ตอนที่ 1035
บทที่1035 กับดัก
October 28, 2026
ผ่านไปไม่นานนัก จางหัวปินก็ได้ทำการสืบหามาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"มันคือรถเบนซ์สีดำคันนึง หลังจากที่เข้าไปในสวนดอกไม้แล้วก็ไม่เห็นเงาร่างของรถอีกเลย อีกอย่างกล้องวงจรทั้งหมดที่อยู่ภายในก็ถูกปิดลงไปหมดเลยด้วย"
ไป๋ยี่เฟยรีบหักพวงมาลัยรถมุ่งหน้าตรงเข้าไปยังสวนดอกไม้ทันที
สวนดอกไม้คือหมู่บ้านหนึ่งเล็กๆ ซึ่งหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในถนนการค้า ซึ่งทั้งสองข้างของถนนมีร้านค้าอยู่เป็นจำนวนมาก และโรงแรมต่างๆ ฝั่งตรงข้ามของหมู่บ้านนี้ยังมีสวนสาธารณะเล็กๆอีกทีนึงด้วย
ไป๋ยี่เฟยไปถึงสวนดอกไม้อย่างรวดเร็ว แต่เขาไม่รู้ว่าพวกเขากำลังอยู่ในหมู่บ้าน? หรือว่าอยู่ในโรงแรม? หรือจะอยู่ในสวนสาธารณะ?
และในตอนนี้เอง อาหยางที่อยู่เบาะหลังก็ได้สติกลับคืนมา
"แค๊กๆ….."
หลังจากที่ไอไปได้สักพัก เขาค่อยๆลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะเปิดหน้าต่างรถแล้วถมน้ำลายออกไปสองครั้ง
ไป๋ยี่เฟยถามเขาตรงๆเลยว่า "พวกเขาอยู่ที่ไหน?"
อาหยางหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบ "ถ้าฉันบอกว่าพวกเขาอยู่ทางทิศใต้ คุณกล้าเชื่อหรอ?
ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้วลงอย่างกะทันหัน
อาหยางถอนหายใจอย่างกะทันหันก่อนจะพูดว่า "คุณเก่งมากจริงๆ สามารถมองทะลุคาถาของผมได้ และยังสามารถเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นได้อีกด้วย ความสามารถแค่นี้ก็เก่งกาจมากพอแล้ว"
"แต่ผมรู้สึกสงสัยมากๆว่าคุณดูออกได้ยังไง? แม้กระทั่งอาจารย์ของคุณจื่ออีก็ใช่ว่าจะสามารถมองทะลุคาถาของผมได้อย่างง่ายดาย"
ไป๋ยี่เฟยรู้อยู่ว่าถึงแม้ตัวเองจะใจร้อนมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เขาจึงเลือกที่จะหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวน แล้วค่อยๆสูบบุหรี่ในมือ
หลังจากที่พ่นควันบุหรี่ออกมาจากปากทีนึง เขาถึงจะถามขึ้นมาอย่างเรียบนิ่ง "อยู่ในโรงแรมหรอ?"
ไป๋ยี่เฟยจะพิจารณาจากสีหน้าของอาหยางว่าขั้นตอนต่อไปเขาควรจะไปที่ไหนดี
แต่ว่าสีหน้าของอาหยางกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย มากไปกว่านั้นยังมีความรู้สึกดูถูกปนอยู่ด้วยเล็กน้อย "ไม่ต้องเสียแรงเปล่าแล้ว ผมเป็นแค่หมาตัวนึงของตระกูลหวังจริงๆ คนอย่างผมหาเจอได้ง่ายมากในตระกูลหวัง สูญเสียหมาตัวนึงอย่างผมไปสำหรับตระกูลหวังแล้วคือว่าไม่ได้สูญเสียอะไรเลย"
"เพราะฉะนั้นแล้วเป็นญาติมิตรกับตระกูลหวัง มาเป็นเพื่อนร่วมงานกัน มันวินๆทั้งสองฝ่ายเลยไม่ใช่หรอ? จะว่าไปถ้าเกิดคุณจะต่อกรกับตระกูลหวังจริงๆ คาดว่าคงไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรหรอก"
ไป๋ยี่เฟยก็ไม่ได้ฟังคำพูดของเขาอยู่ดี แต่เป็นการพูดขึ้นมาเองว่า "ทางทิศใต้คือสวนสาธารณะ ถ้าจะทำเรื่องแบบนั้นในสถานที่แบบนั้น มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่สะดวกแน่นอน แต่เวลาแบบนี้สถานที่ที่ยิ่งไม่สมเหตุสมผลก็จะยิ่งมีความเป็นไปได้"
อาหยางมองดูท้ายทอยของไป๋ยี่เฟย บนใบหน้ามีรังสีแห่งความดูหมิ่นปรากฏขึ้น ก่อนที่เขาจะพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ "คุณต่อกรกับตระกูลหวังไม่ได้หรอก!"
ทันทีที่เพิ่งพูดจบ ไป๋ยี่เฟยโยนก้นบุหรี่ออกไปอย่างกะทันหัน ก่อนจะเหยียบคันเร่งแล้วพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว
และตัวรถไม่ได้มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือแต่อย่างใด และไม่ได้ไปทางทิศใต้อีกด้วย แต่เป็นการขับตรงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงตึกใหม่แห่งนึงที่สภาพแวดล้อมรอบๆเงียบเหงา
และตึกแห่งนี้คือโรงเรียนอนุบาลที่กำลังก่อสร้างอยู่ สภาพภายนอกเหมือนพึ่งก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ยังไม่ได้เริ่มใช้งาน
สีหน้าของอาหยางก็ได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันในตอนนี้
"คุณไป๋ ผมขอเตือนคุณว่าอย่าเป็นศัตรูกับตระกูลหวังจะดีกว่านะ"
อาหยางเห็นว่าไป๋ยี่เฟยขับรถไปจอดอยู่ตรงหน้าทางเข้าของโรงเรียนอนุบาล บนใบหน้าเขาก็รู้สึกตะลึงเป็นอย่างมาก "ทำไมคุณ…..คุณรู้ได้ยังไง?"
ไป๋ยี่เฟยมองอาหยางผ่านกระจกมองหลังรอบนึง ถอดหูฟังบลูธูทออก ก่อนจะกดเปิดลำโพง
"กล้องวงจรที่ถูกปิดจัดวางอยู่ในบริเวณสี่แยกหลายจุด ทางทิศใต้หนึ่งจุด ทิศเหนือหนึ่งจุด ทิศตะวันออกสองจุด และทิศตะวันตกอีกสามจุด ถ้าคำนวณตามบริเวณเบื้องต้นแล้วล่ะก็ จุดศูนย์กลางของกล้องวงจรที่ถูกปิดอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลสวนดอกไม้"
เสียงของจางหัวปินดังขึ้นมาทางโทรศัพท์
นี่ทำให้อาหยางมึนงงไปเลย
ไป๋ยี่เฟยมองเขาด้วยสายตาที่เยือกเย็น ก่อนจะพูดว่า "ได้ยินหรือยัง? ถึงแม้ว่าวิธีการจัดการของตระกูลหวังจะยอดเยี่ยมมากๆ แต่ว่าอยู่ในเมืองเทียนเป่ย บนอาณาเขตของฉัน ทุกการกระทำของพวกแกไม่มีทางหลุดพ้นไปจากสายตาฉันได้"
"เดิมทีฉันไม่ได้อยากต่อกรกับตระกูลหวังตั้งแต่แรกแล้ว แต่เป็นพวกแกเองที่ล่วงเกินขีดจำกัดของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า และถ้าต้องต่อกรกันขึ้นมาจริงๆ พวกแกยังไม่มีสิทธ์นั้น!"
หลังจากที่พูดจบ ไป๋ยี่เฟยจึงกดวางสายไป ก่อนที่จะเดินลงจากรถอย่างไม่ลังเลใจ
ถัดจากนั้นเขาเดินมาตรงเบาะหลัง แล้วเปิดประตูออก "แกนอนต่ออีกสักพักเถอะ"
"ตึง!"
ไป๋ยี่เฟยชกหมัดขวาลงไป ทำให้อาหยางเป็นลมหมดสติไปอีกครั้ง
หลังจากที่ไป๋ยี่เฟยปิดประตูลงและเขาก็ได้ปีนกำแพงเข้าไป โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น ถ้าจะให้หาห้องนั้นให้เจอภายในเวลาสั้นๆ เขารู้สึกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก
ถึงแม้ตอนนี้ยังเป็นช่วงเวลากลางคืน แต่ว่าในสายตาเขาเป็นช่วงเวลากลางวัน เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็นเลยด้วยซ้ำว่าห้องไหนที่ไฟกำลังเปิดอยู่
ดังนั้นไป๋ยี่เฟยจึงทำได้แค่วิ่งไปดูทีละห้องๆ
แต่หลังจากที่เขาเดินเข้าไปแล้ว ไป๋ยี่เฟยกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเล็กน้อย เพราะว่าที่นี่นิ่งเงียบมาก เงียบจนไม่มีเสียงใดๆเลยแม้แต่น้อย