ตอนที่ 909
บทที่909 ท่านชายสามแห่งหนานเหมิน
October 28, 2026
คนเหล่านั้นของนายหญิงเจิ้งล้วนฟังคำพูดของเจิ้งซง ดังนั้นคนผู้นี้เป็นใครไม่ต้องพูดก็เป็นที่เข้าใจได้
ไป๋ยี่เฟยยืนขึ้นทันที เดินไปยังตระกูลเจิ้งด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
......
วันนี้เป็นวันแต่งงานของบุตรสาวตระกูลเจิ้ง
ในบ้านใหญ่ไปจนถึงด้านนอกล้วนติดอักษรมงคลสีแดงขนาดใหญ่เต็มไปหมด แต่ละคนเดินเข้าๆ ออกๆ ไม่มีว่างเว้น
เมื่อทำงานอยู่ด้วยกัน ย่อมจะพูดคุยสัพเพเหระกัน
“คิดไม่ถึงว่าคุณหนูรองจะแต่งงานทั้งแบบนี้!”
“นั่นนะสิ แถมยังแต่งให้กับคนแก่คนหนึ่งด้วย อายุเกือบเท่าเจ้าบ้านของเราเลยมั้ง?”
“ชู่ อย่าพูดแบบนี้!”
เจิ้งซงที่อยู่ชั้นบนสุดของบ้านใหญ่ตระกูลเจิ้ง มองผ่านหน้าต่างมายังลานกว้างที่อยู่ด้านนอกอาคาร เห็นคนมากมายตกแต่งสถานที่กันยุ่งวุ่นวายไปหมด ในแววตาเผยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์และทอดถอนใจออกมา
ที่เขาอาลัยอาวรณ์ไม่ใช่เพราะวันนี้ลูกสาวตัวเองแต่งงาน เพราะอย่างไรพิธีแต่งงานวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องจริง ดังนั้นที่เขาอาลัยอาวรณ์เป็นเพราะสุดท้ายแล้วต้องมีสักวันที่ลูกสาวแต่งงาน
นายหญิงเจิ้งเองก็มาแล้วเช่นกัน เดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ เขาในใจก็อาลัยอาวรณ์มากเช่นกัน ทั้งยังมีความไม่ยินยอมอยู่เล็กน้อย “ฉันพูดจริงๆ นะ ไม่ใคร่ครวญดูอีกหน่อยเหรอ?”
“นั่นคือลูกสาวคนเดียวของเราเชียวนะ คุณตัดใจยกเธอให้แต่งงานกับ......คนที่อายุมากขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?”
เจิ้งซงหันหน้าไปมองนายหญิงเจิ้งแวบหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ที่รัก นี่มันเป็นเรื่องหลอก”
“หา?” นายหญิงเจิ้งพลันมึนงงไปทันที
เจิ้งซงพูดอีกว่า “เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องหลอก เป็นการแสดง”
นายหญิงเจิ้งชะงักไปเล็กน้อย “ความหมายของคุณคือ......”
เจิ้งซงถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า “หลังจากที่คนหนานเหมินพวกนั้นมาหลันเต่า คนที่เขาติดต่อคนแรกสุดก็คือฉัน พวกเขาหมายตาความรุ่งเรืองของเขตที่สอง คิดจะให้ฉันเป็นหุ่นเชิดของพวกเขา”
“หากฉันยกลูกสาวให้แต่งกับพวกเขา อย่างนั้นฉันก็กลายเป็นนักโทษแล้ว!”
นายหญิงเจิ้งเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดีไปชั่วขณะ
การแต่งงานถึงกับเป็นเรื่องหลอก!
เพียงเพื่อเป็นข้ออ้างในการขวางความเกี่ยวดองกับหนานเหมินไว้!
จู่ๆ นายหญิงเจิ้งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทว่าจู่ๆ เจิ้งซงก็เอ่ยขึ้นมาว่า “แต่ฉันรู้สึกว่าสวีลั่งคนนี้ไม่ธรรมดา เมื่อวานให้คนไปสืบเขา กลายเป็นว่าสืบอะไรไม่ได้เลย”
นายหญิงเจิ้งได้ยินเช่นนี้กลับไม่ได้สนใจ “ตรงนี้คุณวางใจ ฉันเคยทดสอบดูแล้ว ฝีมือเขาอย่างมากก็แค่ระดับที่สี่”
เจิ้งซงยังคงส่ายหน้า เขาคิดถึงประโยคสุดท้ายที่ไป๋ยี่เฟยพูดเมื่อวานว่ามีนัยยะแอบแฝงอยู่จริงๆ แต่เขายังไม่ค่อยแน่ใจนัก
ดังนั้นเจิ้งซงจึงกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ทำอะไรก็ระวังหน่อย คนคนนี้ดูเยือกเย็นเกินไป”
พอพูดมาถึงตรงนี้ นายหญิงเจิ้งจึงพยักหน้า “แน่นอน”
ในเวลานี้เอง จู่ๆ พี่สะใภ้ของเจิ้งหยู่ยานก็ผลักประตูเปิด วิ่งเข้ามาอย่างร้อนอกร้อนใจก่อนจะพูดว่า “คุณพ่อ คุณแม่ พี่ส้าวหายตัวไป!”
พี่ส้าวที่เธอเรียก ก็คือพี่ชายแท้ๆ ของเจิ้งหยู่ยาน เจิ้งส้าว
นายหญิงเจิ้งเห็นเธอมีท่าทางร้อนรนสูญเสียกิริยาเช่นนี้ ก็อดตำหนิขึ้นมาไม่ได้ว่า “ร้อนรนอะไรขนาดนั้น ตัวเขายังจะหายไปที่บ้านตัวเองได้อีกเหรอ?”
พี่สะใภ้เจิ้งหยู่ยานเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจจริงๆ “คุณแม่ คุณก็รู้ว่าพี่ส้าวให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มาตลอด แต่วันนี้แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่เปลี่ยนก็หายตัวไปแล้ว”
เจิ้งซงได้ยินเช่นนี้ ก็อดเลิกคิ้วขึ้นมาไม่ได้
ในเวลานี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงกึกก้องดังเข้ามา
“โครม!”
“พลั่ก!”
พวกเจิ้งซงรีบมองไปทางนอกหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
จู่ๆ คนจากหนานเหมินกลุ่มหนึ่งก็มาปรากฏตัวที่ใต้บ้านใหญ่ตระกูลเจิ้ง พวกเขารื้อของตกแต่งสถานที่เหล่านั้นลงมาหมด แถมยังเตะคนที่ทำหน้าที่ตกแต่งเหล่านั้นลงไปนอนกองกับพื้น
และมีคนที่สะดุดตามากคนหนึ่งยืนตะโกนด่าเสียงดังอยู่ที่ลานกว้างใต้อาคาร
เจิ้งซงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “สุดท้ายก็ยังมาจนได้”