ตอนที่ 677
บทที่677รีบไปรายงานก่อน
October 28, 2026
บทที่677รีบไปรายงานก่อน
การที่เขาพูดแบบนั้น แสดงว่าสิบว่าปีก่อนเขาเคยมาที่สหพันธ์ธุรกิจเมืองหลวงแล้วเหรอ?
ถ้าเป็นแบบนั้น เมื่อก่อนเขาเป็นอะไรกับสหพันธ์กันแน่? ที่สำคัญ สิบกว่าปีที่ผ่านมา สหพันธ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยรึไง?
พวกเขานั่งลิฟต์ขึ้นไปจนถึงชั้นสิบห้า หญิงสาวคนนั้นพาพวกเขามาถึงที่โซนพักผ่อน แล้วบอกกับพวกเขาว่า “กรุณารอสักครู่ ฉันขอไปรายงานก่อนนะคะ”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้า “อย่าบอกว่าผมมานะครับ บอกแค่ว่ามีคนมาหาก็พอ”
หญิงสาวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ได้ค่ะ”
พูดจบ หญิงสาวก็เดินเข้าห้องทำงานไป
ไป๋ยี่เฟยรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที อีกเดี๋ยวก็จะได้เจอหลี่เสว่แล้ว จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไง
พวกเขาแยกจากกันมาสักพักแล้ว คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว
พอซาเฟยหยางเห็นไป๋ยี่เฟยที่ทำท่าตื่นเต้น ก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณดูไม่ปกติเลยนะครับ”
ไป๋ยี่เฟยชะงักไป แล้วมองซาเฟยหยางด้วยสายตาที่สงสัย
“ผมไม่เคยเห็นคุณตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน” ซาเฟยหยางพูดออกมาอย่างเรียบเฉย
พอไป๋ยี่เฟยได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างเขินๆ “ผมตื่นเต้นไปหน่อย น่าขายหน้าจัง”
ทันใดนั้น หญิงสาวที่เพิ่งเข้าไปในห้องทำงานก็ได้ออกมา เธอเดินมาหาทั้งคู่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “รองประธานกำลังประชุมอยู่ค่ะ ช่วยรอก่อนนะคะ”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้า “ครับ ขอบคุณ”
……
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ประตูห้องทำงานของหลี่เสว่ก็เปิดออกอีกครั้ง
โจวฉวี่เอ๋อเดินออกมาจากข้างใน เธอรับสายพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่รำคาญว่า “คุณเลิกโทรหาฉันสักทีได้มั้ย? ฉันบอกไปแล้วว่าไม่ชอบคุณก็คือไม่ชอบไง?”
“ฉันยุ่งมาก ฉันไม่ไป แค่นี้ อย่าโทรมาอีกนะ”
พูดจบเธอก็วางสาย แล้วบ่นเบาๆ ว่า “น่ารำคาญเป็นบ้า ทำไมถึงมาคนที่น่ารำคาญได้ขนาดนี้นะ?”
พูดไปก็เตรียมจะเข้าไปในห้องอีกรอบ
แต่ตอนที่จะเปิดประตูเข้าไป ขาของเธอก็ต้องหยุดชะงักลง แล้วค่อยๆ หันหน้ามา จากนั้นก็เห็นไป๋ยี่เฟยกับผู้ชายอีกคนที่ไม่รู้จักกำลังเดินเข้ามา
โจวฉวี่เอ๋อทำตาโตทันที เธอตกใจมาก “ไป๋ยี่เฟย! คุณมาได้ยังไงเนี่ย?”
โจวฉวี่เอ๋อในตอนนี้ดูดีมีราศีมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย อาจจะเป็นเพราะอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นก็ได้ ออร่าที่ส่งออกมาจึงเปลี่ยนตามไปด้วย
ไป๋ยี่เฟยพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่พบกันนานเลยนะครับ”
ไป๋ยี่เฟยพูดอย่างลำบากใจว่า “เธอใกล้ประชุมเสร็จรึยังครับ?”
โจวฉวี่เอ๋อตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่มีอะไรค่ะ เสว่เอ๋อแค่แจกแจงงานอยู่เท่านั้น ไม่ใช่การประชุมที่สำคัญอะไร ถ้ารู้ว่าคุณมาหาเธอต้องดีใจมากแน่ๆ”
ไป๋ยี่เฟยกลับพูดไปว่า “ไม่เป็นไรครับ รอเธอประชุมเสร็จก่อนก็ได้”
โจวฉวี่เอ๋อชะงักไป จากนั้นก็พยักหน้า “ก็ได้ค่ะ”
ไป๋ยี่เฟยมาเมืองหลวงครั้งนี้ตั้งใจจะมาคุยกับหลี่เสว่อย่างจริงจังสักหน่อย เขาอยากให้หลี่เสว่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะอยู่ทำงานที่เมืองหลวงต่อ ส่วนเขาก็ตั้งใจจะปล่อยเฟยเสว่กรุ๊ปไป แล้วพาน้องสาวของเขาไปอยู่ในสถานที่ที่แยกออกไป เพื่อใช้ชีวิตที่สงบสุขของตัวเอง
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น เขารู้สึกว่า ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ได้ไป เรื่องที่ควรทำก็ควรต้องทำอยู่ดี
ที่เขาพูดว่าถ้าไม่ใช่งานของตัวเองก็ไม่มีทางเข้าใจงานนั้นอยู่แล้ว มันเป็นแบบนี้แหละแล้วโจวฉวี่เอ๋อก็นั่งลงพูดคุยไป๋ยี่เฟยต่อ ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ในที่สุดการประชุมก็เลิกสักที
มีคนมากมายเดินออกมาจากห้อง หลี่เสว่เป็นคนสุดท้ายที่ออกมา
แต่ข้างหลังของหลี่เสว่ยังมีชายที่ใส่สูทดำอีกคนเดินตามออกมาด้วย ชายคนนั้นหน้าตาก็ถือว่าไม่เลว
ระหว่างที่เดินออกมาเขายังพูดกับหลี่เสว่ว่า “เสว่เอ๋อ มีร้านอาหารเปิดใหม่ร้านหนึ่ง ที่นั่นมีอาหารที่ขึ้นชื่อหลายอย่างเลย เราไปชิมกันครับ”
หลี่เสว่ขมวดคิ้ว แล้วตอบไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยว่า “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ว่าง”
ชายใส่สูทยังไม่ยอมล่าถอย แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไปทานอาหารแค่แปบเดียวเอง ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ไม่ควรอดข้าวหรอกใช่มั้ยครับ?”
หลี่เสว่ตั้งใจจะปฏิเสธต่อ แต่พอหันมาก็พบกับไป๋ยี่เฟยเข้า จากนั้นเธอก็ยื่นอึ้งอยู่กับที่
ชายใส่สูทเห็นว่าหลี่เสว่ไม่พูดอะไร จึงพูดต่อว่า “คุณไม่ปฏิเสธ ผมจะถือว่าคุณตกลงนะครับ!”