ตอนที่ 902
บทที่902 เล่นละครต้องสมจริง
October 28, 2026
เวลานี้ จู่ๆ เจิ้งซงก็ถามขึ้นมาว่า “เขาชื่ออะไร?”
เพิ่งจะสิ้นคำพูด เจิ้งหยู่ยานก็นิ่งไปทันที แม้แต่ไป๋ยี่เฟยก็นิ่งไปด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่ต้นจนจบเจิ้งหยู่ยานไม่เคยถามชื่อไป๋ยี่เฟยมาก่อน ไป๋ยี่เฟยเองก็ไม่ได้เป็นฝ่ายบอก
เจิ้งหยู่ยานเอ่ยปากอย่างลังเลว่า “เขาชื่อ......”
ไป๋ยี่เฟยชิงพูดออกมาเองก่อนว่า “ผมชื่อสวีลั่งครับ”
หลังพูดจบ ไป๋ยี่เฟยก็ขมวดคิ้ว
อันที่จริงตอนที่เริ่มเข้าประตูมา ไป๋ยี่เฟยก็สังเกตเห็นว่าเจิ้งซงไม่ได้เป็นคนมีวรยุทธ และภายในห้องก็ไม่มีกลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธใดๆ
แสดงว่าไม่มีคนของสำนักหนานเหมินอยู่แถวนี้ นี่จึงทำให้ไป๋ยี่เฟยค่อนข้างจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
อีกทั้งดูจากท่าทางของเจิ้งซงแล้ว ดูอย่างไรก็เป็นเพียงนักธุรกิจคนหนึ่ง ไม่เข้ากันกับหลันเต่าและทุกอย่างของที่นี่อยู่เล็กน้อย
นี่คือจุดที่ไป๋ยี่เฟยรู้สึกสงสัย
ทางด้านเจิ้งซงพอได้ยินชื่อก็พยักหน้าอย่างเรียบเฉย “แกออกไปก่อน พ่อขอคุยกับเขาหน่อย”
เจิ้งหยู่ยานรู้สึกกังวลใจขึ้นมา “พ่อ......”
“ออกไป” น้ำเสียงของเจิ้งซงเข้มขึ้นมากกว่าเดิม
เจิ้งหยู่ยานยังคงไม่กล้าขัดคำสั่งบิดาของตนเอง ก่อนจะเดินออกไปจึงได้แต่กำชับว่า “อย่างนั้นพ่ออย่ารังแกเขาล่ะ”
หลังพูดจบก็พูดกับไป๋ยี่เฟยอีกว่า “ส่วนคุณก็อย่าไปยั่วโมโหพ่อฉันล่ะ”
......
ในห้องเหลือเพียงไป๋ยี่เฟยกับเจิ้งซง
เจิ้งซงยืนขึ้นเรียกไป๋ยี่เฟยนั่งลงบนโซฟาที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
แต่ไป๋ยี่เฟยไม่ได้นั่งลง ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม
เจิ้งซงยกน้ำชามาก็เห็นไป๋ยี่เฟยยังยืนอยู่จึงกล่าวว่า “มานั่งนี่สิ”
ไป๋ยี่เฟยรีบตอบทันที “ผู้อาวุโสยังไม่นั่ง ผู้เยาว์ย่อมไม่กล้านั่ง”
เจิ้งซงมองไป๋ยี่เฟยแวบหนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้าพูดว่า “นั่งเถอะ ไม่ต้องเคร่งครัดกฎเกณฑ์ขนาดนั้น อีกทั้งอายุพวกเราก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่”
พอได้ยินเช่นนี้ ไป๋ยี่เฟยก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
หลังผ่านการแปลงโฉมจากหลิวเสี่ยวอิง เขาก็กลายเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปีคนหนึ่ง
หลังจากเห็นเจิ้งซงนั่งลง ไป๋ยี่เฟยก็นั่งลงเช่นกัน
เจิ้งซงยกชาขึ้นมาจิบไปหนึ่งอึก จากนั้นค่อยกล่าวขึ้นเสียงเรียบว่า “บอกมาตามตรงเถอะ หยู่ยานให้เงินคุณเท่าไหร่?”
“หา?” ไป๋ยี่เฟยชะงักไปเล็กน้อย
เจิ้งซงยิ้มเย็นพลางกล่าวว่า “ลูกสาวของฉัน ฉันย่อมรู้จักดี แม้ภายนอกจะมีนิสัยเปิดเผย แต่ในความเป็นจริงก็เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้น หนีออกไปแค่ไม่กี่วัน เธอไม่มีทางไปหลงรักชายแปลกหน้าคนหนึ่งอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าแน่”
“เธอแค่อยากจะหลุดพ้นจากการบังคับแต่งงานของฉัน ดังนั้นถึงได้หาคนมาเล่นละคร ฉันพูดถูกไหม?”
พอไป๋ยี่เฟยได้ยินเช่นนี้ก็เงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็คิดว่ายังไม่ได้สืบถามข่าวของพวกสำนักหนานเหมินเลย จึงกล่าวขึ้นว่า “ผมคิดว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว พวกเราเป็น.......”
“แม้กระทั่งชื่อของคุณเธอก็ยังไม่รู้ อย่าว่าแต่คำพูดเหล่านี้เลย” เจิ้งซงพูดตัดบทไป๋ยี่เฟยทันที
ไป๋ยี่เฟยพลันเงียบไป
ละครฉากนี้ของเจิ้งหยู่ยานกับไป๋ยี่เฟยยังไม่ได้เตรียมการมาดี มีพิรุธมากเกินไป ขอเพียงเป็นคนมีสมองสักหน่อยก็มองออกได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเจิ้งซงยังเป็นนักธุรกิจที่ฉลาดมากคนหนึ่ง
ไป๋ยี่เฟยก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรจะพูดอะไรดี แต่คำพูดต่อมาของเจิ้งซง กลับทำให้ไป๋ยี่เฟยรู้สึกสงสัยขึ้นมา
เจิ้งซงพูดอย่างเคร่งขรึมและจริงจังว่า “เงินที่เธอรับปากว่าจะให้คุณ ผมจะเพิ่มให้คุณอีกเท่าหนึ่ง แต่คุณจะต้องทำบางอย่างให้ได้ นั่นก็คือจงแสดงละครครั้งนี้ให้สมจริง”
“หมายความว่ายังไง?” ไป๋ยี่เฟยรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
ตามเหตุผลแล้วในฐานะผู้ปกครองเมื่อรู้ว่าไป๋ยี่เฟยทำตัวเหลวไหลไปกับเจิ้งหยู่ยาน ก็ควรจะโกรธไม่ใช่เหรอ?
แล้วทำไมยังต้องเพิ่มเงินให้อีก แถมยังให้เขาเล่นละครให้สมจริงด้วย?
ไป๋ยี่เฟยถามอย่างลังเลเล็กน้อยว่า “คุณมองออกแล้ว?”
เจิ้งซงยิ้มเย็นพลางกล่าวว่า “หากเป็นเรื่องจริง คุณคิดว่าผมจะพูดแบบนี้กับคุณเหรอ?”
พอไป๋ยี่เฟยได้ยินเช่นนี้ ก็เงียบไปชั่วขณะจากนั้นจึงกล่าวว่า “เพราะอะไร?”