ตอนที่ 141
บทที่141 สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
October 28, 2026
บทที่141 สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
“หลินหยาง ขอบคุณนะ” เพิ่งจะได้ระบายความหดหู่เศร้าโศกที่อัดอั้นไว้ในใจออกมา สีหน้าของจ้าวจินฟ่งก็แดงมีเลือดฝาดขึ้นมาก
“นี่มันอะไรกัน กล้าทุบร้านฉัน ก็จะต้องเจรจาเรื่องดอกเบี้ยกันหน่อย”
“บริษัทมู่กรุ๊ปไม่ใช่ร้านค้าเล็ก ๆ มีสินทรัพย์อยู่หลายพันล้าน หลินหยาง พวกเราอยู่ในเมืองเจียงหลิงอาจจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไร” จ้าวจินฟ่งคิดไปไกลอยู่เล็กน้อย
“ก่อนหน้านี้ฉันไม่ใช่ว่าบอกคุณไปแล้วหรือว่ามู่เสี่ยวซือกำลังป่วยระยะสุดท้ายแล้ว ถ้าเธออยากมีชีวิตรอด สัปดาห์นี้จะต้องมาพบฉันแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะไปคิดดอกเบี้ยอะไรได้อีก” หลินหยางยกมุมปากขึ้น แสดงออกถึงความเย็นชา
ที่ตีลงบนร่างกายของมู่เสี่ยวซือก่อนหน้านี้นั้น ไม่ใช่แค่การล้อเล่น
ดูเหมือนว่าจะได้รับอิทธิพลมาจากความมั่นใจของหลินหยาง จ้าวจินฟ่งจึงค่อยๆปล่อยวางภาระในจิตใจ
ในห้องโถงใหญ่ ชายคนหนึ่งได้ยกโต๊ะขึ้นด้วยความโกรธ เสียงดังโครม คอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะ และเอกสารทั้งหมดล้วนตกลงสู่พื้น
“ไอ้เศษสวะ ไม่ได้เรื่องสักอย่าง! คนตั้งหลายคนจัดการคนแค่คนเดียวก็ไม่ได้!” มู่เฉินเดินไปเดินมา แสงสะท้อนได้ส่องเข้าไปยังดวงตาของเขา
“เจ้านาย จะให้ส่งคนไปจัดการกับเจ้าเด็กนั้นหรือไม่” หวังกางซึ่งติดตามมู่เฉินมาหลายปีถามขึ้น เขาสามารถรับรู้ได้ว่าเจ้านายของตนเองกำลังโกรธขึ้นมาจริง ๆ
ไม่กี่วันที่ผ่านมาลูกชายของเจ้านายถูกคนแปลกหน้าทำให้ได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ยังคงนอนอยู่โรงพยาบาล จึงทำให้เจ้านายได้บรรยากาศที่พอเพียง ตอนนี้คุณหนูก็ได้กลับทุบทำลายสิ่งของบางอย่าง ปากก็ตะโกนว่าจะต้องฆ่าพวกผู้หญิงชั้นต่ำสองคนนั้นให้ได้ คาดไม่ถึงว่าในเวลาไม่นานร่างกายก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา ตอนนี้จึงรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล ข่าวคราวที่ได้รับการแจ้งมาไม่ค่อยสู้ดี——โรงพยาบาลไม่ก็รู้จะทำอย่างไร!
เมื่อได้ถามเรื่องราวของลูกสาวอย่างชัดเจนแล้ว ก็รู้ได้ว่าคนที่ทำให้ลูกสาวทั้งสองคนของตนเองต้องกลายเป็นแบบนี้ ล้วนแต่เป็นฝีมือของเจ้าของร้านวัยรุ่นของร้านซักผ้า
มู่เฉินอยากที่จะหาใครสักคนมาฆ่าไปให้จบตรง ๆเพื่อช่วยลูกของตนเอง แต่เขาก็ยังมีความอดทนอดกลั้นได้อย่างทันที หลายปีที่ต้องทนลำบากต่อสู้กับการทำธุรกิจ เรื่องบางอย่างจึงไม่สามารถจะทำอย่างผลีผลามได้
วัยรุ่นคนหนึ่ง สามารถซื้อห้องชุดหนึ่งห้องได้ในพริบตา ยังได้ยินมาอีกว่าเขาขับรถหรูอย่างรถเบนซ์ แม้ว่าเงินจำนวนนี้ยังไม่พอที่เขาจะสนใจ แต่วัยรุ่นคนหนึ่งที่มีกำลังทรัพย์มากขนาดนี้ มันทำให้คนคิดได้ว่าเบื้องหลังของเขาจะต้องมีภูมิหลังอะไรใหญ่โตแน่นอน
“อย่าเพิ่งร้อนใจไป ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าเจ้าเด็กนั่นมีที่มาที่ไปอย่างไร จะประมาทไม่ได้!” มู่เฉินหายใจเข้าลึก ๆ และสงบใจลง
“ใช่!” หวังกางก้มหน้าตอบกลับไป นำโทรศัพท์ออกมาทันทีแล้วออกคำสั่งออกไป
“ทางที่ดีที่สุดคุณควรจะขอพรให้ตนเองสามารถมีภูมิหลังที่ดีได้ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่ถึงสามวันแน่นอน!” สายตาของมู่เฉินเยือกเย็น เผยให้เห็นถึงความหิวกระหายของการเข่นฆ่า แม้ว่าเขาจะเป็นนักธุรกิจ แต่เขาก็จำไม่ได้ว่ามีจำนวนกี่คนกันแน่ที่เขาทำแบบนี้ไปเป็นการส่วนตัว
“กริ๊ง—” เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น หลินหยางจึงกดปุ่มรับสาย
“เสี่ยวหยาง ฉันท้องแล้วจริง ๆ จริง ๆ!” เสียงที่ดูเซอร์ไพรส์ของหวังฉ่ายเสี้ยดังมาจากโทรศัพท์
คิดถึงความตุ้งติ้งของครูประถมอย่างตนเอง หลินหยางก็หวั่นๆในใจ หายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “อย่างนั้นก็ยินดีด้วยนะ”
“ต้องขอบคุณคุณมากเลยนะ ตอนนี้คุณอยู่บ้านไหม ฉันจะให้แฟนของฉันนำเงินไปคืนคุณ พวกเราต้องการจะขอบคุณคุณด้วยตัวเอง” หวังฉ่ายเสี้ยกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ตอนนี้ฉันไม่อยู่บ้าน เงินเอาไว้ที่คุณก่อน หรือคุณจะสะดวกโอนเข้าบัญชีธนาคารฉันก็ได้ ความสัมพันธ์ของพวกเรา จะมาขอบคุณต่อหน้าอะไรกัน ดูห่างเหินเกินไปแล้ว”
“ได้ อีกสักพักฉันไปไปรษณีย์โอนเงินกลับให้คุณนะ คุณเอาเลขบัญชีธนาคารมาให้ฉัน ครั้งหน้ารอให้คุณเข้าเมือง ฉันจะแนะนำครูสองสามคนให้รู้จัก เพื่อยืนยันว่าเทคนิคนี้มันเจ๋งไปเลย” หวังฉ่ายเสี้ยมีน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ยิ้มอย่างยั่วยวน
หลินหยางได้ยินแล้วก็ถึงกับเหงื่อตกอยู่ในใจ หัวใจก็เต้นเร็วขึ้น “นี่มันแน่นอน แน่นอนอยู่แล้ว”
คุยกับหวังฉ่านเสี้ยอยู่สักพัก หลินหยางก็วางสายโทรศัพท์ ส่งเลขบัญชีธนาคารของตนเองไปให้ จากนั้นก็เริ่มพิจารณาเรื่องการก่อสร้างแปลงเพาะปลูก
“เจ็บมาก!” ในห้องพักผู้ป่วยชั้นพิเศษ เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ประธานมู่ อาการป่วยของคุณหนูร้ายแรงมาก แม้แต่ยาแก้ปวดก็ไม่มีผลอะไรเลย อัตราการเต้นของหัวใจก็เบาลง นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี ในกรณีนี้ เกรงว่าหากใช้การตรวจของภายในประเทศอาจจะไม่สามารถตรวจหาสาเหตุได้” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าวด้วยเหงื่อท่วมหน้า
“เสี่ยวซือยังสามารถอยู่ได้อีกนานแค่ไหน” มู่เฉินถามขึ้นมา
“อย่างมากที่สุด......สามวัน!” กัดฟันไว้ ตามที่ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาถึงผลสุดท้าย เขารู้ดีถึงความน่ากลัวของชายที่อยู่ตรงหน้า แต่เขาก็ยินดี เกรงว่าตำแหน่งผู้อำนวยการของตนเองจะไม่เหลืออยู่แน่แล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าของมู่เฉินก็กระตุกขึ้นสองครั้ง เดิมทีแล้วปัญหาเรื่องลูกชายก็ทำให้ตนเองอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว จู่ ๆตอนนี้ก็มีเรื่องแบบนี้ของลูกสาวขึ้นมาอีก
“ประธานมู่ ผมได้ยินคนพวกนั้นพูดว่า วัยรุ่นที่ตีพวกเขาในตอนนั้น เคยพูดไว้ว่าคุณหนูป่วยหนักมากแล้ว เขาสามารถรักษาได้ แต่ต้องจ่ายค่ารักษาสามสิบล้านหยวน อีกอย่างตอนนั้นคุณชายก็เสียเงินห้าล้านหยวนในการพนันรถกับเจ้าเด็กคนนั้น ก็ต้องจ่ายคืนให้ด้วย” หวังกางรายงานอย่างระมัดระวัง
“เขาสามารถรักษาได้หรือ” มู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตาหวังกาง
“ผมเพิ่งจะรู้มาจากปากของพวกเศษขยะพวกนั้น ถ้าสามารถรักษาได้จริงละก็ ก็ควรจะลองเรียกเขามารักษาอาการป่วยของคุณหรูจะดีกว่า ส่วนเรื่องอื่น สามารถรอให้คุณหนูหายดีก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง” หวังกางบีบคำพูดออกมา
ใบหน้าของมู่เฉินดูนิ่งขรึมและไม่แน่นอน ทำให้คนไม่รู้ว่าในใจเขากำลังคิดอะไร
“สามสิบห้าล้าน ความอยากของเขาไม่น้อยเลยนะ และก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะกินได้หรือเปล่า!” มู่เฉินพูดอย่างเย็นชา “ไปเชิญเขามา”
ร้านซักผ้าเซียวจี้ หลินหยางและจ้าวจินฟ่งเก็บข้าวของ ก็ได้เห็นผู้ชายสองสามคนเดินเข้ามา