟ้ามีเมฆดำลอยมาตั้งแต่เมื่อไร มันทำให้ทั้งสุสานดูมืดครึ้ม
ไป๋ยี่เฟยได้ยินสิ่งที่หวังโหลวพูด เขาก็ชะงักเท้าที่กำลังก้าว แล้วหยุดลง หันกลับไปยิ้มพลางพูดกับหวังโหลวว่า“ปล่อยวางไม่ได้ยังไงล่ะ?”
“ฉันมีเมียสวยคนหนึ่ง ยังมีลูกแฝดชายหญิงที่น่ารักน่าชัง ฉันรักเมียของฉัน และรักลูกของฉัน”
พูดจบ ไป๋ยี่เฟยก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดกับหวังโหลวว่า“นายสนใจตัวเองก่อนเถอะ จนถึงป่านี้แล้วยังโสดอยู่ อย่าเอาแต่สนใจเรื่องความสัมพันธ์ของฉันเลย!”
หวังโหลวตกตะลึงคำพูดของเขา โดยเฉพาะประโยคในตอนท้าย ทำให้เขารู้สึกโมโหมาก“ไอ้เหี้ยมึงมันโง่!”
ไป๋ยี่เฟยทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วหันหลังเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อยๆ
เดินได้ไม่กี่ก้าว ด้านหลังก็มีเสียงของหวังโหลวตะโกนขึ้นมาอีก
“นายมันคนขี้ขลาด ไอ้คนตาขาว!”
......
ก่อนหน้านี้ หัวใจของไป๋ยี่เฟยไม่สามารถผ่านอุปสรรคนี้ไปได้ เขาไม่กล้ายอมรับหลิวเสี่ยวอิง รู้สึกว่าผิดต่อหลี่เสว่ และตัวเขาเองรู้สึกละอายใจ
ต่อมา หลี่เสว่ จื่ออีต่างช่วยกันเกลี้ยกล่อมเขา ในที่สุดเขาก็คิดได้แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เขาได้ทำร้ายหลิวเสี่ยวอิงไปแล้ว ดังนั้นขาจึงจำเป็นต้องรับผิดชอบเธอ
แต่ตอนนี้ หลิวเสี่ยวอิงจะแต่งงานกับพานปู้ถิงแล้ว เขาก็รู้สึกว่าตัวเองผิดไปแล้ว
หลิวเสี่ยวอิงก็เป็นลูกมีพ่อมีแม่ จะมีพ่อแม่คนไหนกันที่อยากให้ลูกสาวของตัวเองเป็นเมียน้อย?
ยิ่งไปกว่านั้น ไป๋ยี่เฟยอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ก็เท่ากับผู้หญิงสองคนใช้สามีคนเดียวกัน คนที่เป็นพ่อแม่ต้องไม่ยอมอยู่แล้ว!
ไป๋ยี่เฟยกลับมาที่คฤหาสน์อย่างสับสนวุ่นวาย
พอเขาเข้ามาในคฤหาสน์ หยุนอิงที่นั่งอยู่ที่โซฟามองไปที่เขา“อุ้ย กลับมาแล้วเหรอ?”
“เป็นอะไรน่ะ?ทำไมสีหน้าถึงน่าเกลียดแบบนั้นล่ะ?”
แต่แล้วไป๋ยี่เฟยไม่ได้สนใจเธอด้วยซ้ำ และเดินขึ้นไปชั้นบน เขาไม่อยากเอาอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ไปให้หลี่เสว่ ดังนั้นจึงคิดจะไปดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะอยู่บนดาดฟ้าของหลังคา
เพียงแต่พอเขาขึ้นไปที่ชั้นสองก็ถูกหลี่เสว่พบเข้า หลี่เสว่เห็นเขาอารมณ์ไม่ดี จึงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงว่า“คุณเป็นอะไรคะ?เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้าเบาๆแล้วพูดว่า“ไม่เป็นหรอก”
พอหลี่เสว่เห็นสีหน้าเขาแล้วต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ แต่เธอไม่ได้ถามอะไรมาก ได้เพียงแต่ลุกขึ้นยืนแล้วไปรินน้ำอุ่นให้เขาหนึ่งแก้ว
พอวางแก้วน้ำลง ลูกก็เริ่มร้องไห้ เธอจึงรีบไปกล่อมลูกน้อย
......
ไป๋ยี่เฟยมาถึงดาดฟ้า เดิมทีคิดว่าตัวเองจะสามารถอยู่คนเดียว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะพบกับซินชิว
ซินชิวกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวหนึ่ง เขาโก่งหลังเล็กน้อย ก้มหน้าลง เหมือนกำลังยุ่งวุ่นวายอะไรอยู่ เขาหันหลังให้กับไป๋ยี่เฟย ดังนั้นไป๋ยี่เฟยจึงมองไม่เห็น