ตอนที่ 906
บทที่906 ปฏิเสธที่จะร่วมมือ
October 28, 2026
หลังนายหญิงเจิ้งหัวเราะเย้ยหยันออกมา ก็ไม่คิดจะโต้เถียงเรื่องเหล่านี้มากไปกว่านี้อีก จึงพูดอีกว่า “เสนอราคามา ต้องการเงินเท่าไหร่ถึงจะไปจากลูกสาวฉันได้?”
ไป๋ยี่เฟยอดแปลกใจขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ เมื่อคืนส่งคนมาฆ่าตน วันนี้มาพูดเรื่องเงินกับเขาอีก หรือว่าไม่ควรจะพูดเรื่องเงินก่อนแล้วค่อยหาคนมาฆ่าตนหรอกหรือ?
ไป๋ยี่เฟยอดยิ้มไม่ได้ จากนั้นก็ถามเธอว่า “อันนี้ก็ต้องดูที่คุณ คุณรู้สึกว่าลูกกสาวคุณมีค่าเท่าไหร่ก็ให้เท่านั้นแล้วกัน?”
“แก!” นายหญิงเจิ้งพลันเดือดดาลขึ้นมาทันที
ไป๋ยี่เฟยยิ้มอีกครั้ง “งั้นผมถามแบบนี้แล้วกัน คุณรู้สึกว่าตระกูลเจิ้งครึ่งหนึ่งคุ้มไหม?”
นายหญิงเจิ้งมองไป๋ยี่เฟยพลางเยาะหยันว่า “นี่ก็คือจุดประสงค์ของแกสินะ? แกมาเพราะเงินของตระกูลเจิ้งอย่างที่คิดจริงๆ!”
ไป๋ยี่เฟยเพียงส่ายหน้าแล้วกล่าวยิ้มๆ ว่า “ไม่ใช่หรอก ผมไม่ได้สนใจตระกูลเจิ้งของพวกคุณเลยสักนิด”
นายหญิงเจิ้งเย้ยหยัน “อย่ามาเสแสร้ง ความคิดนั้นของแก ฉันมองออกแต่แรกแล้ว!”
ไป๋ยี่เฟยพูดอย่างไม่ยี่หระ “คุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่คุณเถอะ”
นายหญิงเจิ้งเห็นเช่นนี้ ก็ถลึงตาใส่ไป๋ยี่เฟยแล้วกล่าวว่า “งั้นแกพูดมา แกต้องการเงื่อนไขอะไร? เสนอมาสิ”
ไป๋ยี่เฟยตอบเสียงราบเรียบ “คุณเติมเต็มเงื่อนไขของผมไม่ได้หรอก”
“แกไม่ต้องการไว้หน้าก็ไม่ต้องไว้!” นายหญิงเจิ้งตะคอกเสียงดัง
ไป๋ยี่เฟยกลับพูดอย่างยียวน “แล้วจะเอายังไงอีก?”
ที่จริงไป๋ยี่เฟยในตอนนี้โกรธขึ้นมานิดหน่อยแล้ว เมื่อคืนนายหญิงเจิ้งเพิ่งจะส่งคนไปฆ่าตน ตอนนี้กลับมาแสร้งทำเป็นพูดดีต่อรองเงื่อนไขกับเขาอีก
แต่นายหญิงเจิ้งกลับโกรธถึงขีดสุดเพราะคำพูดประโยคนี้ของเขา
นายหญิงเจิ้งสายตาเย็นเยียบ ยกมือตบไปที่ไป๋ยี่เฟย
ไป๋ยี่เฟยในใจตื่นตระหนก ฝ่ามือนี้ของนายหญิงเจิ้งดูไม่มีแบบแผนอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงกลับมีแรงมหาศาล หากเป็นคนธรรมดาถูกฝ่ามือนี้ตบเข้าไป ไม่ตายก็เจ็บหนัก
ทว่าตอนที่เธอกำลังจะแสดงการกระทำออกมา จู่ๆ นายหญิงเจิ้งก็เก็บแรงที่มือ ฝ่ามือเปลี่ยนเป็นกางนิ้ว กุมลำคอของไป๋ยี่เฟยไว้
ไป๋ยี่เฟยสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นายหญิงเจิ้งหัวเราะเสียงเย็นออกมาก่อนจะพูดว่า “ฉันคิดจะฆ่าแก ก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ!”
จากนั้นเธอก็เก็บมือของเธอกลับไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ ว่า “หากไม่ใช่เพราะสามีฉัน แกคงตายไปนานแล้ว!”
เวลานี้ไป๋ยี่เฟยเพิ่งจะมองออก นายหญิงเจิ้งถึงกับเป็นยอดฝีมือระดับที่สองชั้นสูงคนหนึ่ง
เขายังมองพลาดไปจริงๆ
นายหญิงเจิ้งมองไป๋ยี่เฟยอย่างเย็นชา “ฮึ ทางที่ดีต่อไปอย่าได้มีใจคิดไม่ซื่อจะดีกว่า ในตระกูลเจิ้งคนมีฝีมือเหมือนอย่างฉันมีไม่น้อยเลย”
“หากแกกล้ารังแกหยู่ยาน ถึงเวลา จะต้องทำให้แกตายอย่างน่าอนาถแน่นอน!”
พอได้ยินเช่นนี้ ไป๋ยี่เฟยในใจก็ตื่นตระหนก “ความหมายของคุณคือ......”
นายหญิงเจิ้งมองไป๋ยี่เฟยแวบหนึ่งอย่างลึกล้ำ สุดท้ายจำต้องถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า “หยู่ยานชอบแก สามีฉันก็ตัดสินใจแล้วเช่นกัน ฉันจึงไม่มีอะไรจะพูดอีก ให้แกมาอยู่ที่นี่ เพียงแค่อยากจะดูว่าคนอย่างแกมีนิสัยเป็นยังไง”
“หวังว่าคำพูดเมื่อกี้ของแกจะเป็นความจริง ไม่ได้เห็นแก่ทรัพย์สินของตระกูลเรา และอยู่ด้วยกันกับหยู่ยานด้วยความจริงใจ”
พอไป๋ยี่เฟยได้ยินเช่นนี้ในใจก็เต้นตึกตัก “อย่างนั้นผม......”
“หึ!” นายหญิงเจิ้งแค่นเสียงเย็น เวลาพูดในแววตาเผยความรังเกียจออกมาสายหนึ่ง “แกวางใจ ฉันไม่ได้ตำหนิที่แกเสียมารยาทเมื่อกี้ มันกลับแสดงว่าคนอย่างแกมีความจริงใจ ไม่เหมือนคนที่มี......”
เวลานี้ไป๋ยี่เฟยกำหมัดแน่ ความคิดไม่ได้อยู่ที่นี่โดยสิ้นเชิง
หากที่นายหญิงเจิ้งพูดขอเพียงเจิ้งซงออกปากพูด เธอก็ไม่มีทางหักหลังล่ะก็ อย่างนั้นเมิ่งเจียที่มาฆ่าตนเองเมื่อคืน ใครเป็นคนส่งมากัน?
เมิ่งเจียพูดโกหกตั้งแต่แรก
แย่แล้ว!
ไป๋ยี่เฟยใจเต้นโครมคราม เสี่ยวอิงมีอันตราย!
เวลานี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่นอกประตู “นายหญิง แขกของสำนักหนานเหมินมาถึงแล้ว”
“รู้แล้ว”
ไป๋ยี่เฟยกำลังจะหมุนตัวเดินออกไป พอได้ยินเช่นนี้กลับนิ่งไปทันที
นายหญิงเจิ้งมองไป๋ยี่เฟยแวบหนึ่ง พลางพูดว่า “อายุมากไปหน่อย แต่ดีร้ายอย่างไรก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ตามฉันมานี่สิ จะพานายไปพบคน”
คำพูดตรงใจไป๋ยี่เฟยพอดี ดังนั้นจึงพยักหน้า เดินตามนายหญิงเจิ้งออกไป