ตอนที่ 1037
บทที่1037 หายตัว
October 28, 2026
ไป๋ยี่เฟยไม่ได้ตอบคำถามเขา เนื่องจากตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ในสายตาของเขาจากกลางคืนกลายเป็นกลางวัน
เรื่องที่แปลกประหลาดนี้ทำให้เขาไม่สามารถเข้าใจได้ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาคิดเรื่องพวกนี้เช่นกัน
ไป๋ยี่เฟยรีบรีบวิ่งตรงเข้าไปทางหน้าประตูที่อยู่ด้านในสุดของโรงจอดรถ ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกไปผลักประตูออกอย่างเต็มแรง
"แกร๊ก!"
ด้ามจับประตูถูกเขาจับจนแตกหักลงมา
และหลังจากที่ไป๋ยี่เฟยเห็นภาพที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจนแล้ว เขาก็ผงะยืนอยู่กับที่ไปทันที
ด้านหลังของประตูบานนี้คือห้องนอนที่กว้างประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตรงั้นหรอเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งอยู่ภายในห้องหรูหรามาก อีกอย่างตรงกลางสุดของห้องมีเตียงking-sizeวางอยู่ด้วยเตียงนึง อีกฝั่งนึงคือโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ และมีโต๊ะวงกลมและเก้าอี้อีกสองสามใบ
มีหญิงสาวที่เปลือยกายคนนึงกำลังฟุบนอนอยู่บนเตียง
อีกอย่างภายในห้องดังกล่าวก็มีแค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวเท่านั้น
ไป๋ยี่เฟยดึงสติกลับมาก่อนจะเข้าใจขึ้นมาได้ทันที ที่นี่ต้องมีทางออกอื่นแน่นอน และหวังเจียจุ้นได้หลบหนีไปแล้ว
และหญิงสาวที่อยู่บนเตียงคือใครไม่ต้องพูดก็คาดว่าน่าจะรู้
ไป๋ยี่เฟยมองเห็นร่างกายที่เปลือยเปล่าของหลงหลิงหลิง ทำให้เขาเบิกตากว้างขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"หลิงหลิง!"
ไป๋ยี่เฟยพุ่งตรงเข้าไปอย่างเร็ว ยกร่างกายเธอขึ้นและพลิกตัวเธอหันมาในเวลาเดียวกันก่อนจะใช้ผ้านวมบนเตียงมาห่มให้เธอ
"ขอโทษ….." ไป๋ยี่เฟยพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน "ขอโทษ ฉันมาช้า….."
และแล้วเขายังไม่ทันได้พูด เขาก็ได้หยุดชะงักไปก่อน
ถึงแม้หญิงสาวที่ถูกพลิกตัวกลับมาจะสวยงามมากๆ แต่สำหรับเขาแล้วเป็นผู้หญิงที่แปลกหน้ามากคนนึง
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หลงหลิงหลิงเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่ดึงสติกลับมาแล้ว ไป๋ยี่เฟยรู้สึกดีใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หลงหลิงหลิง งั้นก็แสดงว่าบางทีตอนนี้หลงหลิงหลิงอาจจะยังไม่ถูกหวังเจียจุ้นทำร้าย
และในตอนนี้เอง หญิงสาวคนดังกล่าวลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วยื่นมือออกมาจากใต้ผ้านวม และในมือของเธอมีดสั้นอยู่เล่มนึงอีกด้วย ก่อนที่เธอจะไปใช้มีดแทงเข้ามาทางไป๋ยี่เฟยอย่างรวดเร็ว
ภายใต้สถานการณ์ที่ปกติของห้องนี้ ไม่ได้เปิดไฟไว้ น่าจะมืดหมดทั้งห้อง
แต่ทว่าในสายตาของไป๋ยี่เฟยห้องนี้กลับสว่างจ้ามากๆ เพราะฉะนั้นเขาสามารถมองเห็นทุกการกระทำของหญิงสาวได้อย่างชัดเจนมาก ในขณะเดียวกันเขาก็รู้เราว่าตัวเองติดกับแล้ว
ไป๋ยี่เฟยลงมือภายในพริบตา เข้าไปจับข้อมือของหญิงสาวไว้ ก่อนจะออกแรงบีบ
"ฉึก!"
"โอ๊ย!"
ข้อมือของหญิงสาวถูกบีบจนกระดูกแตกหัก ก่อนที่เธอจะกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
"พรึ่บ!
ในวินาทีเดียวกันไฟของห้องดังกล่าวก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน
ไป๋ยี่เฟยรู้สึกตกตะลึง ก่อนจะรีบมองไปตรงทางเข้า
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกได้ล้มลงไปกับพื้นเกือบครึ่ง มีแค่บางส่วนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ และตอนนี้เหลียนยินกำลังยืนอยู่ข้างๆหม้อแปลงไฟฟ้า
วินาทีที่ไฟถูกเปิดออกพวกเขาก็ได้หยุดการกระทำลง ก่อนจะพากันมองมาทางห้องดังกล่าว
ตอนนี้หญิงสาวที่ถูกไป๋ยี่เฟยบีบข้อมือจนกระดูกแตกหัก อัดอั้นความเจ็บปวดไว้พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น "แกหนีไม่รอดแล้ว!"
ผู้คนต่างพากันวิ่งกรูเข้ามา
เหลียนยินก็ได้เดินตามเข้ามาด้วยเช่นกัน เขามองมาทางไป๋ยี่เฟยด้วยสายตาที่เยือกเย็น"แกสามารถมองเห็นในความมืดได้ยังไง?"
ตอนนี้ไป๋ยี่เฟยกำลังถูกกลุ่มคนพวกนี้รุมล้อมไว้อย่างหนาแน่นในห้องดังกล่าว การที่อยากจะหนีออกไปนั้น มันยากซะยิ่งกว่าการบินขึ้นไปบนสวรรค์เสียอีก
ส่วนเหลียนยิน ถึงแม้เขาจะโดนไป๋ยี่เฟยโจมตีจนบาดเจ็บ แต่มันไม่ได้อันตรายถึงชีวิตเขายังไม่ได้สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ นอกจากพวกลูกน้องเหล่านั้นแล้ว แค่เหลียนยินคนเดียวไป๋ยี่เฟยก็ไม่สามารถจัดการได้แล้ว
ไป๋ยี่เฟยขมวดคิ้ว ก่อนจะแย่งมีดสั้นที่อยู่ในมือของหญิงสาวมา แล้วใช้มีดจี้ไปที่คอของเธอ
หญิงสาวพูดอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยว่า "ถึงแม้แกจะฆ่าฉัน แกก็ไม่หนีออกไปไม่ได้หรอก!"
เหลียนยินพูดต่ออีกว่า "เธอพูดถูก วันนี้ไม่ว่ายังไงแกก็หนีไม่รอดแล้ว"
เมื่อเห็นแบบนี้ ไป๋ยี่เฟยสูดหายใจเข้าลึกลึกทีนึง ก่อนจะหลับตาลงแล้วพูดขึ้นมาอีกอย่างช้าๆว่า "เหลียนยิน แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน?"
เหลียนยินขมวดคิ้วลงทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้