ตอนที่ 140
บทที่140 จ้าวจินฟ่งขายหน้า
October 28, 2026
บทที่140 จ้าวจินฟ่งขายหน้า
หลินหยางรู้สึกพูดไม่ออกอยู่ในใจ ถ้าตนเองไม่ขืนให้ตัวเองหน้าแดง คุณจะเชื่อหรือเปล่าว่าผมไม่ได้เลี้ยงผู้หญิง
“หน้าแดงที่ไหนกัน คุณตาฝาดแล้ว”หลินหยางหน้าแดง
“คริคริ คุณโกหกแน่ๆเลย หล่อขนาดนี้ มีความรู้ขนาดนี้ มีเงินขนาดนี้ ผู้หญิงจะน้อยได้ไงกัน แต่ถ้าเธอให้ตัวอักษรพี่ พี่อาจจะเชื่อเธอ เป็นยังไงล่ะ”หลินเหลียนถาม
หลินหยางไม่คิดจะเอาตัวอักษรกลับอยู่แล้ว จึงรีบพยักหน้า“ตกลง ให้คุณ”
“คริคริ ดีจัง อักษรของเธอถ้าเอาให้พวกผู้สูงอายุดู พวกเขาต้องตกตะลึงแน่นอน”หลินเหลียนยิ้มแล้วเก็บตัวอักษรของหลินหยางเข้าอย่างดี หันหน้าไปถาม“ตอนนี้คุณยังไม่มีผู้หญิงที่ไหน เป็นเพราะบกพร่องตรงไหนเหรอ”
“พรวด……”หลินหยางแทบกระอักเลือด กลอกตาขาวใส่หลินเหลียนพูดขึ้น“คุณคิดมากไปแล้วล่ะ ถ้าคุณไม่ถือสา จะลองดูวิชาของผมหน่อยก็ได้”
ได้ยินแบบนี้หลินเหลียนก็หน้าแดง แม้ว่าเธอจะรู้สึกดีที่ได้คุยกับหลินหยาง แต่อายุก็ห่างกันพอสมควร
เธออยากจะปฏิเสธ แต่สายตากลับกวาดไปตรงหว่างขาของหลินหยาง พอเห็นตรงนั้นเป็น รูปเป็นร่าง หลินเหลียนใจก็เต้นโครมคราม ถ้านี่ไม่ใช่เพราะเกิดความรู้สึกทางเพศขึ้นมาแบบนี้ ก็ถือว่าหลินหยางมีทุนเดิมที่ดีพอสมควร
“จะบ้าเหรอ ขนาดพี่เธอยังคิดแต๊ะอั๋ง”หลินเหลียนหยอกหลินหยาง
“งั้นผมจะรอฟังข่าวดีแล้วกัน ถ้ามีอะไรคืบหน้า ก็โทรหาผม เรามาแลกเบอร์โทรกัน”พอ หลินหยางแลกเบอร์โทรกับหลินเหลียน เห็นว่าไม่เช้าแล้ว หลินหยางจึงรีบออกจากบ้านหลินเหลียน
รอจนหลินหยางกลับมาถึงร้านซักรีด พอดีเห็นจ้าวจินเฟิ่งกำลังแขวนเสื้อผ้า หลินหยางจึงยิ้มให้แล้วเข้าไปช่วย ไม่นานนักก็แขวนเสื้อผ้าสองสามชุดเรียบร้อย
การบริหารงานไม่กี่วันนี้ ร้านซักรีดเริ่มเป็นที่รู้จักขึ้นมาบ้าง หลายคนเต็มใจส่งเสื้อผ้ามา จ้าวจินฟ่งเองก็ถือว่าได้ทำงานเต็มที่ เมื่อเทียบกับตอนที่เปิดคลินิกอยู่เมืองจินหลิง งาน แบบนี้เบากว่าเยอะ และก็รายได้สูงกว่าด้วย ตอนนี้เทคนิคแพทย์ยังไม่เปิดเรียน ถ้ารอจนถึงช่วงเปิดเรียนฤดูใบไม้ร่วง ธุรกิจซักรีดคงจะดังน่าดู
“ช่วงนี้รายได้เป็นไงบ้าง”
“ตอนนี้พอใช้ได้ครับ วันนึงได้ร้อยสองร้อยอยู่ ตอนนี้ยังฤดูร้อนไม่รีบเท่าไหร่ รอให้ผ่านไปอีกสักเดือนสองเดือนอากาศเย็นกว่านี้หน่อย ธุรกิจก็จะดีกว่านี้มากครับ”จ้าวจินฟ่งบิดเอว
อาศัยช่วงที่จ้าวจินฟ่งบิดเอว หลินหยางก็เหลือบสายตาไปมองที่หน้าอกของเธอ หน้าอกที่ตั้งชันนั้นแทบจะคับเสื้อผ้า ทำให้หลินหยางรู้สึกตาร้อน
ราวกับสังเกตเห็นแววตาของหลินหยาง จ้าวจินฟ่งกลอกตาขาวพูดขึ้น“มองอะไรเซ่อขนาด นั้น ฉันจะไปซื้อของมาทำกับข้าว”
“ไม่มีกับข้าวแล้วเหรอ งั้นวันนี้พวกเราออกไปกินกัน ผมเลี้ยงเอง”หลินหยางยิ้ม ดึงจ้าวจิน ฟ่งออกไป
จ้าวจินฟ่งไม่ปฏิเสธสำหรับการนี้ แต่ว่าก็พูดเตือน“ต่อไปฉันซื้อกับข้าวมาให้ครบก็พอแล้ว ออกไปกินบ่อยๆไม่ดีหรอก แบบนี้หาเงินเท่าไหร่ก็หมด”
“รู้แล้วครับ เถ้าแก่จ้าว”หลินหยางตอบ
“ตาบ้า ใครเป็นเถ้าแก่ยะ อย่าแซวฉันเลย”จ้าวจินฟ่งไม่ค่อยชอบใจ
“แน่นอนว่าเรียกเธออยู่แล้ว พวกเราเป็นเถ้าแก่เหมือนกันนี่นา”หลินหยางยิ้มจางๆ เขาดึงจ้าวจินฟ่งนั่งลงในร้านอาหารร้านหนึ่ง
ร้านอาหารร้านนี้ไม่ได้หรูหรานัก แต่บรรยากาศค่อนข้างสบายๆ ไม่เลวเลยทีเดียว เขาสั่งกับข้าวสามอย่างน้ำแกงหนึ่งอย่าง หลินหยางกับจ้าวจินฟ่งหาที่นั่งติดหน้าต่างพลางคุย
ไม่นานนักกับข้าวก็ขึ้นมา หลินหยางกับจ้าวจินฟ่งเริ่มกินข้าวกัน
“คุณผู้หญิง กินข้าวเสร็จแล้วค่อยไปดูนะ เช้าวันนี้เห็นเธอเปิดประตูอยู่น่ะ เดาว่าตอนนี้คงออกไปกินข้าว อีกประเดี๋ยวถ้าไม่มีคน เราค่อยไปทุบประตู”หลินหยางกับจ้าวจินฟ่งกำลังกินข้าว พลางได้ยินผู้ชายข้างๆพูดคุย
“ฉันรู้แล้วล่ะ พวกเราก็นั่งลงกินข้าวเถอะ เดี๋ยวค่อยไปดู”เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังลอดมา
พอได้ยินเสียงนี้ จ้าวจินฟ่งชะงัก รีบเงยหน้าหันไปมอง พอได้เห็นชัดเจนแล้ว แววตาก็แสดงความโกรธขึ้งออกมาอย่างรุนแรง
พอเห็นปฏิกิริยาของจ้าวจินฟ่ง รวมกับคำพูดของผู้ชายคนหนึ่ง หลินหยางจึงเดาออกว่าเป็นคนที่ตีจ้าวจินฟ่ง
พอเงยหน้าขึ้นมองคนๆนั้น เห็นแต่สาวผมยาว สวมชุดรัดรูป ดูออกว่าฝึกกล้ามเนื้อมา อย่างดี หน้าตาก็พอใช้ได้ หน้ากลมๆ ตาดอกท้อสองชั้น ริมฝีปากแดงบางๆ แต่ดู ร้ายกาจ
บุคลิกค่อนข้างเย็นชา สีหน้าไม่รับแขก ดูเหมือนหญิงแกร่งหน่อยๆ
และที่มากับเจ้าหล่อน ยังมีชายฉกรรจ์อีกสี่คน คิดว่าน่าจะเป็นคนพังร้าน
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นแววตาโกรธขึ้งของจ้าวจินฟ่ง มู่เสี่ยวซือหันกลับมา พอเห็นหน้าตาของจ้าวจินฟ่ง มุมปากขยับเย้ยหยันเล็กน้อย“หลบไปไหนแล้วเนี่ย ที่แท้อยู่นี่เอง โลกมันแคบจริงๆเนอะ”
“แกไอ้คนถ่อย ยังคิดจะซื้อบ้านอีกเหรอ”จ้าวจินฟ่งไม่แสดงความอ่อนแอ ด่าโพล่งออกไป
พอได้ยินจ้าวจินฟ่งด่า มู่เสี่ยวซือยิ้มเยาะอีกที“เธอมันเป็นหมาบ้านใคร ทำไมถึงกัดไม่เลือก”
“แล้วแกล่ะเป็นควยของใครที่ใส่กางเกงเปิดตูดหลุดออกมา”หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน