ตอนที่ 905
บทที่905 พูดคุยตามลำพัง
October 28, 2026
ไป๋ยี่เฟยมองเมิ่งเจียที่สั่นไปทั้งตัวแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเรียบว่า “หวังว่าเธอจะเข้าใจมันจริงๆ”
หลังพูดจบเขาก็เปลี่ยนเป็นพูดว่า “รีบไปเถอะ อย่าบอกเรื่องในวันนี้กับใคร ไม่อย่างนั้นแม้แต่นายหญิงของเธอก็ปกป้องเธอไม่ได้”
......
หลังจากกลับไป ไป๋ยี่เฟยก็ส่งขนมให้หลิวเสี่ยวอิง ส่วนตนเองก็นั่งครุ่นคิดอยู่ข้างเตียง
ท่าทีของพวกหนานเหมินที่มีต่อเจิ้งซงดียิ่ง ไม่รู้ว่าควรให้ความสำคัญกับสถานที่อย่างเขตที่สองดี หรือคนอย่างเจิ้งซงดี
แต่สำหรับในตอนนี้ คนเหล่านั้นยังไม่ได้ย้ายเข้ามาในเขตที่สองแสดงว่าเจิ้งซงไม่ได้รับปากเงื่อนไขของพวกเขา และแสดงว่าเจิ้งซงคนนี้ยังไม่ได้สมคบคิดกับศัตรู ตรงจุดนี้กลับคุ้มค่าให้มั่นใจได้
เพียงแต่ในคำบอกเล่าของเมิ่งเจียเหมือนจะมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้
ไม่ว่าไป๋ยี่เฟยถามอะไรเธอก็ตอบแบบนั้น เช่นนี้เห็นทีแม้เมิ่งเจียจะเป็นบอดี้การ์ดของตระกูลเจิ้ง แต่ก็ไม่มีความภักดีใดๆ ต่อตระกูลเจิ้ง
เพราะตอนนี้เจิ้งซงยังไม่ได้ตอบรับเงื่อนไขของหนานเหมิน เมิ่งเจียก็เกิดความคิดเห็นต่อเรื่องนี้แล้ว
ดังนั้นไป๋ยี่เฟยจึงมีใจคิดอยากจะเข่นฆ่าขึ้นมา
แต่สุดท้ายก็แค่กล่าวเตือนเธอไปประโยคเดียว
เจิ้งซงรีบร้อนต้องการให้เจิ้งหยู่ยานแต่งออกไปขนาดนี้ ถึงขึ้นเห็นด้วยกับการให้ตนแสร้งทำตัวเป็นว่าที่เจ้าบ่าว นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับบางอย่าง แต่ในด้านรูปธรรมเกิดอะไรขึ้น มีเพียงต้องสืบหาต่อไป
โดยเมิ่งเจียบอกว่าพรุ่งนี้จะมีแขกคนสำคัญมาเยี่ยม ทั้งยังต้องการให้ตนหายไป คิดว่าคงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจิ้งหยู่ยาน
“หรือว่าจะเป็นคนของสำนักหนานเหมิน?” ไป๋ยี่เฟยคาดเดา
หลิวเสี่ยวอิงกำลังกินขนมอยู่ หลังได้ยินคำพูดของไป๋ยี่เฟยก็ชะงักไป “หา?”
ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้าพลางพูดว่า “อืม ไม่มีอะไร จริงสิ ตอนนี้พวกเรารีบนอนเถอะ ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้อาจจะได้เจอคนที่พวกเราตามหา”
“คุณ......” จู่ๆ หลิวเสี่ยวอิงก็ยืนขึ้นมากะทันหัน หันหลังให้ไป๋ยี่เฟยอย่างเขินอาย “คุณพูดอะไรนะ?”
ไป๋ยี่เฟยเห็นท่าทางเช่นนี้ของเธอก็ชะงักไป พร้อมกับที่ตนก็ได้สติคืนมา จะรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
......
ภายในห้องมีเตียงเพียงสองหลัง
อู๋เฉียงครอบครองเตียงหลังหนึ่งไปแล้ว เตียงหนึ่งหลังที่เหลือ ไป๋ยี่เฟยยกให้หลิวเสี่ยวอิง
ส่วนตนย้ายเก้าอี้ยาวสองตัวมาต่อกันแล้วหลับไปบนนั้น
แต่ตอนกลางดึก เขาฝันถึงเรื่องหนึ่ง
เขาฝันว่าตนเองนอนอยู่บนเตียง และมีหลิวเสี่ยวอิงนอนอยู่ข้างๆ เขา
ไป๋ยี่เฟยพลันกลั้นหายใจทันที เขาไม่รู้ว่าทำไมเขามานอนอยู่ข้างกายหลิวเสี่ยวอิงได้ และหลิวเสี่ยวอิงกำลังใช้มือเท้ากอดก่ายเขาอยู่
เขาคิดจะทำให้ตนเองได้สติขึ้นมา แต่ร่างกายที่อ่อนนุ่มของหลิวเสี่ยวอิงคลอเคลียอยู่บนตัวเขา กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหลิวเสี่ยวอิง ลอยเข้าจมูกเขา
เขาค่อยๆ ลังเลขึ้นมา
ลังเลไปลังเลมา มือเขาก็ค่อยๆ กอดหลิวเสี่ยวอิงไว้อย่างช้าๆ
ชั่วขณะที่กอดไว้อยู่นั้น เขาก็รีบปล่อยมือทันที
ไม่ได้ ทำไม่ได้ เขาไม่อาจทำเรื่องที่ผิดต่อเสว่เอ๋อ และไม่อาจทำให้เสี่ยวอิงเข้าใจผิดได้อีก
ในเวลานี้เอง จู่ๆ บนริมฝีปากก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มที่เคลื่อนเข้ามา
ไป๋ยี่เฟยเบิกตากว้างทันที หลังสูดลมหายใจเข้าอยู่สองสามครั้ง เขาก็ทนไม่ไหวอีกจึงกอดหลิวเสี่ยวอิงแล้วบดจูบอย่างบ้าคลั่ง
มือเขาค่อยๆ ยื่นเข้าไปในเสื้อของเธอ......
“โครม!”
ไป๋ยี่เฟยพลิกตัวตกลงไปบนพื้น พร้อมกับตื่นขึ้นมา
เขานั่งอยู่บนพื้นสักพัก พลันได้สติขึ้นมาว่าตนเองได้ฝันไป
เขาหันหน้าไปมองหลิวเสี่ยวอิงทันที พบว่าหลิวเสี่ยวอิงยังหลับอยู่บนเตียงอย่างปลอดภัย
พร้อมกับที่เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในใจก็ไม่อาจสงบได้อยู่นาน
เสี่ยวอิง ฉันขอโทษ
ไป๋ยี่เฟยแสดงความรู้สึกผิดกับตัวเองอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
แม้นี่จะเป็นแค่ความฝันฉากหนึ่ง แต่เขายังคงหยาบคายกับหลิวเสี่ยวอิงอยู่ดี ในใจจึงรู้สึกละอายอย่างมาก