ตอนที่ 194
บทที่ 194 ปราบพยศ
October 28, 2026
บทที่ 194 ปราบพยศ
การเยาะเย้ยและยั่วยุที่ล่อนจ้อนแบบนี้ คำพูดของ หลินหยาง เหมือนกับตบหน้าจ้าวกางเถียนโดยตรง ในเวลานี้ ความเจ็บปวดที่ส่งมาจากแขน ยังเทียบไม่ได้กับบาดแผลในใจเลย
เหลยหยุนรีบพยุงจ้าวกางเถียน ขึ้นมา ตะโกนพูดตะกุกตะกัก “นายรอไว้ นายได้เจอดีแน่!”
“ได้เลย ฉันจะรออย่างแน่นอน อย่าให้ฉันรอนานเกินไปนะ!” หลินหยางผิวปากพูดหัวเราะ
ในไม่ช้าไป๋เซียนเฉ่าก็กลับมา พร้อมกับสินค้ากองใหญ่ ที่ได้จากการช็อปปิ้งในวันนี้ เธอวิ่งเข้ามาถามอย่างกระหืดกระหอบด้วยความดีใจ “เมื่อกี้ฉันเห็นแขนของจ้าวกางเถียนบิดเป็นเกลียวเลย คุณทำใช่ไหม?”
“ไม่ใช่ฉันแล้วยังจะเป็นใครได้อีก? ไอ้หมอนี่กวนตีน เข้ามาเอะอะ ว่าจะเทคโอเวอร์บริษัทเรา! พวกเขาได้เข้าครองบริษัทของหลิวจิ่นแล้ว ตอนนี้สัญญาเทคโอเวอร์ เป็นของพวกเขาแล้ว” หลินหยางอธิบาย
ไป๋เซียนเฉ่าวิ่งไปที่ร่างของหลินหยางกะทันหัน จูบอย่างแรง แล้วพูดว่า “คุณทำได้ดีมากเลย! คนแบบนั้นขาดการสั่งสอนจริงๆ! ครั้งหน้าได้เจออีก ต่อยอย่างหนักไปเลย! เดี๋ยวนะ......คุณบอกว่าพวกเขาเทคโอเวอร์บริษัทหลิวจิ่น ?”
“ใช่! เทคโอเวอร์ครั้งใหม่มาแล้ว คุณจะทำอย่างไร?”
หลินหยางถาม
“เดิมทียังคิดว่า ตัวเองจับได้แค่ลูกเจี๊ยบ คิดไม่ถึงว่าจับไก่ได้ทั้งเล้า!” ไป๋เซียนเฉ่าพูดอย่างตื่นเต้น
คำพูดของไป๋เซียนเฉ่า ทำให้หลินหยางตื่นเต้นทันทีเขาสอบถามเพิ่ม “คุณได้รับชัยชนะจากตลาดรอง?”
“ไม่เพียงแต่ในตลาดรองเท่านั้น คืนนี้ไปพบหลิวจิ่นกับฉัน ครั้งนี้ฉันอยากจะให้ไอ้สารเลวสองตัวในตระกูลจ้าว รู้ถึงความร้ายกาจของฉัน!” ไป๋เซียนเฉ่ากำหมัดแน่นแล้วพูดยิ้ม
“พบเขา? หรือว่าไอ้หมอนี่จะกลับลำ? คุณปราบพยศ
เขาได้แล้วหรือ?” หลินหยางถามด้วยความประหลาดใจ
ไป๋เซียนเฉ่ายิ้มกริ่ม ถือว่าเป็นการยอมรับโดยปริยายแล้ว
แผนการธุรกิจของไป๋เซียนเฉ่า ไม่ใช่คนทั่วไปที่สามารถตามทันได้ หลินหยางก็ต้องเชื่ออยู่แล้วว่า ครั้งนี้ไป๋เซียนเฉ่ากำความสำเร็จอยู่ในมือแล้ว
ในกลางคืน ในร้านกาแฟชานเมืองแห่งหนึ่ง หลินหยางนั่งเงียบๆอยู่ที่หัวมุมกับไป๋เซียนเฉ่า ช้าไปยี่สิบนาทีเต็มๆ หลิวจิ่นก็ยังไม่ปรากฏตัว
“เกิดอะไรขึ้น? ไอ้หมอนี่กล้าผิดนัดฉัน!” ไป๋เซียนเฉ่าจับแก้วกาแฟไว้ พูดด้วยความโกรธเคือง
หลินหยางโบกมือแล้วพูดว่า “อย่าพึ่งรีบ ไอ้หมอนี่เป็นคนฉลาด ไม่ทำเรื่องโง่ๆหรอก มีความอดทนหน่อย!”
ตามที่คาด ผ่านไปอีกสักพัก ชายวัยกลางคนที่สวมหมวกเบสบอล มองไปรอบๆ แล้วเดินเข้ามา หน้าของเขายังติดพลาสเตอร์ยาไว้ ดูท่าทางเหมือนจะได้รับบาดเจ็บนิดหน่อย
“ประธานหลิว คุณไม่ตรงต่อเวลาแบบนี้ ไม่ใช่ทัศนคติที่ดีในการร่วมมือนะ!” ไป๋เซียนเฉ่าพูดอย่างไม่พอใจ
หลิวจิ่นพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ขออภัยๆ ฉันเป็นคนขี้กลัว ถูกคนของพี่ใหญ่เหลยจับจ้องไว้ เดินอ้อมไปหลายรอบจึงจะมาถึง”
หลินหยางพยักหน้า แล้วพูดว่า “ประธานหลิว ไม่ต้องกังวล ในเมื่อเรามาแล้ว ก็จะให้สัญญาในความปลอดภัยของคุณอย่างแน่นอน!”
“เข้าใจๆ ฉันประเมินตัวเองสูงเกินไป และประเมินเจียงหัวสูงเกินไปจริงๆ!” หลิวจิ่นยิ้มอย่างขมขื่น
เมื่อพูดถึงเจียงหัว ไป๋เซียนเฉ่าพูดอย่างไม่แยแส “นายอ้วนนั่น นอกจากความลุ่มหลงในกามารมณ์ นอกจากนั้นไม่ได้เรื่องสักอย่าง! ไม่ใช่คนจำพวกเดียวกันโดยสิ้นเชิง กับคนที่มาหากคุณในครั้งนี้!”
“ใช่เลย ประธานไป๋ ช่วงสองสามวันนี้ฉันหลบๆซ่อนๆ ช่างน่าสังเวชมากจริงๆ! พวกเขากำลังจะบีบฉันเข้าสู่ทางตันแล้ว คนชั่วช้าพวกนี้ โหดเหี้ยมยิ่งนัก พังทลายโกดังสองแห่งของฉัน ไม่ต้องพูดถึง ยังส่งจดหมายที่มีกระสุนปืนให้กับฉันโดยตรง!” หลิวจิ่น
ร้องเรียนทั้งน้ำตา
หลินหยางหัวเราะเยาะ “พวกเขาก็แค่เล่นเป็นแต่กลอุบายเล็กๆเหล่านี้เท่านั้น จ้าวกางเถียนนั่น ถึงกับหาคนอย่างเหลยหยุนเป็นผู้ช่วย ช่างโง่เง่าจริงๆเลย!”
“ประธานหลิว คุณไม่ต้องกังวล สำหรับเรื่องความปลอดภัย ฉันจะให้เพื่อนคนหนึ่ง ให้การช่วยเหลือกับคุณ ในช่วงเวลานี้ คุณก็อย่าปรากฏตัวแล้วกัน สำหรับบริษัทของคุณ ฉันรับรองว่าจะให้คุณได้สิทธิ์การควบคุมหุ้นคืนมาใหม่!” ไป๋เซียนเฉ่าให้เงื่อนไขยากที่จะปฏิเสธได้
หลิวจิ่นหวั่นไหวในใจ ดันแว่นตาแล้วถามว่า “ประธานไป๋ ฉันรู้ว่าไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ในเวลานี้ฉันไม่ควรขอข้อเรียกร้องอะไร แต่คุณให้เงื่อนไขที่ดีมากขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว! พวกคุณช่วยฉันเอาบริษัทคืนมา ฉันก็จะช่วยพวกคุณแก้ปัญหา ช่องทางการจัดจำหน่าย ที่บริษัทของพวกคุณต้องการในตอนนี้!”
เป็นคนฉลาดจริงๆ มุ่งสู่ประเด็นสำคัญโดยตรง ไป๋เซียนเฉ่ายิ้มแล้วพูดว่า “ตกลง เรื่องก่อนหน้านี้ เราสามารถลืมมันไปทั้งหมด! คุณเอาเบอร์นี้ไว้ เธอสามารถปกป้องความปลอดภัยของคุณได้ คุณแค่บอกว่า เป็นเพื่อนของฉันกับประธานโจวก็พอ!”
หลินหยางเหลือบมองไปที่หมายเลข คือจางเยว่จริงๆด้วย! ผู้หญิงสองคนนี้ ทำให้เขาคาดเดาไม่ได้จริงๆ ถึงกับมีความสัมพันธ์ที่ดีขนาดนี้!”
หลิวจิ่นได้เบอร์แล้ว ก็หันจากไปทันที หลินหยางรู้แล้วยังแกล้งถาม “ฝากหลิวจิ่นให้กับคนอื่นแบบนี้ คุณมั่นใจได้เหรอ?”
“เป็นคนอื่นเหรอ? ตอนเช้ายังเสพสมอารมณ์รักกับคุณเลยนะ!” ไป๋เซียนเฉ่ายิ้มอย่างมีเลศนัย
หลินหยางไอเบาๆ พูดอย่างเก้อเขิน “คือ......เธอเหรอ?”
“ดูสิ เธอมาแล้วนะเดี๋ยวจะถามหน่อยไหม ว่าเธอคือคนอื่นหรือเปล่า?” ไป๋เซียนเฉ่าจงใจถามขึ้น
หลินหยางยิ้มแห้งๆแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องแล้ว เป็นคนกันเองหมด!”
และแล้วในไม่ช้า จางเยว่เดินเข้ามาในชุดกระโปรงยาวสีเขียวอ่อน บุคลิกท่าทางเติมเต็มซึ่งกันและกันกับไป๋เซียนเฉ่า ทั้งสามคนนั่งลง จางเยว่ขยับนั่งด้วยกันกับไป๋เซียนเฉ่า หลินหยางจึงต้องนั่งตรงข้าม
“เรียกฉันมามีเรื่องอะไร?” จางเยว่ถามด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาติ
“เมื่อกี้มีเพื่อนคนหนึ่ง ต้องการให้คุณปกป้อง นักวางแผน หลิวจิ่นคุณรู้ไหม?”
จางเยว่พยักหน้าพูดว่า “พัฒนาตั้งแต่รากหญ้าจนถึงทุกวันนี้ เขาเก่งสุดยอดมากจริงๆ เขาเป็นอะไรเหรอ?”
“ถูกเหลยหยุนข่มขู่บีบบังคับ ตอนนี้ได้ขายหุ้น ทั้งบริษัทให้เหลยหยุนในราคาต่ำ ตอนนี้ซ่อนตัวอย่างน่าอนาถมาก” หลินหยางพูดขึ้น
“ไม่ได้ถามคุณสักหน่อย เซียนเฉ่าคุณบอกรายละเอียดโดยคร่าวๆกับฉันหน่อย!” จางเยว่พูดพลางหันหน้าไป
หลินหยางแตะจมูกเบาๆ ไม่พูดส่งเสียงแล้ว ไป๋เซียนเฉ่าหัวเราะคริคริ แล้วพูดว่า “อันที่จริงก่อนหน้านี้เพราะเป็นคู่แข่งกัน หลิวจิ่นก็ไม่ลงรอยกับพวกเรามาโดยตลอด แต่ตอนนี้เขากำลังมีปัญหา ฉันเห็นคนตาย จะไม่ช่วยได้อย่างไร