ตอนที่ 1013
บทที่1013ยีหยุน
October 28, 2026
เพราะปลายมีดของเขานั้นกำลังสั่น และขาทั้งสองข้างของเขาก็ยืนไม่ค่อยไหว เหมือนกำลังสั่น
ไป๋ยี่เฟยรู้สึกสงสัย
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาคิดอะไรพวกนั้น เขามาถึงตรงหน้าของท่านดยุกอย่างรวดเร็ว เขาอยากร่วมมือกับคนสวมหน้ากากล้อมหน้าล้อมหลังท่านดยุกไว้
แต่ท่านดยุกกลับดูไม่ร้อนรนเลย และยังหัวเราะเยาะไป๋ยี่เฟยด้วย “สุดท้าย แกก็ต้องเผชิญหน้ากับฉันคนเดียวอยู่ดี”
ไป๋ยี่เฟยพูด “เรามีกันสองคนนะ”
“ไม่” ท่านดยุกส่ายหน้าอย่างมั่นอกมั่นใจ “แค่แกคนเดียว”
พอได้ยินแบบนั้น ไป๋ยี่เฟยก็รู้สึกใจหายแล้วมองไปยังคนสวมหน้ากากที่อยู่ด้านหลังท่านดยุกโดยอัตโนมัติ
เท้าของคนสวมหน้ากากที่ตอนแรกไม่ค่อยจะมั่นคงเท่าไหร่ตอนนี้เหมือนมันจะมั่นคงขึ้นแล้ว เขากระโดดมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง น้ำเสียงก็ดูแน่วแน่ขึ้น “สองคน!”
จากนั้นท่านดยุกก็ได้แย้งออกมาทันทีว่า “แค่คนเดียว!”
“แกกำลังกลัวฉัน” ท่านดยุกหันหลังให้คนสวมหน้ากาก โดยที่ไม่ได้เกรงกลัวเขาเลย และยังพูดจาเยาะเย้ยด้วย “ความกลัวแบบนี้เหมือนมันจะฝักลึกเข้าไปในกระดูกแล้วด้วย”
“ตั้งแต่แรก แกก็เอาแต่หลบฉัน เลี่ยงที่จะไม่เผชิญหน้ากับฉันตรงๆ แล้วการที่แกใส่หน้ากากไว้ แสดงว่าแกต้องเป็นคนที่ฉันรู้จัก แกรู้ดีว่าการที่จะฆ่าฉันนั้นมันยากมาก”
“หรือก็คือ แกไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะฆ่าฉันเลย ดังนั้น สำหรับฉันแล้ว แกก็เหมือนไม่มีตัวตนอยู่เลย”
คำพูดของท่านดยุกทำให้แน่วแน่ของคนสวมหน้ากากที่มีเมื่อกี้ได้หายไปอีกครั้ง มีดในมือก็เริ่มสั่น และเขายังก้าวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าวด้วย
ไป๋ยี่เฟยก็เห็นเหมือนกัน เขาขมวดคิ้ว “นี่สหาย นายน่าจะเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งชั้นกลาง ถ้าเราสองคนร่วมมือกันเราต้องฆ่ามันได้แน่ นายไม่ต้องกลัวไปหรอก”
แต่ท่านดยุกกลับขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ “ไม่ว่าแกจะพูดอะไร มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ความกลัวที่มันมีต่อฉันนั้นมันฝังลึกอยู่ในใจ มันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอก”
“ยกตัวอย่างเช่นคนบางคนที่เธอรู้สึกกลัวจนชินไปแล้ว ต่อให้สีหน้าจะดูไม่มีอะไร แต่ในใจของเธอก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี และตอนที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง เธอก็จะรู้สึกกลัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนไม่กล้าต่อต้าน”
“เธอยังไม่ได้เตรียมใจที่จะฆ่าฉันเลย แล้วจะไม่รู้สึกกลัวได้ยังไงล่ะ? ถูกมั้ยยีหยุน?”
สองพยางค์สุดท้ายของท่านดยุกทำให้คนสวมหน้ากากถึงกับสะดุ้ง มีดในมือของเธอหล่นลงกับพื้น
“แคร๊ง!”
ท่านดยุกยิ้มอย่างเหยียดหยามแล้วหันหลังไป จ้องมองยีหยุนที่กำลังสั่นไปทั้งตัว
ส่วนไป๋ยี่เฟยนั้นกลับกำลังทำหน้างง
ในตอนที่ไป๋ยี่เฟยกำลังงงอยู่นั้นเอง คนสวมหน้ากากก็ได้ถอดหน้ากากของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามของเธอ
ไป๋ยี่เฟยเบิ่งตาโตทันที
นี่มันคนแจกไพ่คนสวยที่อยู่ในบ่อนไม่ใช่เหรอ?
ยีหยุนจ้องมองท่านดยุกด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด และพูดด้วยเสียงที่กลับมาเป็นปกติแล้ว “คุณ……รู้ได้ยังไง?”
ท่านดยุกขำออกมาอย่างไม่ชอบใจ “เธอติดตามฉันมานานเท่าไหร่แล้ว? เธอรู้จักฉันมากเท่าไหร่ ฉันก็รู้จักเธอมากเท่านั้น”
“คุณ! คุณหุบปากไปเลย!” สีหน้าที่ซีดเผือดของยีหยุนแดงก่ำขึ้นมา
พอท่านดยุกเห็นแบบนั้นก็ได้ขำออกมาอย่างไม่ชอบใจอีกครั้ง “เธอหักหลังฉัน”
“แต่เธอรู้ดี ว่าฉันก็ยังคงรักเธอเหมือนเดิม”
“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหลายปีมานี้ ฉันทำอะไรเพื่อเธอบ้าง เธอเองก็รู้ ในสำนักยี่เหมินนี้ นอกจากฉันเธอก็คือคนที่มีอำนาจที่สุด”
“แล้วยังมีอะไรที่ทำให้เธอไม่พอใจอีก? ทำไมถึงต้องหักหลังฉันด้วย?”
ท่านดยุกจากที่เย็นชาตอนนี้เริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว
แต่แล้วยีหยุนก็ชูมีดขึ้นมาแล้วตะโกนไปว่า “ไม่ต้องพูดแล้ว! หุบปาก! ไม่ต้องพูดอะไรอีก!”
ระหว่างที่พูดเธอก็แทงมีดไปทางท่านดยุก
ไป๋ยี่เฟยเห็นว่าตอนที่ยีหยุนพุ่งเข้าใส่ท่านดยุกนั้นเธอกำลังหลับตาอยู่
ตอนที่ยีหยุนพุ่งมาถึงข้างหน้าท่านดยุก ทั้งๆ ที่อีกแค่นิดเดียวก็จะแทงโดนตัวท่านดยุกแล้ว แต่เธอก็ชะงักไปแวบหนึ่ง
และในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ยีหยุนก็ได้พลาดโอกาสไป ด้วยเหตุนี้เธอก็ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนอันมหาศาลอีกด้วย
ตอนที่ยีหยุนชะงักนั้นเธอก็ได้ลืมตาขึ้น แล้วก็ได้เห็นท่านดยุกที่อยู่ตรงหน้ากำลังยิ้มเยาะเย้ยเธออยู่
จากนั้น ท่านดยุกก็ซัดฝ่ามือใส่หัวไหล่ของยีหยุน
“ตุบ!”