ตอนที่ 1031
บทที่1031 ชายชราคนนึง
October 28, 2026
ไป๋ยี่เฟยถามซูต้าหลิวเสียงต่ำ "ตอนนี้ฟ้าสว่างหรือมืด?"
ใบหน้าของซูต้าหลิวเต็มไปด้วยความงุนงง "ตอนนี้คือช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน ฟ้าก็ต้องมืดเป็นธรรมดาอยู่แล้วสิครับ"
ไป๋ยี่เฟยสูดหายใจเข้าลึกๆหนึ่งที แม่งวุ่นวายไปครึ่งวันสุดท้ายตัวเขาเองที่มีปัญหา!
จากนั้นไป๋ยี่เฟยจึงพูดอีกว่า "ไปเปิดประตู!"
ซูต้าหลิวหยิบกุญแจก่อนจะรีบไปเปิดประตูห้องที่ขังบอดี้การ์ดคนดังกล่าวไว้
หลังจากที่ไป๋ยี่เฟยเข้าไปแล้ว พบว่าบอดี้การ์ดกำลังนอนหลับอยู่บนโซฟา เขากำลังมุ่งหน้าเดินเข้าไปหางตาเห็นว่าซูต้าหลิวกำลังจะเปิดไฟ เขาจึงรีบพูดห้าม "อย่าเปิดไฟ"
ซูต้าหลิวตกใจสะดุ้ง ก่อนจะชักมือกลับมา
ไป๋ยี่เฟยเดินไปถึงตรงหน้าบอดี้การ์ดก่อนจะกระชากปกเสื้อเขา แล้วรวดฝ่ามือตบลงบนใบหน้าเขาทีนึง
"เพี๊ยะ!"
บอดี้การ์ดตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บ มองดูไป๋ยี่เฟยที่อยู่ตรงหน้าตัวเองจึงหวาดผงาขึ้นมาอย่างกะทันหัน "แก…..แกจะทำอะไร?"
ไป๋ยี่เฟยตะคอกถามเสียงดัง "แกหลอกฉัน?"
"เปล่า ฉันเปล่า ฉันเปล่า….." บอดี้การ์ดรีบส่ายหน้าก่อนจะรีบอธิบายว่า"ฉันไม่รู้เบื้องหลังที่แท้จริงของตระกูลหวังจริงๆ ฉันโดนคนอื่นข่มขู่ด้วยชีวิตถึงได้เข้าร่วมตระกูลหวัง"
"คุณชายหวังเจียจุ้นแห่งตระกูลหวังพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ฝู้เจียงจริงๆ ฉันบอกทุกอย่างให้แกแล้วฉันไม่ได้หลอกแก"
ไป๋ยี่เฟยพูดอย่างโกรธ "เมืองเทียนเป่ยไม่มีคฤหาสน์ฝู้เจียง!"
"ไม่มีทาง!" บอดี้การ์ดรีบโต้แย้ง "คฤหาสน์ฝู้เจียงอยู่ที่….."
"ยังไม่พูดความจริงอีกใช่มั้ย?"
"เพี๊ยะ!"
ไป๋ยี่เฟยฟาดฝ่ามือตบลงบนใบหน้าบอดี้การ์ดอีกครั้ง
อีกอย่างครั้งนี้หลังจากที่เขาตบเสร็จ เขาไม่ได้หยุดลงเลย แต่เป็นการเก็บแรงตัวเองแล้วตบหน้าบอดี้การ์ดติดต่อกันอยู่หลายนาที
และบอดี้การ์ดคนดังกล่าวถูกตบจนกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น และร้องโอดครวญไปด้วย "ฉันไม่ได้หลอกแกที่ฉันพูดออกไปทั้งหมดเป็นความจริงทั้งนั้น หยุดตีได้แล้ว…..ฉันสาบานเลยว่าฉันไม่ได้โกหกแกจริงๆ ทั้งหมดที่ฉันรู้ก็มีแค่นี้เอง….."ซูต้าหลิวมองดูไป๋ยี่เฟยที่ต่อยตีบอดี้การ์ด เขาก็ตกใจกลัวจนแขนขาสั่นเทา
และหลังจากที่ผ่านไปไม่กี่นาที ไป๋ยี่เฟยก็ได้นั่งลงกะทันหัน
ณ ตอนนี้วินาทีนี้เขาเชื่อแล้วว่าบอดี้การ์ดไม่ได้พูดโกหก
เพราะว่าสิ่งที่เห็นในสายตาของเขาตอนนี้ไม่ใช่ช่วงกลางวัน แต่กลายเป็นกลางคืนแล้ว
แต่เหตุการณ์นี้มันอะไรยังไงกันแน่?
เกี่ยวข้องกับคฤหาสน์ฝู้เจียงหรอ? ถ้าเกิดมีความเกี่ยวข้องกันจริงๆ แล้วทำไมภายในคฤหาสน์ถึงไม่มีคนอยู่เลยแม้แต่คนเดียว?
คำถามพวกนี้ทำให้ไป๋ยี่เฟยรู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นเองเขาก็นึกถึงคนคนนึงขึ้นมาทันที "ซาเฟยหยาง! ซาเฟยหยางต้องรู้แน่นอนว่าเรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!"
จากนั้นไป๋ยี่เฟยจึงไม่ได้สนใจบอดี้การ์ดต่อ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่อยู่ของซาเฟยหยางอย่างเร่งรีบ
ยืนอยู่หน้าประตู ไป๋ยี่เฟยเคาะประตูอยู่นานมากซาเฟยหยางถึงจะตื่นขึ้นมาเปิดประตูให้เขา
ทันทีที่เปิดประตูออก ไป๋ยี่เฟยก็ได้กลิ่นเหล้าที่ฉุนกระจายไปทั่วห้องแต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาไปคิดเรื่องพวกนั้นแล้วและเข้าไปในห้องโดยตรง
แต่ทว่าหลังจากที่ไป๋ยี่เฟยเข้าไปถึงภายในห้องแล้ว เห็นว่าซาเฟยหยางกำลังเปิดไฟอยู่ในใจเขาก็มีเสียงกรึกดังขึ้น
ไป๋ยี่เฟยทำได้แค่พูดอย่างร้อนรนว่า "นายซาตายของผมมีปัญหา"
"ปัญหาอะไร?"
จากนั้นไป๋ยี่เฟยจึงนำเรื่องราวทั้งหมดที่เขาประสบพบเจอในคืนนี้บอกเล่าให้ซาเฟยหยางฟัง
หลังจากที่ซาเฟยหยางได้ยินแบบนี้แล้ว ใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยความตะลึง
และไป๋ยี่เฟยหลังจากที่เห็นสีหน้าที่ตะลึงของซาเฟยหยางแล้วจิตใจเขาก็วูบลง แม้แต่เขายังรู้สึกตะลึง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาก็น่าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน
ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้วพลางถาม "แม้แต่คุณก็ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยหรอครับ?"
"ไม่เคยเลย" ซาเฟยหยางส่ายหน้า
ไป๋ยี่เฟยหมดหนทางทำได้ค่าออกจากที่นี่ เขานั่งอยู่บนรถและคิดเรื่องนี้อยู่นานมาก ไม่ว่าตอนนี้เขาจะเป็นยังไง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือช่วยชีวิตหลงหลิงหลิง
จากนั้นเขาจึงขับรถกลับไปยังคฤหาสน์ฝู้เจียงอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้รีบลงจากรถแต่อย่างใด แต่เป็นการสำรวจอยู่บนรถไปสักพัก