ตอนที่ 676
บทที่676
October 28, 2026
บทที่676
“เขาใช้วิชาเสริมพลังอ้านจิ้ง” ซาเฟยหยางพูดออกมาอย่างเรียบเฉย
ไป๋ยี่เฟยไม่เข้าใจ “วิชาเสริมพลังอ้านจิ้งคืออะไรเหรอครับ?”
“มันเป็นเทคนิดแบบหนึ่ง ที่สามารถเสริมพลังให้เราได้ คล้ายๆ กำลังภายใน แต่ในโลกนี้คนที่รู้จักวิชาเสริมพลังอ้าทิชชูนั้นน้อยมาก ถ้าผมฆ่าเขาไปมันก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก”
ไป๋ยี่เฟย “……”
“ผู้อาวุโส นั่นมันศัตรูนะครับ” ไป๋ยี่เฟยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
ซาเฟยหยางแค่ตอบมาอย่างเรียบๆ คำเดียวว่า “ไม่ต้องห่วง เขาสร้างปัญหาได้ไม่มากหรอก”
เมื่อไป๋ยี่เฟยเห็นอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ซาเฟยหยางก็กำลังช่วยเขาแล้ว เขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ?
แต่ว่า……
“ดูจากท่าทางแล้วผู้อาวุโสน่าจะใช้วิชาเสริมพลังอ้านจิ้งเหมือนกัน ผู้อาวุโสช่วยสอนผมหน่อยได้มั้ยครับ?”
แต่ซาเฟยหยางกลับส่ายหน้า “ไม่ได้”
ไป๋ยี่เฟยไม่เข้าใจ “ทำไมครับ?”
ซาเฟยหยางตอบ “อายุมากเกินไป มันไม่เหมาะแล้ว”
ไป๋ยี่เฟย “……”
หลังกลับเข้ามาในรถ หลงหลิงหลิงก็ยื่นกระดาษทิชชูให้ไป๋ยี่เฟย ไป๋ยี่เฟยรับไปเช็ดคราบเลือดบนมือ พอโยนทิชชูทิ้งก็ตั้งใจจะออกเดินทางต่อ
แต่เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ แล้วหันไปพูดกับฟางหยันที่กำลังหวาดผวาอยู่ “คุณฟางครับ ไหนคุณบอกว่าจะลงจากรถแล้วไม่ไปกับเราต่อกับเราไม่ใช่เหรอครับ? ตอนนี้คุณสามารถลงไปได้แล้วครับ”
ฟางหยันหันไปมองศพที่นอนเกลื่อนนอกรถ แล้วกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ จากนั้นก็ส่ายหน้า “ที่นี่มันค่อนข้างกันดาร ฉันไม่ลง”
ไป๋ยี่เฟยชี้ไปทางด้านหลังของโรงงาน “ทางนั้นเป็นหมู่บ้าน”
ฟางหยันส่ายหน้า “ฉันไม่เชื่อ!”
เมื่อกี้เธอเห็นเต็มสองตาว่ามีคนถูกปล่อยไปคนหนึ่ง ถ้าเธอไปลงรถตรงนั้น แล้วเกิดชายคนนั้นกลับมาเจอเธอเข้าจะทำยังไง?
ถึงตอนนั้นถูกหาว่าเป็นพวกเดียวกับไป๋ยี่เฟย แบบนี้เธอก็ถูกฆ่าสิ เธอไม่มีทางลงจากรถเด็ดขาด!
พอไป๋ยี่เฟยเห็นอย่างนั้น เขาก็ไม่อยากพูดต่อ แล้วเขาก็ขับรถออกไป
ครั้งนี้เขาไม่ได้ขับไปที่เมืองหลวงโดยตรง แต่เขาใช้เส้นทางที่ไกลกว่า ขับอ้อมไปกว่าสามอำเภอ
ระหว่างทาง ฟางหยันที่ตั้งสติได้ก็ถามหลงหลิงหลิงไปอีกครั้งว่า “ตกลงพวกคุณเป็นใครกันแน่คะ?”
หลงหลิงหลิงตอบไปแค่ว่า “คนดีค่ะ”
เห็นได้ชัดว่าฟางหยันไม่เชื่อ คนดีที่ไหนเขาเอามีดไปทะเลาะไล่ฟันกันแบบนี้? แถมยังฆ่าคนตายเป็นเบือ คิดว่าเธอตาบอดรึไง?
แต่การได้เห็นคนๆ เดียวสามารถล้มคนได้ตั้งเจ็ดแปดคนนั้น มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ สถานการณ์แบบนั้นมันสะใจยิ่งกว่าในหนังซะอีก มันเป็นการสู้กันด้วยอาวุธจริงๆ เลยนะ!
แต่มันก็แค่ทำให้สายตาที่เธอมองไป๋ยี่เฟยเปลี่ยนไปเท่านั้น มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกชอบไป๋ยี่เฟยเลยสักนิด ที่สำคัญเธอคิดว่าพวกไป๋ยี่เฟยค่อนข้างต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ
ส่วนด้านฐานะก็ไม่เหมาะสมเลยสักนิด
พวกเขาดูเหมือนพวกที่มักจะมีแต่เรื่องทะเลาะวิวาท คนแบบนี้ก็มักจะเป็นพวกจิ๊กโก๋ ใช้ชีวิตอยู่ใต้ดิน คนแบบนี้ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วยจะดีที่สุด
พอถึงเมืองหลวง เธอจะรีบสลัดพวกเขาทิ้ง ถ้าพวกเขาต้องการเบอร์ของเธอ เธอก็จะบอกเบอร์มั่วๆ ไป
แต่ฟางหยันคิดมากไป
พอมาถึงย่านการค้าแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ไป๋ยี่เฟยไม่ได้หันหลังกลับมาเลยด้วยซ้ำ เขาแค่ออกมาเฉยๆ ว่า “ลงไปแล้วทำเหมือนเราไม่เคยเจอกันมาก่อน”
พอฟางหยันได้ยินอย่างนั้นก็อึ้งไปเลย เธอถูกผู้คนรายล้อมมาโดยตลอด จู่ๆ มาถูกมองข้ามแบบนี้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบใจซะเลย จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามไปว่า “คุณไม่อยากได้ลายเซ็นของฉันเหรอ?”
ไป๋ยี่เฟยตอบไปอย่างเรียบเฉยว่า “ผมไม่บ้าดาราครับ”
ฟางหยันฟังจบก็ทำเสียงฮึดฮัด จากนั้นก็ลงจากรถไป
แต่หลังจากที่เธอลงจากรถได้แปบเดียว ก็มีคนจำเธอได้แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าเธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก
มีวัยรุ่นสองคนเธอผ่านเธอไป จากนั้นก็ชะงัก
“คุณ คือฟางหยันใช่มั้ยคะ?”
“ใช่จริงๆ ด้วย! อ้า! พวกเราขอลายเซ็นหน่อยได้มั้ยคะ?”