ตอนที่ 1025
บทที่1025 คุณชายหวัง
October 28, 2026
ไป๋ยี่เฟยได้ยินเช่นนี้ ก็รู้สึกโมโหอยู่บ้าง “คุณช่วยหุบปากให้ผมทีอหากพูดไร้สาระอีก ผมจะโยนคุณลงไป!”
ยีหยุนจึงหุบปากฉับ ไม่กล้าพูดอีก
แม้ว่าเธอกับไป๋ยี่เฟยจะต่างมีฝีมือระดับที่หนึ่งชั้นกลาง แต่ยีหยุนรู้ว่าไป๋ยี่เฟยเคยผ่านสนามจริงมามากกว่าเธอ หากเธอต่อสู้กับไป๋ยี่เฟยขึ้นมาจริง อาจจะสู้ไป๋ยี่เฟยไม่ได้
ครึ่งชั่วโมงให้หลัง พวกเขาก็มาถึงภัตตาคารหมิงย่าน
ตอนที่พวกเขาลงจากรถมาหยุดตรงด้านนอกภัตตาคาร ไป๋ยี่เฟยก็ตกใจ
เพราะว่าโรงแรมของเมืองเทียนเป่ยเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเทียนเป่ย ซึ่งภัตตาคารหมิงย่านก็คือภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเทียนเป่ย
ตอนนี้ในเวลาแบบนี้ ควรจะอัดแน่นไปด้วยผู้คนถึงจะถูก แต่ตอนนี้กลับว่างโล่ง
นอกจากนี้ ที่หน้าประตูของภัตตาคารยังปูพรมแดงเป็นทางยาว ยังมีหญิงสาวต้อนรับแขกแต่งกายในชุดกี่เพ้าสีแดงกำลังยืนเรียงสองแถวอยู่สองฝั่งของพรม
ตรงกลางปากประตูยังมีซุ้มรูปหัวใจตั้งอยู่หนึ่งอัน บนซุ้มยังมีดอกไม้สดและลูกโป่งประดับไว้
การตกแต่งแบบนี้หากไม่รู้ยังนึกว่าที่นี่มีคนกำลังจัดงานแต่งงานอยู่
หลงหลิงหลิงเห็นเช่นนี้ สีหน้าก็ไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง ถามไป๋ยี่เฟยอย่างระมัดระวังว่า “ทำยังไงดีคะ?”
ไป๋ยี่เฟยยิ้มกล่าวว่า “ในเมื่อมาแล้ว ก็เข้าไปดูหน่อยเถอะ”
ด้วยเหตุนี้หลงหลิงหลิงจึงเดินนำหน้า มาหยุดยังหน้าประตูภัตตาคารด้วยความกระวนกระวายใจ
พอถึงหน้าประตู พวกเขาก็ถูกหญิงต้อนรับขวางไว้ จากนั้นก็เผยรอยยิ้มบางอย่างมืออาชีพออกมาแล้วถามว่า “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณหลงหลิงหลิงไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ” หลงหลิงหลิงพยักหน้า
จากนั้นหญิงต้อนรับคนนั้นก็เอียงกายเล็กน้อยค้อมเอวทำท่าทางเชื้อเชิญ
หลงหลิงหลิงเดินเข้าไปด้านใน
แต่ตอนที่ไป๋ยี่เฟยกับยีหยุนเดินตามเข้าไปนั้น กับถูกหญิงต้อนรับขวางไว้
“คุณผู้ชายขออภัยด้วยค่ะ ที่นี่ถูกคุณชายหวังจองไว้หมดแล้ว”
ไป๋ยี่เฟยเห็นเช่นนี้ก็ชี้ไปที่หลงหลิงหลิงแล้วพูดว่า “พวกเรามาด้วยกัน”
“ขอโทษด้วยค่ะ คุณชายหวังบอกไว้ว่าอณุญาตเพียงคุณหลงหลิงหลิงเข้าไปได้คนเดียว” หญิงต้อนรับกล่าวอย่างสุภาพเป็นอย่างมาก
ตอนที่ไป๋ยี่เฟยกำลังถูกขวางไว้หลงหลิงหลิงก็หันกายกลับมานานแล้ว พอได้ยินประโยคนี้ก็รีบพูดทันทีว่า “งั้นฉันไม่ไปแล้ว”
หญิงต้อนรับพลันลำบากใจขึ้นมาทันที
เวลานี้เอง ก็มีเสียงเจือแววเข้มลึกเล็กน้องเสียงหนึ่งดังขึ้น “คุณหลงมาแล้วหรอ!”
ชายหนุ่มหน้าตาค่อนไปทางผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าประตูภัตตาคาร เขามองหลงหลิงหลิงยิ้มได้อย่างเหยียดหยามเป็นอย่างมาก “มาก็มาแล้ว ยังจะไปอีกหรือ?”
หลงหลิงหลิงแค่นเสียงเบาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ให้เข้า ฉันจะมาทำไม?”
ได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ถามอย่างประหลาดใจว่า “ใครกัน? ถึงกับกล้าขวางคุณหลงเชียวเหรอ?”
ยังไม่รอให้คนตอบ เขาก็หันหน้าไปจ้องหญิงต้อนรับคนนั้นแล้วถามว่า “เธอเหรอ?”
หญิงต้อนรับถูกทำให้ตกใจจนตัวสั่น รีบก้มศีรษะอธิบายว่า “ไม่ใช่แบบนี้ค่ะ เมื่อกี้ฉันแค่บอกว่าคุณชายหลงอนุญาตให้คุณหลงเข้าไปได้เพียงคนเดียว......”
“เพี๊ยะ!”
หญิงต้อนรับคนนั้นยังไม่ทันพูดจบ ชายหนุ่มก็สลัดฝ่ามือเข้าหา หญิงต้อนรับจึงล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นทันที
เธอกุมหน้าตัวเองกลัวจนตัวสั่นไปทั่วร่าง และไม่กล้าเอ่ยปากแก้ตัวอีก
หญิงต้อนรับคนอื่นๆ ต่างก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไรอีก
หลงหลิงหลิงเห็นเช่นนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย
ไป๋ยี่เฟยมองชายหนุ่มแฝงแววลึกล้ำ
ยีหยุนก็ลอบกำหมัดแน่นเช่นกัน
ชายหนุ่มรู้สึกว่ายังไม่พอ จึงยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาเตะไปที่ต้นขาของหญิงต้อนรับคนนั้น “นังคนตาไร้แวว คุณหลงเป็นคนที่แกขวางได้เหรอ?”
“โอ๊ย!”
“หลิวเตา!” หลงหลิงหลิงทนไม่ไหวจึงตะคอกออกมา “ไม่ใช่ความผิดของเธอ!”
หลังหลิวเตาเตะอีกทีหนึ่ง ถึงยิ้มกล่าวกับหลงหลิงหลิงว่า “ทำให้คุณหลงขบขันแล้ว”
หลงหลิงหลิงทำสีหน้าเย็นชาไม่พูดจา