ตอนที่ 1040
บทที่1040 หลิวเสี่ยวอิงที่อกแตกตาย
October 28, 2026
หวังเจียจุ้นรู้สึกว่าเหมือนตัวเองโดนเหยียดหยาม
ตอนนี้หลงหลิงหลิงถูกหวังเจียจุ้นกระชากชุดนอนกระโปรงออกหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถูกหวังเจียจุ้นขึ้นคร่อมอยู่ด้านบนร่างกายที่เปลือยเปล่า
แต่ในขณะที่เขากำลังจะประทับจูบลงไปอยู่นั้น ด้านนอกกลับมีเสียงที่ร้อนรนดังขึ้นมาก่อน
"คุณชาย รีบหนี! ไฟไหม้แล้ว!"
หวังเจียจุ้นตกตะลึงอย่างกะทันหัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง "พวกแกแม่งโง่หรือเปล่าวะ? ไฟไหม้ก็รีบไปดับไฟดิ มาแหกปากตะโกนทำห่าอะไร?"
"รีบไปดับไฟเดี๋ยวนี้ ใครกล้ามาขัดฉัน ฉันจะเอาคนนั้นตาย!"
……….
บนแม่น้ำบริเวณสะพานเทียนเป่ยมีเรือกู้ชีพจอดอยู่หลายลำ พวกเขาต่างกำลังค้นหาร่างของไป๋ยี่เฟยอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ในตอนนี้ดูยิ่งใหญ่มาก ทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
นอกเหนือจากผู้คนที่มามุงดูแล้ว ยังมีเหล่าลูกน้องของไป๋ยี่เฟยอีกด้วย
ไม่รู้ว่าค้นหาไปนานเท่าไหร่ ไป๋หู่ขึ้นมาบนบกแล้ว เขาพูดกับจางหัวปินด้วยดวงตาที่แดงเถือก "งมได้แค่รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง"
แต่จางหัวปินกลับเอาแต่กระพริบตาให้ไป๋หู่
ไป๋หู่ผงะไปสักพัก ตอนนี้เขาถึงจะสังเกตเห็นหลี่เสว่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา
เมื่อเฉินห้าวเห็นเช่นนี้จึงรีบเข้าไปปลอบใจหลี่เสว่ "ซ้อครับหาตัวคนไม่เจอเลย แสดงว่าพี่ยังมีลมหายใจอยู่แน่นอนเป็นไปได้ว่าพี่อาจจะลอยตามน้ำไป…..."
เสียงของเขายิ่งพูดยิ่งแผ่วเบาลง เห็นได้ชัดเลยว่าเขาก็มีความมั่นใจเหมือนกัน
จางหัวปินพูดขึ้นมาต่ออีกว่า "ผมจำได้ว่านายซาเคยดูดวงให้ไป๋ยี่เฟยมาก่อน บอกว่าโชคชะตาชีวิตของเขาไม่ใช่คนที่ชีวิตสั้น ในเมื่อเป็นคำพูดของนายซางั้นต้องเป็นสิ่งที่แม่นยำแน่นอน"
อย่างไรก็ตามใบหน้าของหลี่เสว่กลับเรียบนิ่งเป็นอย่างมาก น้ำเสียงก็เรียบนิ่งด้วยเช่นกัน "ฉันไม่เป็นอะไร พวกนายไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ขอบคุณที่พวกนายยอมลำบากนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็ได้ก้มหน้าเงียบกริบลงไป
พวกเขาต่างรู้ดีว่าถึงแม้ภายนอกหลี่เสว่จะดูเรียบนิ่งมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอแบกรับความเจ็บปวดและความรู้สึกไม่สบายใจมากกว่าคนอื่นเสียอีก
ผ่านไปไม่นานนัก หลิวจื่อหยุนและหลี่เฉียงตงก็ได้มาถึง
หลิวจื่อหยุนมองดูหลี่เสว่ที่เรียบนิ่งขนาดนี้ จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดปลอบใจลูกสาวของตัวเองยังไงดี "เสว่เอ๋อ…...ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน….."
………
ตระกูลไป๋ใช้อิทธิพลอำนาจทั้งหมดของเมืองหลวง มุ่งหน้าตรงมายังเมืองเทียนเป่ย
พวกเขาได้ทำการค้นหาทั้งสายแม่น้ำและทุกเมืองที่แม่น้ำไหลผ่าน
แต่ทว่าเวลาผ่านพ้นไปแล้ววันนึง ก็ยังไม่ได้รับบทสรุปใดๆเลย
เบื้องบนไม่มีคำสั่งให้หยุดค้นหาจึงไม่มีคนใกล้หยุดค้นหา พวกเขากำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานใหญ่ของเฟยเสว่กรุ๊ป ไป๋หยุนเผิงกับหลี่เฉียงตงและรวมไปถึงคนอื่นต่างมารวมตัวกันอยู่ในห้องประชุม
นอกจากพวกเขาแล้ว เจ้าบ้านตระกูลเย่ เย่เจี่ยเจ้าบ้านตระกูลหลิน หลินขวางก็ได้มาถึงเมืองเทียนเป่ยด้วยเช่นกัน
ตอนนี้ไป๋หยุนเผิงโกรธเป็นอย่างมาก เขาตบโต๊ะแล้วพูดด้วยดวงตาที่แดงเถือก "ไม่ว่าประวัติความเป็นมาของตระกูลหวังจะเป็นยังไง กล้ามาแตะต้องลูกชายฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่นอน!"
เย่เจี่ยรีบพูดต่ออีกว่า "ประธานไป๋ ตระกูลเย่ของเราจะร่วมต่อกรตระกูลหวังนั่นพร้อมกันกับตระกูลไป๋เอง!"
หลินขวางก็พูดเหมือนกันว่า "ตระกูลหลินด้วย ไป๋ยี่เฟยคือเพื่อนของผม ผมก็ไม่มีทางปล่อยให้คนที่มารังแกข่มเหงเพื่อนผมรอดไปได้แน่นอน!"
"ดี!" ไป๋หยุนเผิงพยักหน้าก่อนจะพูดว่า "เรื่องนี้ผมจำไว้แล้ว ขอยังไม่พูดคำเกรงใจอะไรต่อทุกท่านก่อนนะครับ"
ถัดจากนั้น เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรหาหัวหน้างานของตระกูลไป๋ทันที "ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป รวบรวมผลตอบแทนทั้งหมดของกองทุนของบริษัทและกรุ๊ปทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ตระกูลไป๋ เพื่อจัดการตระกูลหวัง"
เย่เจี่ยที่เห็นเช่นนี้ จึงโทรกลับไปยังตระกูลเย่ด้วยเช่นกัน "ตอนนี้ให้รวบรวมลตอบแทนทั้งหมดของกองทุนของบริษัทและกรุ๊ปทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ตระกูลเย่ เพื่อจัดการตระกูลหวัง"
หลินขวางก็ได้ทำเหมือนคนอื่นๆเช่นกัน
หวังโหลวก็ได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ตอนนี้เมื่อเห็นว่าสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงร่วมมือกันเพื่อจัดการตระกูลหวัง เขาก็ทั้งรู้สึกกังวลทั้งรู้สึกดีใจ
สิ่งที่กังวลคือตอนนี้เขายังหาตัวไป๋ยี่เฟยไม่เจอ ส่วนที่รู้ดีใจก็เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นถึงศักยภาพความสามารถที่แท้จริงของตระกูลใหญ่เองกับตา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เฟยเสว่กรุ๊ปพัฒนาขึ้นมาได้ไม่เลวเลย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสามตระกูลใหญ่นี้แล้ว ก็เท่ากับปลาเล็กเจอปลาใหญ่ชัดๆ
ภายใต้แต่ละตระกูลของพวกเขามีกรุ๊ปและบริษัทย่อยหลายสิบหรือหลายร้อยกรุ๊ปและบริษัท และภายใต้เฟยเสวกรุ๊ปมีแค่สามกรุ๊ปและสิบกว่าบริษัทเท่านั้น
เพราะฉะนั้นจึงสามารถจินตนาการได้เลยว่า ถ้ารวบรวมเงินทุนทั้งหมดของสามตระกูลใหญ่เข้าด้วยกัน จะเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมากขนาดไหน