ตอนที่ 143
บทที่143 การวิจัยต้นหญ้ากรดน้ำประสบความสำเร็จ
October 28, 2026
บทที่143 การวิจัยต้นหญ้ากรดน้ำประสบความสำเร็จ
เมื่อหลินหยางเข้ามาใกล้ร่างกายของตนเอง ที่มู่เสี่ยวซือก็อ้าปากน้อย ๆรูปเชอรี่ออกทันที เพื่อรองรับมังกรยักษ์ตัวนั้น ใส่เข้าไปในปาก
หลินหยางรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่แสนสบาย หรี่ตาลงอย่างเพลิดเพลิน มองไปยังเทคนิคของมู่เสี่ยวซือ อยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาฝึกฝนมานานแค่ไหน
อย่างที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับรสของยาที่หลินหยางอ้างถึงมาก่อน มู่เสี่ยวซือจึงตั้งใจทำเป็นอย่างมาก
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินหยางก็ถึงจุดสุดยอดไปแล้ว ในไม่ช้าความสุขก็เอ่อล้นออกมา หลินหยางตัวสั่นไปชั่วขณะ น้ำแห่งความสุขก็ฉีดพ่นออกมา
หลังจากมู่เสี่ยวซือยอมรับแต่โดยดี เอนตัวนอนอยู่บนเตียงและหอบอย่างหนัก ใบหน้าอ่อนบอบบางนั้นดูจะเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ
“ไม่คิดเลยว่ากำลังการต่อสู้ของคุณจะแข็งแกร่งขนาดนี้” มู่เสี่ยวซือชื่นชมด้วยความสรรเสริญ
“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะทำการรักษาคุณได้อย่างไร” หลินหยางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“แต่มันก็ไม่มีอะไร เมื่อกี้ฉันใช้แค่ปาก แต่ถ้าคุณใช้ปืนขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร” ดูเหมือนจะมีการมองอย่างยั่วยวน มู่เสี่ยวซือพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ทำไมหรือ คุณอยากจะลองกำลังในการต่อสู้หรือ” หลินหยางกวาดสายตามองไปยังสถานที่อันซับซ้อนของมู่เสี่ยวซืออย่างสนุกสนาน แต่เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน ลำห้วยเล็ก ๆนั้นยังขับเคลื่อนอยู่ มองดูแล้วทำให้ใจเขาเต้นระรัว
“เหอะ ๆ ถ้าคุณมีความสามารถจริงก็ลองเข้ามาดู แต่แต่หากทำสักสองสามนาทีก็ไม่ไหวแล้วฉันก็จะดูถูกคุณ”
“ผมไม่ได้ต้องการให้คุณให้ความสำคัญ แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วก็ไปเถอะ หลังจากนี้ครึ่งเดือนอย่าลืมมาทำการรักษาครั้งที่สอง” หลินหยางโบกมือ และสั่งให้แขกออกไป
เมื่อเห็นว่าหลินหยางก็ไม่ได้มีความหมายอะไรกับตนเอง มู่เสี่ยวซือก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็รู้สึกว่าร่างกายสบายขึ้นมาก จึงลุกขึ้นไปแต่งตัว กดโทรศัพท์โทรหาพ่อ ให้คนมารับตนเอง
ตอนลงบันไดมาก็รู้สึกแปลกตรงระหว่างขา มู่เสี่ยวซือเกลียดอยู่ในใจ ผู้ชายคนนี้ถึงกับไม่สนใจร่างกายของตนเอง คืนนี้คงต้องหาคนมาระบายอีกครั้ง
เมื่อลงไปถึงชั้นล่างก็บังเอิญได้พบกับจ้าวจินฟ่งซึ่งกำลังตากผ้าอยู่ ในใจของมู่เสี่ยวซือก็เริ่มโกรธขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหลินหยางยังไม่ตามลงมา จ้องไปยังจ้าวจินฟ่งอย่างดุเดือด “รอให้กูหายดีก่อน จะดูว่าจะฆ่าคุณไหม”
แม้ว่าจ้าวจินฟ่งจะไม่ต้องการมีปัญหา แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะขลาดกลัว เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เสี่ยวซือก็หัวเราะเยาะทันที “ไสหัวไปไกล ๆ ยังพึ่งพิงเงินที่บ้านก็ยังไม่รู้อีกว่าตนเองเป็นพวกนังโง่ หากคุณพูดอีกคำเดียว คอยดูสิฉันจะตบให้ตายไปเลย!”
หลินหยางที่อยู่ชั้นบนได้ยินคำพูดของจ้าวจินฟ่งที่ดังออกมาก็รีบเดินออกมาทันที เมื่อเห็นหลินหยางลงมาจากชั้นบน มู่เสี่ยวซือก็มองไปยังจ้าวจินฟ่งอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นก็ออกไปด้วยตนเอง
“เกิดอะไรขึ้น” หลินหยางมองไปทางจ้าวจินฟ่ง
“ไม่มีอะไร หมาบ้ามันจะกัดคน ได้ยินว่าหากหายแล้วจะให้คอยดูว่าจะทำอะไรกับฉัน” จ้าวจินฟ่งเม้มริมฝีปากอย่างเหยียดหยาม
รูม่านตาของหลินหยางก็หดลง พูดอย่างเย็นชา “ใครกล้าแตะต้องคุณแม้แต่นิ้วสักข้อเดียว ผมจะให้เขาชดใช้ไม่ต่างจากตาย!”
“เอาล่ะ เอาล่ะ จะมาแสดงออกอะไรแบบนี้” เมื่อเห็นหลินหยางมีท่าทางที่ชั่วร้าย จ้าวจินฟ่งก็กล่าวอย่างอ่อนหวาน
“หึ จะต้องหาวิธีจัดการตักเตือนบริษัทมู่กรุ๊ปแล้ว” หลินหยางมีดวงตาที่ลึกล้ำ มองออกไปทางด้านนอกประตู
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า วันนี้ เมื่อหลินหยางนั่งอ่านหนังสือโบราณอยู่ที่ชั้นล่าง โทรศัพท์ของตนเองก็ดังขึ้น มองดูเบอร์โทรที่แสดงขึ้นมา หลินหยางก็ยกมุมปากขึ้นยิ้มทันที นี่เป็นสายเรียกเข้าของฉางหลง หัวหน้าแก๊งฉงปังแห่งเมืองจินหลิง
“หัวหน้าสำนักฉางมีเวลาว่างจริง ๆ จึงได้โทรหาผมแบบนี้” หลินหยางกล่าวอย่างเกียจคร้าน
“เหอๆ หมอโจวก็เกรงใจไปแล้ว ค่ายาเมื่อครั้งก่อนโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณแล้ว” ฉางหลงพูดมาด้วยน้ำเสียงมีความสุข
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่มีความสุขของฉางหลง หลินหยางรู้ว่าเขาซื้อยาบำรุงของตนเอง ตัวเองก็กินไปแล้วสามเม็ด ตอนนี้มันมีผล อีกทั้งยังสามารถฟื้นฟูการตื่นตัวได้
“เป็นอย่างไร ผมไม่เลวใช่ไหม” หลินหยางถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เลวๆ ดูจากความคิดเห็นของคนอื่นแล้ว ผมออกมาไม่เลว หมอโจว พูดตรงไอย่างไม่ปิดบังเลยนะ ที่โทรหาคุณครั้งนี้ ก็อยากจะทำความร่วมมือในธุรกิจตัวยานี้” ฉางหลงกล่าวอย่างกระตือรือร้น
“เอ๊ะ แน่ใจเรือว่าคุณต้องการ คุณจะต้องการเท่าไร” หลินหยางถามอย่างใจเย็น
“ถ้าได้ละก็ ผมว่า...เอาสักยี่สิบ ไม่สิ สามสิบเม็ดก่อน ไม่ทราบว่าหมอโจวจะมีมากขนาดนี้หรือเปล่า” ฉางหลงถามอย่างระมัดระวัง ดูเหมือนจะกลัวว่าหลินหยางจะไม่มีสต๊อกเอาไว้
“สามสิบเม็ด” หลินหยางหรี่ตาลง ถามไปเบาๆ “คุณยังจำได้ใช่ไหมว่ายาของผมชนิดนี้ราคาเม็ดละเท่าไร”
“ถ้าจำไม่ผิด ครั้งก่อนหมอโจวเคยบอกว่าห้าแสนใช่ไหม”
“อืม คราวหลังก็จะคิดให้ในราคานี้ คุณยืนยันไหมว่าต้องการ”
“ถ้าหากว่ามีผลเหมือนกับที่หมอโจวให้มาครั้งก่อนแล้วผมใช้ได้ผล อย่างนั้นก็จะเอาสามสิบเม็ด!” ฉางหลงพูดยืนยัน
“เอ๊ะ คุณซื้อไปห้าแสน แล้วจะเอาไปขายเท่าไร” หลินหยางถามขึ้นด้วยความสนใจ
“ไม่กลัวหมอโจวจะคิดว่าตลก ขายออกก็ขายเม็ดละแปดแสน ผมจะลองขายดูก่อน ถ้ามีเสียงตอบรับดี ฮอตฮิตขึ้นมา บางทีก็อาจจะเพิ่มราคานิดหน่อย ตรงกลางก็ยังพอมีกำไรอยู่บ้าง”
หลังจากได้ยินคำพูดของฉางหลง หลินหยางก็อดที่จะงงไม่ได้ เมื่อเทียบกับคนอื่น ตนเองได้กลายเป็นขี้ตะกรันไปทันที ก่อนหน้านี้ตนเองขายให้กับครีมแผลลายของไป๋เซียนเฉ่า ขวดละสามหมื่นหยวนเขาก็เอาไปขายห้าแสนหยวน ตอนนี้ฉางหลางยังเหี้ยมกว่า เพิ่มราคายาเป็นแปดแสนไปเลยทีเดียว
“หมอโจว หมอโจว......” ไม่ได้ยินเสียงของหลินหยางมาครู่หนึ่งแล้ว เสียงกระตุ้นเตือนจากฉางหลงจึงดังขึ้นมา
“ยายังมีอยู่ คุณมีเวลาว่างก็ให้คนมารับไปได้เลย ผมอยู่ร้านซักผ้าเซียวจี้ เมืองเจียงหลิง” หลินหยางบอกไป