ตอนที่ 1039
บทที่1039 ให้ตายยังไงก็ไม่แต่ง
October 28, 2026
"เอี๊ยด!"
"ปัง!"
สุดท้ายก็สายไปอยู่ดี
รถทั้งสองคันต่างโค้งมาด้วยความเร็วสูง ถึงแม้ว่าจะเหยียบเบรคจนสุดแล้วก็ไม่ทันเลยด้วยซ้ำ
ไป๋ยี่เฟยทำได้แค่ใช้พลังอ้านจิ้งทั้งหมดของตัวเองไปปกป้องอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย หลังจากที่รถมอเตอร์ไซค์ได้ชนเข้ากับรถออฟโรดแล้ว ร่างกายของเขาก็ถูกชนจนบินลอยออกไปทันที
ส่วนรถมอเตอร์ไซค์นั้นถูกชนจนเหวี่ยงออกไปไกลหลายเมตร
"ปัง!"
ร่างกายของไป๋ยี่เฟยร่วงลงกับพื้น ก่อนที่จะมีเสียงดังอื้อขึ้นมาในหูสายตาก็ดูไม่ค่อยชัดเจนแล้ว
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ในที่สุดคนขับรถออฟโรดก็ค่อยๆได้สติกลับคืนมา เขาพยายามดิ้นรนดันตัวออกมาจากถุงลมนิรภัย แล้วเดินลงมาสำรวจรถของเขา
ในช่วงจังหวะที่ไป๋ยี่เฟยกำลังโค้งนั้น เขาเอียนตัวให้รถต่ำลง เพราะฉะนั้นสิ่งที่รถออฟโรดชนโดนไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์แต่เป็นร่างกายของไป๋ยี่เฟย
ตอนนี้คนขับรถเห็นแล้วว่ากระโปรงหน้ารถออฟโรดของตัวเองถูกชนจนพังทลายลงมาแล้ว แม้กระทั่งกันชนหน้าก็ถูกชนจนบิดเบี้ยวไม่เป็นรูป
เพราะฉะนั้นคนขับรถจึงหน้าเหวอไปเลย
แม้แต่รถยังถูกชนจนกลายเป็นสภาพนี้เลย ส่วนตัวคนนั้นไม่ต้องพูดก็รู้ได้เลยว่าสภาพจะสาหัสขนาดไหน
ในตอนนี้เอง ไป๋ยี่เฟยที่นอนอยู่บนพื้นกลับลุกขึ้นมานั่งแล้วงั้นหรอ
หลังจากที่ตัวเองเห็นภาพดังกล่าวแล้ว กลับตกใจกลัวจะล้มลงไปกับพื้นทันทีเลย
ไป๋ยี่เฟยนั่งอยู่บนพื้นไปสักพักถึงจะลุกขึ้นยืน เนื่องจากถูกชนโดนรุนแรงมากๆ และรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย หลังจากที่เขาลุกขึ้นยืนแล้ว เขาเดินเซเข้ามาตรงหน้ารถมอเตอร์ไซค์ สภาพดูเหมือนคนเมาเหล้ามากๆ
เขาจับตัวรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมา ก่อนจะขึ้นไปคร่อมบนรถมอเตอร์ไซค์
"บรื้น….."
หลังจากที่เสียงดังกระหึ่มดังขึ้นรอบนึง มอเตอร์ไซค์พุ่งออกไปเร็วดั่งสายฟ้า
เมื่อคนขับรถเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เขาก็ตกใจกลัวจนสิหน้าขาวซีดไปเลย เขาเห็นๆอยู่ว่าบริเวณหมวกกันน็อคและดวงตามีเลือดไหลออกมา คนดังกล่าวกลับขับรถแล้วซิ่งออกไปเลยหรอเนี่ย
คนขับรถค่อยๆหันหน้ากลับไปมองรถออฟโรดของตัวเอง ก่อนจะสะดุ้งสั่นโดยสัญชาตญาณ
…….
"ไป๋ยี่เฟย เป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นไรใช่ไหม?" จางหัวปินเห็นผ่านกล้องวงจรปิดแล้วว่าเขาเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนจะถามอย่างเป็นห่วง
ตอนนี้ไป๋ยี่เฟยยังรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย แต่สติเขายังชัดเจนดีทุกอย่าง จากนั้นเขาจึงส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ผมไม่เป็นไร จับตาดูรถของหวังเจียจุ้นดีๆก็พอแล้วครับ"
"ฉันรู้แล้ว งั้นนายระวังหน่อยนะ" จางหัวปินพูด "ถ้าไม่ไหวจริงๆก็อย่าฝืนตัวเอง ฉันโทรบอกเหล่าเฉินและนายซาให้ตามนายไปแล้ว"
ไป๋ยี่เฟยไม่ได้พูดอะไรต่อ
ตอนนี้ไป๋ยี่เฟยรู้สักทีว่าทำไมหยุนอิงมีความมั่นใจที่กล้าฆ่าจีซือแล้ว
ตระกูลหวังเป็นตระกูลที่ใหญ่โตเมื่อหลายสิบปีก่อน ถึงแม้พวกเขาจะซ่อนเร้นมาโดยตลอด แต่พื้นฐานอำนาจของพวกเขากลับมีเยอะมากๆ ศักยภาพความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่าสี่ตระกูลใหญ่เลย และยังมีความเป็นไปได้สูงมากว่าตระกูลหวังแข็งแกร่งกว่าสี่ตระกูลใหญ่มากๆอีกด้วย
หยุนอิงทำการวางแผนการทั้งหมดนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ตระกูลหวังสามารถสนับสนุนเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจในอนาคตให้สหพันธ์วรยุทธได้ ถึงแม้จะเป็นจีซือเอง คาดว่าก็คงไม่กล้าไปมีปัญหากับลูกสาวของเขาอย่างง่ายๆ
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มีเสียงของจางหัวปินดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"แย่แล้ว! บริเวณทางทิศใต้ของสะพานใหญ่เทียนเป่ย เมื่อออกจากเมืองเทียนเป่ยแล้วแถวนั้นไม่มีกล้องวงจรเลย ตอนนี้พวกเรากำลังมุ่งหน้าตรงไปในทิศทางนั้น ถ้าทันทีที่ออกไปเมื่อไหร่ กล้องวงจรก็จะไม่สามารถจับภาพได้แล้ว"
หลังจากที่ได้ยินคำพูดนี้แล้ว ไป๋ยี่เฟยก็ยิ่งลุกลนมากขึ้น ก่อนจะบิดคันเร่งจนสุด
"บรื้น….."
เขาขับมอเตอร์ไซค์เหมือนเป็นแสงสีขาวที่พุ่งตรงไปด้วยความเร็วแสง
ราวกับว่าภายในสายตาของไป๋ยี่เฟยก็มีแค่แสงสีขาวเท่านั้น
มีแค่แสงสีขาว
……..
"ไป๋ยี่เฟย....."
"ไป๋ยี่เฟย....."
ในหูฟังยังคงมีเสียงของจางหัวปินดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่เสียงกลับยิ่งอยู่ยิ่งเบาลง