ตอนที่ 828
บทที่828 ทำท่าทางดัดจริต
October 28, 2026
“หรือว่าไม่ใช่เหรอ?” ล่ายเคอ พูดเสียงเย็นชา “ทำไม? พวกคุณจึงชอบรนหาที่ตาย?”
ชายวัยกลางคนส่ายศีรษะพูดขึ้นเบา ๆว่า: “ในเมื่อพวกเรากล้าที่จะลงมือ แน่นอนต้องเตรียมการไว้พร้อมแล้ว”
“งั้นคุณลองพูดมาดูสิ พวกคุณวางแผนจะทำยังไง?” ล่ายเคอ ถามกลับด้วยท่าทีสนใจ
หลังจากเขาพูดจบ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นขึ้น
“ตึ่ง!”
หัวลู่หยางฟาดกับโต๊ะ สลบไปในทันที
จากนั้นลู่เหมียวเหมียวก็หมดสติตามมาด้วยอีกคน หน้าฟุ๊บอยู่บนโต๊ะ
ล่ายเคอ รีบตอบสนองกลับทันที “เชี่ย! พวกแกวางยาพิษ!”
เขาเริ่มขยับตัว ก็รู้สึกว่าร่างกายมีบางอย่างผิดปกติ เหงื่อออกและไร้เรี่ยวแรง สายตาพร่ามัว
ชายวัยกลางคนเห็นสภาพเช่นนี้ หัวเราะเสียงดังด้วยท่าทีย่ามใจ “ใช่แล้ว รู้ดีว่าพวกเราสู้แกไม่ได้ แน่นอนต้องวางยาพิษ แกคิดว่าพวกเราจะโง่เหมือนแกเหรอ กล้าที่จะต่อกรโดยที่ไม่ดูกำลังตัวเองบ้าง!”
“ขอบอกกับพวกแกตามตรง พิษนี้ค่อนข้างรุนแรง รับรองว่าพวกแกจะหลับไปสามวันสามคืน!”
“ถึงเวลานั้น แกคงจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
หลังสิ้นสุดคำพูดของเขา ไป๋ยี่เฟย ก็ยืนขึ้นมา พูดด้วยน้ำเสียงจนหนทางว่า: “มีคน ต้องการรนหาที่ตาย ฉันก็จนปัญญา”
ได้ยินคำพูดนี้ คนในเหตุการณ์ต่างก็ตกใจเล็กน้อย
จากนั้นชายวัยกลางคน ยิ้มเยาะขึ้นและพูดว่า “เด็กน้อย ถึงตอนนี้แล้ว ยังกล้าที่จะดัดจริตอีกเหรอ มีความจำเป็นด้วยเหรอ?”
“อาหารเหล่านี้ พวกเราเห็นแกกินกับตา แกก็ต้องถูกพิษเช่นกัน หากแกไม่ถูกพิษ แล้วจะยังไง?”
“นายท่านเต้าจ่าง บอกว่าในจำนวนพวกแกไม่กี่คน มีคนหนึ่งที่เป็นยอดฝีมือระดับที่สอง ส่วนคนอื่นนั้นไม่ได้พูดถึง แน่นอนว่า แกคงจะไม่มีกำลังอะไรมากมายนัก พวกเรามีคนมากกว่า คิดว่าเราจะกลัวแกเหรอ?”
ไป๋ยี่เฟย ได้ยินคำพูดนี้ ก็เข้าใจได้ทันที เต้าจ่าง ตั้งใจที่จะปิดบังความสามารถของตนเอง เพื่อให้ตนเองกับหมายเลขสาม ไปเป็นศัตรูกับตระกูลจ้าว
อีกทั้งอาหารเหล่านี้ เขาก็กินเข้าไปเช่นกัน ......
มองดูคนพวกนี้พูดขึ้นเบา ๆว่า: “พวกแกทั้งหมด ฟังคำพูดของฉันไว้ให้ดีๆ รีบมุ่งหน้าไปที่หลันเต่า ฉันก็ถือเสียว่า เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
พูดจบ เสียงหัวเราะดังสนั่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า......”
“ฟังน้ำเสียงนี้ คงจะไม่คิดว่าพวกเราจะตกใจกลัวนะ!”
“ใช่! น่าตกใจกลัวมากจังเลยนะ?”
“ใจกล้าไม่เบาเลยนะ!”
ต่อมา ในเวลานั้นเอง
เส้นผมของไป๋ยี่เฟยจู่ ๆก็เปลี่ยนเป็นสีขาว ดวงตาทั้งสองก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างช้า ๆ
เมื่อเห็นไป๋ยี่เฟยเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเช่นนี้ เสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น ก็เริ่มที่จะนิ่งไปในทันที จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึง ชี้ไปที่ไป๋ยี่เฟยจนแต่ละคนพูดไม่เป็นประโยค
ชายวัยกลางคนเบิกสองตาโพลง จ้องมองไป๋ยี่เฟยด้วยสีหน้าตกตะลึง “แก! นี่แก! แกเป็นเชี่ยอะไรเนี่ย? ถูกพิษไม่เป็นถึงขนาดนี้?”
คนอื่นได้ยินคำพูดเหมือนจะเข้าใจ แต่มีบางคนยังรู้สึกว่าผิดปกติ
“อย่างนี้...... ไม่เหมือนกับถูกผิดนะ?”
หลังจากนั้น ความจริงก็ได้บอกกับพวกเขาว่าครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น
เห็นแต่เพียงไป๋ยี่เฟย ก้มตัวลง ส่งเสียงดัง “อ๊าก” ขย้อนอาหารที่กินเมื่อครู่ออกจนหมด
ทุกคนต่างก็มองตาค้าง
หลังจากที่ไป๋ยี่เฟย อ๊วกอาหารออกมาจนหมด ใช้กระดาษที่อยู่บนโต๊ะอาหารเช็ดปาก จากนั้นพูดเบาๆว่า: “ฉันชื่อไป๋ยี่เฟย”
“อ๋า?” ชายวัยกลางคนสะดุ้งเล็กน้อยและขมวดคิ้ว เป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างมาก เหมือนได้ยินใครพูดจากที่ไหน
ไป๋ยี่เฟย ยังพูดต่ออีกว่า: “ฉันเคยฆ่ามาแล้วคนหนึ่ง มีชื่อว่าจ้าวเทียน”
สิ้นเสียงคำพูด ชายวัยกลางคน เบิกตาทั้งสอง ตัวสั่นเทามือชี้หน้าไป๋ยี่เฟย
ส่วนคนที่เหลือ ก็ตกใจกลัว
มิน่าล่ะ ชื่อนี้คุ้นหูมาก