ตอนที่ 679
บทที่679 ทำอะไรน่ะ
October 28, 2026
บทที่679ทำอะไรน่ะ
หลิวเสี่ยวอิงจับจ้องมาที่ทั้งคู่ด้วยสายตาที่สงสัยและดูประหลาดมาก
พอไป๋ยี่เฟยเห็นอย่างนั้นก็รีบพูดไปว่า “ไป ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”
……
ไป๋ยี่เฟยได้จองห้องวีไอพีของภัตตาคารสุดหรูที่อยู่ไม่ไกลจากตึกของสหพันธ์ธุรกิจเมืองหลวง
หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้ว ไป๋ยี่เฟยก็นึกถึงชายใส่สูทคนนั้น เขาจึงทำแสร้งถามไปว่า “จริงสิ ตอนที่เจอคุณ ผู้ชายคนนั้นเขาทำอะไรเหรอครับ?”
ไป๋ยี่เฟยไม่ได้โง่ เขารู้ว่าชายคนนั้นกำลังจ้องคนรักของเขาอยู่ ถึงเขาจะเชื่อใจหลี่เสว่ แต่ก็ต้องถามให้แน่ใจ
หลี่เสว่ยังไม่ทันได้ตอบ โจวฉวี่เอ๋อก็ชิงพูดขึ้นก่อน “เขาเป็นพนักงานคนหนึ่ง ชื่อซุนเหา พ่อของเขาก็เป็นรองประธานเหมือนกัน”
“ในแวดวงของทางสหพันธ์ธุรกิจนั้นเขาค่อนข้างกว้างขวางอยู่ บวกกับพ่อเขาที่เป็นรองประธาน เลยทำให้เขาไม่ค่อยให้เกียรติพวกนักธุรกิจสักเท่าไหร่”
“อืม จริงด้วย เขายังสนใจในตัวหลี่เสว่ด้วย คุณต้องระวังเรื่องนี้หน่อยนะ!”
หลี่เสว่ถลึงตาใส่โจวฉวี่เอ๋อ ค่อยหันมาพูดกับไป๋ยี่เฟยว่า “อย่าไปฟังที่เธอพูดเลยค่ะ คนที่ทำงานโดยอาศัยบารมีของพ่อนั้นฉันไม่ค่อยสนใจหรอกค่ะ”
ไป๋ยี่เฟยพยักหน้า “ยังไงต่อไปก็ไม่ได้เจอแล้ว”
พอโจวฉวี่เอ๋อได้ยินอย่างนั้น เธอก็ตกใจทันที “ไม่จริงใช่มั้ย? คุณไม่ได้จะฆ่าเขาทิ้งใช่มั้ยคะ?”
ไป๋ยี่เฟย “……”
ไม่รู้ทำไม ในสายตาของโจวฉวี่เอ่อเขาได้กลายเป็นปีศาจที่เห็นใครขัดหูขัดตาก็จะฆ่าทิ้งหมดเลย
“ผมไม่ใช่คนที่เห็นใครก็ฆ่าสักหน่อย” ไป๋ยี่เฟยตัดพ้อ
โจวฉวี่เอ๋อยิ้มแหะๆ “แหม๋ๆ มันก็ไม่ต่างกันหรอก!”
โจวฉวี่เอ๋อตอนนี้สามารถก้าวออกจากความทุกข์เรื่องฉินหัวได้แล้ว เธอไม่ได้เอาแต่ดูแลฉินหัวอยู่ในโรงพยาบาลแล้วเพราะเธอรู้ดีว่าฉินหัวไม่อยากเห็นเป็นแบบนั้น ด้วยเหตุนี้เธอจึงเลือกที่จะติดตามหลี่เสว่มาด้วย
ไป๋ยี่เฟยกับหลี่เสว่ต่างก็ได้ยิ้มออกมา จากนั้นไป๋ยี่เฟยก็พูดขึ้นว่า “ผมกับหลี่เสว่เราได้ตกลงกันแล้ว ว่าเราจะถอนตัวตั้งแต่ตอนนี้”
“ว่าไงนะ?”
หลิวเสี่ยวอิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจไม่ต่างกัน เธอเบิ่งตาจ้องไปยังคนทั้งสอง “นี่พวกคุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย?”
ไป๋ยี่เฟยได้เล่าเรื่องที่เขาพูดกับหลี่เสว่ให้พวกเธอฟังแบบคร่าวๆ
โจวฉวี่เอ๋อกับหลิวเสี่ยวอิงนิ่งเงียบไม่พูด
ภายในห้องเงียบลงไปมาก จากนั้นโจวฉวี่เอ๋อก็ค่อยๆ พูดออกมาว่า “ความจริงมันก็ไม่เลวนะ”
หลิวเสี่ยวอิงก็พูดสนับสนุน “มันก็ดีจริงๆ นั่นแหละ”
พอเห็นพวกเธอเห็นด้วย ไป๋ยี่เฟยกับหลี่เสว่ก็โล่งอกไปมาก
แต่จู่ๆ มือถือของโจวฉวี่เอ๋อก็ดังขึ้น โจวฉวี่เอ๋อเอามือถือออกมาแล้วเดินออกจากห้องไป
“ฮัลโหล?”
ภายในห้องวีไอพี ไป๋ยี่เฟยได้หันไปถามหลี่เสว่ว่า “มีคนกำลังตามจีบฉวี่เอ๋ออยู่ใช่มั้ยครับ?”
“ไม่รู้เหมือนกันนะคะ! ไม่มีมั่ง?” หลี่เสว่รู้สึกแปลกใจมาก “ทำไมจู่ๆ คุณถึงถามแบบนั้นล่ะคะ?”
ไป๋ยี่เฟยเอาแต่ขำ แล้วก็ส่ายหน้า
ตอนที่หลี่เสว่กำลังประชุมอยู่แล้วไป๋ยี่เฟยก็ได้รอเธออยู่ข้างนอก โจวฉวี่เอ๋อได้เดินออกมารับสายที่โถงทางเดิน เขาได้ยินเธอพูดถึงเรื่องที่ไม่ต้องโทรมาเกี่ยวกับเรื่องกินข้าวหรืออะไรนี่แหละ
……
พอกินอาหารเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว
พวกเขาจึงนั่งรถไปเยี่ยมหลงหลิงหลิงที่โรงพยาบาล
แต่ตอนที่ไปถึงโรงพยาบาลนั้น แท็กซี่ที่พวกเขานั่งมาก็เกือบชนกับรถคาดิลแลคคันหนึ่งเข้า ทำเอาคนขับตกใจจนอกสั่นขวัญหาย
ความจริงตอนแรกก็ไม่ใช่ความผิดของคนขับแท็กซี่ แต่จู่ๆ คาดิลแลคคันนั้นก็เปลี่ยนเลน จนเขาต้องเบรกกะทันหันและเกือบชนกับรถคันนั้น
แต่เจ้าของรถคาดิลแลคกลับไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป
คนที่ลงมาจากรถคือชายผมยาวคนหนึ่ง พอพุ่งมาถึงก็เคาะกระจกของแท็กซี่ทันที แต่พอเห็นชายคนนี้เข้า พวกไป๋ยี่เฟยก็พากันอึ้งไปเลย
เขาเป็นคนที่มีหน้าตาเหมือนฉินหัว คนที่ชื่อว่าฉินซานนั่นเอง