ตอนที่ 243
บทที่ 243 ชิปต่อรอง
October 28, 2026
บทที่ 243 ชิปต่อรอง
หลินหยางกอดหลัวหยุนไว้ ทั้งสองคนกอดกันไว้นานจนได้ยินเสียงฝีเท้าขึ้นมาจากบันได เขาถึงลุกขึ้นมาใส่เสื้อ
“เสี่ยวหยุน กินข้าวแล้ว พาแขกลงมาชิมอาหารปลอดสารพิษของพวกเราหน่อยเถอะ” คนชราพูดขึ้น
“มาแล้ว มาแล้ว” หลัวหยุนพูดไปพร้อมกับส่งวิ้งให้หลินหยาง
ทั้งสองคนนั่งที่โต๊ะอาหาร หลินหยางถึงว่าเห็นอาการบนโต๊ะนั้นธรรมดาแต่สีของผักและลักษณะนั้นทำให้คนหิวขึ้นมาทันที
หลัวหยุนแนะนำให้หลินหยาง” ผักพวกนี้ปู่เป็นคนปลูกเองหมดเลยนะ พ่อครัวก็เป็นพ่อครัวพรีเมียมที่มาจากกวางตุ้ง ถึงจะไม่เทียบเท่าฝีมือของนายแต่ก็อร่อยมากเลยนะ”
“หลินหยางก็ทำอาหารเป็นด้วยหรอ?” ปู่หลัวถามอย่างแปลกใจ
“เป็นอยู่แล้ว เขาไม่ได้เก่งแค่ด้านการเขียนอักษรวิจิตร ฝีมือการทำอาหาร ฝีมือทางการแพทย์ก็เก่งไปหมดเลย” หลัวหยุนย้อนกลับมาชมผู้ชายของตัวเอง
หลินหยางยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่กล้าไปเทียบกับพ่อครัวใหญ่ๆ หรอกครับ ผมทำเป็นแค่อาหารพื้นบ้านเท่านั้นครับ”
“เก่งว่าหยุนหยุนมากแล้ว เธอกินเป็นอย่างเดียวเลย” ปู่หลัวหัวเราะออกมา
หลัวหยุนทำปากจู๋แล้วพูดว่า “ปู่อ่ะ ไม่ไว้หน้าหนูเลย”
“เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเธอทั้งสองคนเป็นเด็กดีทั้งนั้น ผักพวกนี้ฉันเป็นคนปลูกเองก็เลยจะสดหน่อย” คนชราได้ดึงคำพูดกลับไปที่ฟาร์มของตัวเองต่อ
ความชอบของพ่อเฒ่าก็คือการปลูกผักปลูกผลไม้ เลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม เป็นคนเกษตรกรเต็มตัว ถึงแม้ว่าลูกชายของตัวเองจะเป็นถึงมหาเศรษฐี แต่เขาไม่เคยสนใจของที่พวกนั้นที่ตายก็เอาไปไม่ได้ พูดเรื่องปลูกผักกับหลานๆ ขึ้นมาก็พูดไม่หยุดเลย หลัวหยุนฟังจนเบื่อแล้ว อยากจะขัดหลายครั้งแต่ก็ถูกหลินหยางห้ามไว้
หลินหยก็เกิดที่บ้านนอก ความรู้สึกที่มีต่อพวกนี้มันลึกซึ้งมาก พอคนชราเริ่มกินหลินหยางก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มกินตามเลย
หลินหยางไม่ยอมรับก็ไม่ได้แล้วว่าผักที่คนเฒ่าคนนี้ปลูกเองนั้นรสชาติดีมากเลย นอกจากฝีมือของพ่อครัวดีแล้ว รสชาติเดิมของวัตถุดิบถูกเก็บไว้เป็นอย่างดีเลย พ่อครัวกวางตุ้งนี่เห็นค่าของการเก็บรสชาติเดิมของวัตถุดิบไว้เป็นอย่างมาก ทำให้วัตถุดิบในฟาร์มนี้ได้ทำเผยจุดเด่นของตัวเองออกมาทั้งหมด
นี้เป็นเลือดเนื้อของคนเฒ่าคนนี้ หลินหยางรีบกินอย่างไม่หยุด นี้ทำให้คนเฒ่าดีใจมากเลย
“ต้องอย่างนี้สิ เธอดูหลินหยางเขากินอร่อยแค่ไหน หยุนหยุนกินนิดเดียวตลอด”
“ปู่หลัว กระเพาะผมใหญ่ เลยโลภไปหน่อย หวังว่าคุณปู่จะไม่รังเกียจนะครับ” หลินหยางพูด
คนเฒ่าโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เลย แบบนี้แปลว่านายชอบกินผักของฉันจริงๆ ความหวังของฉันในชาตินี้คือให้คนอื่นได้ลองกินผักที่ฉันปลูกเอง นายชอบฉันก็ดีใจมาก”
ตอนนี้เป็นเวลาที่หลัวหยุนมีความสุขที่สุด แต่ว่าความสุขนั้นก็ไม่ได้อยู่นานเท่าไหร่ ข้างนอกมีคนคนหนึ่งเข้ามาทำให้บรรยากาศเย็นลงทันที
ชายอ้วนวัยกลางคนได้เดินเข้ามา มองไปคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหาร อึ้งไปสักพักถึงพูดขึ้นมาว่า “พ่อ ผมกลับมาแล้ว กำลังกินกันอยู่หรอ? .
“แกจะกลับมาทำไม?แกยุ่งมากไม่ใช่หรอแล้วจะกลับมาทำไม?” สีหน้าของพ่อเฒ่ารีบเปลี่ยนทันที
หลัวหยุนรีบเดินมารับกระเป๋าและเสื้อของพ่อแล้วพูดว่า “พ่อค่ะ เพื่อนของหนูมาค่ะ ทำไมจู่ๆ พ่อถึงกลับมาล่ะค่ะ?”
พ่อของหลัวหยุน หลัวยีโจว ปีนี้น่าจะอายุ 50กว่าแล้ว ตอนนี้พึ่งลงจากเครื่องบิน ก็เลยเพลียๆ มองหลินหยางแล้วพูดว่า “เพื่อนอะไร?ทำไมถึงพามาที่บ้าน?”
หลินหยางกะจะกล่าวทักทาย แต่ถูกพูดแบบนี้ก็เลยเงียบไป พ่อเฒ่าก็ไม่พอใจแล้ว ชี้ลูกชายแล้วด่าว่า “พากลับมายังต้องให้แกอนุญาตหรอ?เด็กคนนี้เป็นแขกของฉัน แกมีสิทธิ์อะไร ?หนึ่งปีแกเคยกลับมาดูฉันกี่ครั้ง?เคยกินผักที่ฉันปลูกไหม?”
คิดไม่ถึงว่าพ่อจะปกป้องคนแปลกหน้าขนาดนี้ ในใจของหลัวยีโจวไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของพ่อ ทักทายพวกเขาเสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปชั้นบน หลินหยางคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของเขาทะเลาะกัน
“หลินหยาง ไม่ต้องใส่ใจหรอกนะ ลูกชายของปู่และหลานชายที่ไม่ได้เรื่องของปู่นั้นเหมือนกันเลย ไม่เคยสนใจคนที่บ้าน พวกเรากินของพวกเรา ไม่ต้องสนใจพวกเขา” พ่อเฒ่าพูด
ข้าวมื้อนี้กินไม่เป็นสุขเลย หลินหยางกำลังคิดอยู่ว่าจะกลับไปก่อนจะได้ไม่ทำให้หลัวหยุนลำบากใจ
พึ่งลุกขึ้น หลัวยีโจวก็เรียกหลินหยางและลูกสาวให้ไปหา
หลัวหยุนกอดแขนของหลินหยางแล้วพูดกระซิบว่า “พ่อคงมีเรื่องไร้สาระพูดเยอะแน่นายอยากตอบก็ตอบ ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องสนใจ”
หลินหยางยิ้มเลย นิสัยของผู้หญิงคนนี้เหมือนกับปู่ของเธอจริงๆ
เข้าไปในห้องสมุดของหลัวยีโจว ข้างในก็เต็มไปด้วยอักษรวิจิตร แต่ว่าเป็นแค่ของตกแต่ง ไม่มีค่าอะไรเลย
“นายชื่อหลินหยาง?ฉันมาหานาย เพราะอยากให้นายไปจากหยุนหยุนลูกสาวฉันซะ” หลัวยีโจวใช้น้ำเสียงที่เด็ดขาด
คนนี้น่าจะเป็นคนที่คอยทำธุรกิจอยู่ข้างนอกตลอดและชินกับการใช้อำนาจบาตรใหญ่แล้ว หลินหยางพูดอย่างเฉยๆ ว่า “คุณลุง ความปรารถนาข้อนี้ของคุณลุงผมคงทำไม่ได้ ผมรู้ว่าคุณลุงไม่เห็นค่าผมที่เป็นนักเรียก และยังสงสัยผมด้วยว่าเข้าใกล้ลูกสาวของคุณเพื่ออะไร คุณลุงเองก็คงไม่อยากรู้เรื่องที่ผมเคยผ่านมาและมีความสามารถอะไรบ้างหรอกใช่ไหมครับ”